วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555
สอนปรับ Lock Screen - Start Screen - Account Picture Windows 8
หลายคนที่ได้ทำการลง Windows 8 เสร็จเป็นที่เีรียบร้อย ต่อไปก็คือการปรับพวก UI ต่างๆให้สวยงามตามที่เราชอบ วันนี้ผมจะมาสอนทำการปรับ Lock Screen - Start Screen - Account Picture ในWindows 8กัน ซึ่งเป็นทิปง่ายๆของ Windows 8 ซึ่งบางคนอาจจะหาไม่เจอ เพราะเมนูต่างๆเปลี่ยนไปมากจาก Windows 7
1. ให้เราอยู่หน้า Modern UI จากนั้นเอาเมาส์ไปไว้มุมขวา จากนั้นจะมีเมนูขึ้นมา > เลือก Settings
2. ทำการเลือก Change PC Settings
3. ให้เราเลือก Menu Personalize
จากนั้นเราก็จะไปปรับแต่ง Lock Screen กันก่อน
เมนูลัดบน Windows 8 ที่คุณจำเป็นต้องรู้
เมนูลัดบน Windows 8 ที่คุณจำเป็นต้องรู้
หลังจากที่เราได้ลง Windows 8 เป็นที่เรียบร้อย และเริ่มใช้งาน บางคนก็ยังหาเมนูนี้ก็ไม่เจอ เมนูนั้นก็หายากจัง ทำยังไงละนิ วันนี้ผมมีเมนูแนะนำมาให้ใช้กันครับ จะเป็นเมนูที่เราใช้งานบ่อยๆ และทาง Microsoft ได้ออกแบบมาให้เราเข้าใช้ได้สะดวกและรวดเร็วทันใจเรานั้นเอง แต่การทำงานเราต้องกดบนปุ่ม Keyboard นะครับ
เมนูลัดของ Windows 8 เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
1. ไม่ว่าเราจะอยู่หน้า Modern UI หรือ Windows Desktop ของ Windows 8 นั้น เราสามารถกดเมนูลัดได้บน Keyboard ได้สบายๆ เพื่อการเข้าใช้งานได้อย่างรวดเร็วของเมนูต่างๆที่อยู่บน Windows 8
ให้เรากด ปุ่ม Windows logo + X บน Keyboard ของคุณ ก็จะเห็นเมนูขึ้นมาดังกล่าว
โดยจะมีเมนูลัดขึ้นมาดังนี้
- Program and Feature
- Power options
- Event Viewer
- System
- Device manager
- Disk managment
- Computer management
- Command Prompt
- Task Manager
- Control Panel
- File Exploer
- Search
- Run
- Desktop
ซึ่งเป็นเมนูลัดที่ผมใช้บ่อยครั้งมากครับ เพราะจะทำให้เราเข้าสู่เมนูนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว
สอนการใช้ Internet Explorer (IE) หน้า Modern UI Windows 8
สอนการใช้ Internet Explorer (IE) หน้า Modern UI Windows 8
ใน Windows 8 เราจะมี IE ให้ใช้ได้สองแบบคือ IE ใน Modern UI กับ IE ในหน้า Windows Desktop ซึ่งวันนี้ผมจะมาอธิบายการใช้งาน IE บนหน้า Modern UI เพราะผมคิดว่า ทุกๆคนก็คงใช้IE ในหน้า Windows Desktop กันเป็นอยู่แล้ว
สอนวิธีการใช้งาน Internet Explorer (IE) หน้า Modern UI
1. ให้เราอยู่หน้าของ Modern UI จากนั้นให้กดไปที่ Internet Expoler (IE)
2. ในการใช้งานตอนแรกอาจจะยุ่งยากนิดหน่อยสำหรับมือใหม่ Windows 8 แต่ถ้าใช้ไปก็คงคล่องเองละครับ
โดยในการเปิด IE นั้นเราสามารถเปิดหลายๆแถบได้ แต่บางคนยังไม่ทราบ ผมก็ขออธิบายการใช้งานดังนี้ครับ
การที่เราจะเห็นแถบต่างๆบน IE ของหน้า Modern UI นั้น ให้เราทำการคลิกขวาที่เมาส์ครับ จากนั้นจะเห็นดังภาพ
โดยเครื่องหมาย + ก็จะเป็นการเพิ่มแถบเพื่อเปิดหน้าต่างใหม่ของ IE และยังมีกากบาทที่สามารถปิดแถบได้อีกด้วย
ส่วนในด้านล่าง หลังจากที่เราคลิกเมาส์ขวา ก็จะมีเมนูช่องพิมพ์ url ของ website , การปักมุดหรือทำ Icon เข้าทางลัด ได้ด้วย
วันนี้เป็นบทความง่ายๆของ Windows 8 สำหรับบางคนยังไม่ทราบสำหรับการใช้งานของ IE Modern UI ของ Windows 8
ปรับ Desktop Background ของ Windows 8 ให้เป็นไปตามเวลาที่เรากำหนด
ปรับ Desktop Background ของ Windows 8 ให้เป็นไปตามเวลาที่เรากำหนด
ใน Windows 7 และ Windows 8 นั้น สำหรับคนที่ไม่ชอบจำเจกับ Desktop Background รูปเดิมๆและต้องการเปลี่ยนไปตลอดเรื่อยๆ วันนี้ผมจะบอกวิธีการเปลี่ยนรูป Wallpaper กันไปเรื่อนยๆกันครับ หลายคนคงรู้แล้ว แต่บางคนยังไม่ทราบ ผมเเลยเขียนบทความนี้ขึ้นมา
การเปลี่ยน Wallpaper Windows 7 Windows 8 ตามเวลาที่เรากำหนด
1. ให้เราอยู่หน้า Windows Desktop จากนั้นคลิกขวา > เลือก Personalize
2. ต่อจากนั้นให้เลือก Desktop Background
3. จากนั้นให้เลือก Picture location ในที่นี้ผมจะใช้ รูปของทาง Windows เอง ก็ให้เลือก Windows Desktop Backgrounds > จากนั้นก็เลือกรูปที่เราต้องการให้เปลี่ยน และเลือกระยะเวลาในการเปลี่ยนแต่รูป ต่อจากนั้นกด Save Change
4. จากนั้นเราก็จะได้ Desktop Background ที่เราเลือก และเปลี่ยนไปตามเวลาที่เรากำหนด หลีกหนีความจำเจของ Background กันแล้วที่ใช้กันแต่รูปเดิมๆ
"พร้อมพงศ์" ร้องกองปราบสอบกรณีไซฟ่อนเงิน
"พร้อมพงศ์" หอบเอกสารให้กองปราบสอบกรณีไซฟ่อนเงิน เชื่อคนให้ข่าวหวังให้ภาพลักษณ์ไทยเสียชื่อ
เมื่อเวลา 13.15 น. วันนี้ (24 ต.ค.) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบการการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ศราวุต โชติสุวรรณ พงส.(สบ 2) กก.1 บก.ป. เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลจากพรรคการเมือง ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.) และข้าราชการระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกล่าวหาว่ามีการไซฟ่อนเงิน จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาทจากประเทศไทยไปยังเกาะฮ่องกง เนื่องจากเชื่อว่าบุคคลที่ออกมาให้ข่าวนั้นมีความสัมพันธ์กันและน่าจะมี เจตนาสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศไทย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่าบุคคลที่ออกมาให้ข้อมูลนั้นมีความสัมพันธ์กัน แต่ที่สำคัญคือยังไม่มีการนำข้อมูลที่กล่าวอ้างไปให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อน ซึ่งในการเข้าพบตำรวจในครั้งนี้ก็ได้นำเอกสาร รวมทั้งภาพถ่ายที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมามอบไว้เป็นหลักฐานด้วย และช่วงสายวันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.) จะเดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และอดีตเลขาธิการป.ป.ท. เป็นสมาชิก ภตช.ว่าเป็นการกระทำที่เหมาะสมหรือไม่
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า หลังจากร้องทุกข์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วทางกรรมาธิการป้องกันและปราบ การการทุจริต สภาผู้แทนราษฎรจะประสานขอเอกสารรวมทั้งเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพิ่มเติมด้วยเพราะที่ผ่านมามีการกล่าวอ้างถึงการนำเข้ารถยนต์หรูที่มี นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง รวมทั้งกรณีกล่าวหาว่ามีการทุจริตจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมหลายจังหวัดในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทั้งหมดยังเป็นเพียงการกล่าวอ้างเท่านั้น นอกจากนี้นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม กล่าวว่าหากมีกำลังจะปฏิวัติว่า เป็นคำพูดที่หมิ่นเหม่ต่อความมั่นคงของรัฐและไม่สมควรที่จะกล่าวขึ้นในสังคม ประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้กำลังให้ทีมงานพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหากพบว่าเข้า ข่ายกระทำผิดตามกฎหมายก็จะดำเนินการทันที รวมทั้งจะตรวจสอบด้วยว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ด้วยหรือไม่เพราะหากพบว่ามีความเกี่ยวพันกันก็อาจทำให้พรรคการเมืองถึงขั้นถูกยุบพรรคได้.
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่าบุคคลที่ออกมาให้ข้อมูลนั้นมีความสัมพันธ์กัน แต่ที่สำคัญคือยังไม่มีการนำข้อมูลที่กล่าวอ้างไปให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อน ซึ่งในการเข้าพบตำรวจในครั้งนี้ก็ได้นำเอกสาร รวมทั้งภาพถ่ายที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมามอบไว้เป็นหลักฐานด้วย และช่วงสายวันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.) จะเดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และอดีตเลขาธิการป.ป.ท. เป็นสมาชิก ภตช.ว่าเป็นการกระทำที่เหมาะสมหรือไม่
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า หลังจากร้องทุกข์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วทางกรรมาธิการป้องกันและปราบ การการทุจริต สภาผู้แทนราษฎรจะประสานขอเอกสารรวมทั้งเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพิ่มเติมด้วยเพราะที่ผ่านมามีการกล่าวอ้างถึงการนำเข้ารถยนต์หรูที่มี นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง รวมทั้งกรณีกล่าวหาว่ามีการทุจริตจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมหลายจังหวัดในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทั้งหมดยังเป็นเพียงการกล่าวอ้างเท่านั้น นอกจากนี้นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม กล่าวว่าหากมีกำลังจะปฏิวัติว่า เป็นคำพูดที่หมิ่นเหม่ต่อความมั่นคงของรัฐและไม่สมควรที่จะกล่าวขึ้นในสังคม ประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้กำลังให้ทีมงานพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหากพบว่าเข้า ข่ายกระทำผิดตามกฎหมายก็จะดำเนินการทันที รวมทั้งจะตรวจสอบด้วยว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ด้วยหรือไม่เพราะหากพบว่ามีความเกี่ยวพันกันก็อาจทำให้พรรคการเมืองถึงขั้นถูกยุบพรรคได้.
ตร.เร่งหาตัวคนร้ายยิงนักธุรกิจสาวป้ายโฆษณา
รอง ผบก.น.2 ประชุมหารือแนวทางการทำสืบสวนคดีคนร้ายยิงนางฐรดา ทองเจือเสียชีวิต ระบุขณะนี้ได้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว
จากกรณีนางฐรดา ทองเจือ อายุ 45 ปี นักธุรกิจร้านอาหารและป้ายโฆษณา ถูกยิงเสียชีวิตหน้าบ้านภายในซอยประเสริฐมนูญกิจ5 แยก9 เมื่อกลางดึกวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00น. วันนี้ (24 ต.ค.) พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.ท.สมเกียรติ เริงหิรัญ รอง ผกก.สส.สน.โคกคราม ประชุมหารือแนวทางการสืบสวนติดตามคดีดังกล่าว โดยพ.ต.อ.เจริญกล่าวว่า วันนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากพยานหลักฐานที่ได้มาทั้งหมดเพื่อนำไปเปรียบเทียบว่าคนร้ายเป็นกลุ่มใด มีความเชื่อมโยงกับคดีหรือไม่ หากกลุ่มไหนไม่เชื่อมโยงก็ตัดทิ้งไป ส่วนทางสน.มีหน้าที่หาพยานหลักฐานมามัดตัวคนร้าย ทั้งหมดนี้เป็นไปตามหลักการสอบสวน ถือว่ามีความคืบหน้าในส่วนหลักการ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นดีเอ็นเอมาแล้ว หากได้ตัวคนร้ายจริงจะต้องตรงกับดีเอ็น อย่างไรก็ตามได้เรียกผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้ว1ราย จากการตรวจสอบทางบัญชีการเงิน แล้วติดตามตัวมาสอบปากคำ แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ ซึ่งรับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้หากหลักฐานพบว่าเป็นคนร้ายก็สามารถจับกุมได้แน่นอน
นอกจากนี้ กก.สส.บก.น.2 ยังไปนำตัวผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีเป็นผู้หญิงอีก1ราย จาก จ.เชียงใหม่ หลังตรวจสอบพบว่ามีการติดต่อกับผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับคดี แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติม ต้องปล่อยตัวกลับไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีประเด็นใหม่เข้ามา ยังคงมุ่งไปที่ประเด็นเดิม คือประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวและทรัพย์สิน ทั้งนี้จะมีการหารือร่วมกับ พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.ภายในสัปดาห์นี้เพื่อรายงานความคืบหน้าต่อไป.
ล่ามือยิงศิษย์เก่าอุเทนถวาย
ตร.เร่งล่ามือยิงศิษย์เก่าอุเทนถวาย คาดคนลงมือรู้จักผู้ตายเป็นอย่างดี
จากกรณีคนร้ายบุกยิง นายฉัตรดนัย ตุลาธร อายุ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บ และนายฉัตรพล ดุลาธร อายุ 28 ปี เสียชีวิต ในบ้านพักเลขที่ 202/313 หมู่เอื้ออาทร ถนนอยู่วิทยา ซอย12 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก เมื่อหัวค่ำวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (24 ต.ค.) พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.น.3 เรียก พ.ต.อ.สมพร กฤษณพิพัฒน์ ผกก.สน.ลำผักชี กก.สส.บก.น.3 ฝ่ายสืบสวน สน.ลำผักชี และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้า โดยใช้เวลาประชุม 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.ขจรศักดิ์กล่าวว่า เป็นการเร่งรัดคดี ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายมีทั้งหมด 4 คน ซ้อนรถจยย. 2 คัน แต่คนร้ายสวมหมวกกันน็อคและปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิดทุกคน ตรงนี้ทำให้เชื่อได้ว่าคนร้ายน่าจะรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี และตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่อาจจะเป็นเรื่องชู้สาว หรือเรื่องสถาบันเก่าที่ผู้ตายเพิ่งจบออกมาอยู่ระหว่างตรวจสอบ และเตรียมเรียกแฟนผู้ตายมาสอบปากคำ ส่วนหมวกกันน็อคที่พบใกล้จุดเกิดเหตุยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นของคนร้ายหรือไม่ หรือมีคนนำมาทิ้งไว้ก่อนแล้ว จะส่งตรวจลายนิ้วมือและหาดีเอ็นเอว่าตรงกับใคร พร้อมเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่ามีอะไรซับซ้อนขอเวลาทำงานสักระยะเชื่อว่าต้องได้ตัวคนร้ายอย่างแน่นอน.
ตำรวจปากน้ำฟิตตามจับโจรวิ่งราว
ตำรวจปากน้ำฟิตตามจับโจรวิ่งราว รับเลือกจองเวรเฉพาะแม่ที่มารับลูกหน้าโรงเรียน เผลอฉกกระเป๋าในตะกร้าหน้าจักรยาน
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 24 ต.ค. พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ. นครพัฒน์ พรหมพันธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.วัชรินทร์ ประสพดี ผกก.สภ.พระประแดง และชุดสืบสวนร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายศุภโชค หรือบิ๊ก ศุภวรรณ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 3 ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ พร้อมของกลาง รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ ไอ สีแดง-ดำ ทะเบียน สปน-680 กรุงเทพมหานคร เงินสกุลต่างประเทศจำนวนหนึ่ง บัตรเครดิตธนาคารต่าง ๆ 10 ใบ เงินสดจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง รวมทั้งกระเป๋าสตางค์แบบสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีจำนวนมาก
พล.ต.ต.ธัชชัย กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายจะเกิดเหตุช่วงหลังโรงเรียนเลิก โดยจะขี่รถ จยย.ซึ่งถอดป้ายทะเบียนเก็บไว้ใต้เบาะ ตระเวนหาเหยื่อที่เป็นแม่บ้านขี่รถจักรยานมารับลูกหลานบริเวณโรงเรียน โดยเลือกผู้ที่วางกระเป๋าสตางค์หรือถุงใส่ของมีค่าวางไว้ในตระกร้าหน้ารถ เมื่อพบก็จะลงมือฉกทันที โดยก่อเหตุมาแล้วนับ 10 ครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยติดตามไปจับกุมได้ในแสงกาญจน์วานิช คอนโด เลขที่ 89/1-5 หมู่ 11 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เบื้องต้นคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป.
แรงงานไทยเจ็บลูกหลงยิงถล่มฉนวนกาซา
3 แรงงานไทยบาดเจ็บ เพราะโดนลูกหลงเหตุยิงถล่มฉนวนกาซา
วันนี้ (24 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกเอกสารชี้แจงสถานการณ์ความรุนแรงกรณีที่กองกำลังปาเลสไตน์ยิงจรวดถล่มบริเวณฉนวนกาซา ประเทศอิสราเอล ทำให้มีคนไทย 3 คนได้รับบาดเจ็บ เนื้อหาสรุปว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ว่า คนไทยที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน เป็นแรงงานไทยที่มาทำงานในอิสราเอลอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยทั้งคู่เป็นชาวอุดรธานี ส่วนอีก 1 คน ซึ่งเป็นชาวนครพนม ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยทั้ง 3คนนี้ได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลโซโรกา เมืองเบียเชวาแล้ว และแพทย์กำลังผ่าตัดช่วยชีวิตผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้ง 2 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯได้เดินทางไปประสานงานในการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่เคราะห์ร้ายทั้ง 3 คนแล้ว.
สาวโรงงานขี้ยัวะโดดกัดหูเพื่อนขาดสยอง
สาวโรงงานแค้นเดือดโดดกัดหูเพื่อนขาดสยอง เหตุผิดใจแค่เรื่องจิ๊บๆ
เมื่อเวลา 00.30 วันที่ 24 ต.ค. ขณะที่ ร.ต.อ.สิงห์คาล นันทะชัย พงส. (สบ 1) สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก นางชลอ เติมบุญ อายุ 52 ปี อาชีพพนักงานบริษัทผลิตพัดลมแห่งหนึ่งย่าน ต.ในคลองบางปลากด ได้พาร่างกายอันบอบช้ำ สภาพใบหน้ามีรอยขีดข่วนหลายแห่ง ที่หูข้างซ้ายมีผ้าพันแผลโปะอยู่หลายชั้นมีเลือดไหลซึมออกมา และเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเครื่อง เข้าแจ้งความว่า ถูกนางประเสริฐ ชูวงษ์ อายุ 48 ปี เพื่อนพนักงานที่คบหากันมานานกว่า 25 ปี ทำร้ายร่างกายด้วยการกระโดดกัดหูข้างซ้ายจนหูขาดออกมาทั้งยวง ต้องเย็บกว่า 40 เข็ม โดยเหตุเกิดในซอยวัดคู่สร้าง หมู่ 10 ต.ในคลองบางปลากด ช่วงเย็นที่ผ่านมา
นางชลอ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุภายหลังจากเลิกงานแล้ว ขณะที่ยืนรอรถสองแถวเพื่อกลับที่พัก จู่ ๆ นางประเสริฐได้เดินถือขวดน้ำมันเครื่องปรี่เข้ามาหา ก่อนจะบีบน้ำมันเครื่องใส่หน้าจนตนมองอะไรไม่เห็น จากนั้นถูกจิกผมแล้วกระชากศีรษะ ก่อนจะถูกกัดที่หูข้างซ้ายอย่างแรง ตนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและพยายามดิ้นหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ เพื่อน ๆ พนักงานที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าห้ามปราม จนกระทั่งนางประเสริฐกัดหูตนจนขาดออกไปทั้งยวงถึงยอมปล่อย
นางชลอ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุภายหลังจากเลิกงานแล้ว ขณะที่ยืนรอรถสองแถวเพื่อกลับที่พัก จู่ ๆ นางประเสริฐได้เดินถือขวดน้ำมันเครื่องปรี่เข้ามาหา ก่อนจะบีบน้ำมันเครื่องใส่หน้าจนตนมองอะไรไม่เห็น จากนั้นถูกจิกผมแล้วกระชากศีรษะ ก่อนจะถูกกัดที่หูข้างซ้ายอย่างแรง ตนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและพยายามดิ้นหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ เพื่อน ๆ พนักงานที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าห้ามปราม จนกระทั่งนางประเสริฐกัดหูตนจนขาดออกไปทั้งยวงถึงยอมปล่อย
จากนั้นยังแสยะยิ้มและบ้วนหูของตนทิ้งที่พื้น เพื่อน ๆ จึงรีบเก็บหูเปื้อนน้ำลายปนเลือดและเรียกรถแท็กซี่พาตนส่ง รพ.บางปะกอก 3 โดยแพทย์ต้องเย็บต่อใบหูให้กว่า 40 เข็ม และแจ้งว่ามีโอกาสน้อยมากที่หูตนจะหายเป็นปกติ เพราะหูส่วนนอกฉีกขาดออกมาทั้งหมด อีกทั้งระหว่างที่เดินทางมาโรงพยาบาลไม่ได้นำหูแช่น้ำแข็ง ทำให้เส้นเลือดใหญ่อาจตายได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสติดเชื้อสูงมาก
นางชลอ ให้การต่อว่า ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นเพราะระยะหลังตนกับนางประเสริฐ มีปัญหากันเรื่องงาน เคยมีปากเสียงกันบ้างแต่ก็ไม่รุนแรงมาก โดยก่อนที่จะเลิกงานนางประเสริฐได้เข้ามาต่อว่ากล่าวหาว่าตนไปนินทาลับหลัง ซึ่งตนก็ปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ได้ทำ จนกระทั่งเกิดเหตุขึ้นไม่คิดเลยว่าคนที่เป็นเพื่อนกันมานานกว่า 25 ปี จะทำกันได้ขนาดนี้
นางชลอ ให้การต่อว่า ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นเพราะระยะหลังตนกับนางประเสริฐ มีปัญหากันเรื่องงาน เคยมีปากเสียงกันบ้างแต่ก็ไม่รุนแรงมาก โดยก่อนที่จะเลิกงานนางประเสริฐได้เข้ามาต่อว่ากล่าวหาว่าตนไปนินทาลับหลัง ซึ่งตนก็ปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ได้ทำ จนกระทั่งเกิดเหตุขึ้นไม่คิดเลยว่าคนที่เป็นเพื่อนกันมานานกว่า 25 ปี จะทำกันได้ขนาดนี้
ด้าน ร.ต.อ.สิงห์คาล กล่าวว่า จากนี้จะได้เรียกตัวนางประเสริฐมาสอบปากคำ และแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดำเนินคดีต่อไป.
รวบฆาตกรฆ่ายัดท้ายเก๋งรับลวงชิงเงินแสน
รวบฆาตกรเหี้ยมฆ่ายัดท้ายเก๋ง รับลวงมาชิงเงินแสน ตำรวจเตรียมหิ้วทำแผน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ต.ค. พ.ต.ท.นิวัต ตระกูลดี สารวัตรเวร สภ.วังจันทร์ จ.ระยอง รับแจ้งมีคนทำร้ายเสียชีวิตยัดใส่กระสอบข้าวสารซุกใส่ท้ายรถเก๋ง นำจอดทิ้งไว้ในไร่มันสำปะหลัง ถนนสายบ้านบึง-แกลง กม.71-72 หมู่ 2 ต.ป่ายุบใน จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.มณเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.ท.ทัศนัย สุชีธง สว.สส.สภ.วังจันทร์ นพ.ทวีวัฒน์ อรรถเศรษฐ แพทย์รพ.วังจันทร์และอาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูวังจันทร์
ที่เกิดเหตุบริเวณถนนทางเข้าไร่มันสำปะหลัง ห่างจากถนนสายหลักประมาณ 100 เมตร พบศพนายทน ทายอด อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 14 ต.ดอยงาม อ.พาน จ.เชียงราย สภาพถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณศีรษะด้านหลังจนบวมช้ำแล้วถูกจับยัดใส่กระสอบข้าวสารซุกท้ายรถเก๋งฮุนได สีเลือดหมู ทะเบียน กจ 172 เชียงราย ตรวจสอบภายในห่อผ้ายันต์ท้ายรถพบเงินสด 8,000 บาท แต่ไม่พบเอกสารใด ๆ เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตมาแล้ว 2-3 วัน จึงมอบศพให้แพทย์รับไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นนายหน้าขายรถมือสองให้กับนายทุนรับซื้อไปขายทางภาคเหนือ และปัจจุบันพักอาศัยอยู่กับลูกสาวที่บ้านเลขที่ 11/18 หมู่บ้านบุญถาวร 3 ถนนเขาไผ่ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง และก่อนหน้าที่จะหายตัวไปมีพยานเห็นผู้ตายสวมใส่สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท และแหวนทองหนัก 2 บาทติดตัวเป็นประจำ แต่หลังเกิดเหตุทรัพย์สินดังกล่าวสูญหายไป นอกจากนี้ทราบด้วยว่าผู้ตายกำลังติดพันหญิงสาวคนหนึ่งที่มีสามีอยู่แล้ว อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง อีกด้วย
ด้าน พ.ต.อ.มณเทียร กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือฆ่าจากที่อื่นแล้วแล้วอุ้มศพยัดใส่กระสอบซุกท้ายรถของผู้ตายนำมาทิ้งในไร่มันสำปะหลัง เพื่ออำพรางคดี ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจเกิดจากการฆ่าชิงทรัพย์หรือหักกันเรื่องค่านายหน้าค้าขายรถมือสองหรือครอบครัวฝ่ายหญิงที่ผู้ตายไปติดพัน เกิดความไม่พอใจ จึงลวงไปทำร้ายเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อไว้ใช้เป็นแนวทางติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ต่อมา พ.ต.ท.พิชิต ฟื้นแสน สว.สส.ภ.จว.ระยอง กับพวกร่วมกันคุมตัวนายเอกวัฒน์ แสงสังเกตุ อายุ 25 ปี และน.ส.นริศรา เกษมจิตต์ อายุ 34 ปี ภรรยา มาสอบเค้น หลัง น.ส.ธัญรัศม์ หรือบี ทายอด ลูกสาวผู้ตาย ให้การว่า ก่อนตายพ่อได้ออกจากบ้านไปเมื่อเช้ามืดวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยบอกว่าจะมาหาผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน เนื่องจากมีการติดต่อจะซื้อรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาด้า แบบโฟว์วิน กับบิดา โดยมีเอกสารการโอนเงิน จำนวน 160,000 บาท ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญ แม้ทั้งคู่จะให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตามชุดสืบสวนไปได้ภาพขณะ น.ส.นริศรา กำลังกดเงินจากตู้เอทีเอ็มของ ธนาคารกสิกรไทย สาขาแกลง ทำให้ทั้งคู่ยินยอมเปิดปากรับสารภาพ
จากการสอบสวนนายเอกวัฒน์ รับว่า ได้ออกอุบายลวงขายรถให้ผู้ตาย เมื่อมีการโอนเงินมาให้แล้ว จึงลวงผู้ตายไปที่บ้านเลขที่ 103/4 หมู่ 9 บ้านหนองโพรง ซอย 3 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง ให้นายสุวิชัย หรือเพ้ง ประมวล อายุ 38 ปี และนายดำริ หรือยอร์จ ประมวล อายุ 26 ปี สองพี่น้องร่วมกันฆ่าแล้วแบ่งเงินกัน
ทางชุดสืบสวนจึงรีบนำกำลังไปล้อมจับนายสุวิชัย ได้ที่บ้านดังกล่าวพร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. เงินสด 18,000 บาท มีดสปาต้า 1 เล่ม ส่วนนายดำริ อาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ โดยฆาตกรโหด รับว่า เป็นคนใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวจ่อยิงศีรษะผู้ตาย บริเวณริมสระน้ำหลังบ้านจนเสียชีวิต และนำยัดท้ายรถผู้ตายไปจอดทิ้งยังที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา และเตรียมคุมตัวทำแผนตามขั้นตอนต่อไป.
ปคม.จับแท็กซี่หื่นลวงเด็กขยี้กาม ปากแข็งอ้างซื้อบริการ-ปัดมอมยา
ปคม.จับแท็กซี่หื่นมอมยาลวงเด็กวัย14เข้าโรงแรมขยี้กาม สอบสวนอ้างซื้อบริการ และไม่ได้มอมยา
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 ต.ค. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ประคัลภ์ แสงส่องฟ้า พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน ผกก.1 บก.ปคม.แถลงข่าวจับกุม นายสาคร สาสีทะ อายุ 37 ปี ชาวร้อยเอ็ด อาชีพขับรถแท็กซี่ ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดา มารดา เพื่อการอนาจาร กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี มีและเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย จับกุมได้ที่ห้องพักโรงแรมสหายสหะกิจ เลขที่ 683 ถนนไมตรีจิต แขวงและเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีพลเมืองดี แจ้งเบาะแสมายังศูนย์รับแจ้งเหตุสายด่วน บก.ปคม.1191 ว่ามีคนขับแท็กซี่ต้องสงสัยล่อลวงเด็กหญิงเข้าพักที่โรงแรมสหายสหะกิจ จึงประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าตรวจสอบโดยนำกำลังเข้าตรวจค้นภายในห้องพัก พบผู้ต้องหาพร้อมกับ ด.ญ.นิด (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ผู้เสียหาย จึงเข้าช่วยเหลือไว้โดยนำตัวส่งให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ไปฟื้นฟูสภาพจิตใจ นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์เสพยาเสพติด จึงคุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะ ซึ่งพบว่าเป็นสีม่วง จึงแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกจับกุมมาแล้วหลายคดีตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา ได้แก่ คดีเสพยาเสพติด รับของโจร ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เล่นการพนัน นอกจากนี้เคยถูกจับกุมข้อหาจำหน่ายยาเสพติด จนถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 4 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะมาขับรถแท็กซี่รับจ้าง
ผู้ต้องหาให้การต่อ โดยอ้างว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกับ ด.ญ.นิด นั้น เนื่องจากตนได้ซื้อบริการที่บริเวณหน้าโรงแรมดังกล่าว โดยพบเด็กหญิงสองคน ซึ่งน่าจะเป็นพี่น้องกัน แต่ตนซื้อบริการจาก ด.ญ.นิด ระหว่างนั้นคนที่เป็นพี่ได้ถูกตำรวจจับกุมในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กผู้เสียหายก็ไม่รู้จะทำอย่างไร และไม่ยอมกลับบ้านพัก อ้างว่าจะรอพี่สาวก่อน ตนจึงเปิดห้องพักให้อยู่ไปก่อนแต่ก็อยู่มาเป็นเวลาเดือนกว่า ซึ่งครั้งแรกตั้งใจว่าจะขับรถพาไปส่งบ้านแต่มาถูกจับกุมเสียก่อน สำหรับที่ถูกกล่าวหาว่า มอมยาเสพติดผู้เสียหายนั้นไม่เป็นความจริง เพราะของกลางทั้งหมดเป็นของที่ตนใช้เสพเองเท่านั้น
"เทพเทือก" เบิกความยัน จนท.ปฏิบัติหลักสากล ส่วนพี่เต้น ยัน ศอฉ.ใช้ ฮ.สลายการชุมนุม
"เทพเทือก" ขึ้นศาลยัน จนท.ปฏิบัติหลักสากล ส่วนพี่เต้น ยัน ศอฉ.ใช้ ฮ.สลายการชุมนุม สงสัยการชุมนุมกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยาม ของเสธ.อ้าย นัดฟังคำสั่งไต่สวนศพแดง ชาญณรงค์ 26 พ.ย.นี้ 9 โมง
ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.00 น. วันนี้ (24 ต.ค.) ศาลนัดไต่สวนคำร้อง คดีดำ อช. 1/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นคำร้องขอชันสูตรการเสียชีวิตของนาย ชาญณรงค์ พลศรีลา แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อทำคำสั่ง แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุ และพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 โดยนายชาญณรงค์ ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ ซ.รางน้ำ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.53 ในช่วงที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงพื้นที่ กทม.
วันนี้นายสุเทพ เทือกบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เบิกความสรุปว่า ตนได้ออกคำสั่ง 1/2553 เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์สำหรับสลายชุมนุมตามมาตรฐานสากล คือ โล่ , กระบอง , กระสุนยาง , แก๊สน้ำตา , รถฉีดน้ำ จากเบาไปหาหนัก สำหรับการเข้าปฏิบัติการขอคืนพื้นที่บริเวณถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 เพื่อต้องการเปิดช่องทางจราจร เชื่อมโยง ถ.ราชดำเนิน สะพานพระราม 8 และสะพานพระปิ่นเกล้าเท่านั้น ไม่ได้บังคับให้เลิกการชุมนุมที่ผ่านฟ้า โดยเริ่มปฏิบัติการช่วงกลางวัน กำชับให้เจ้าหน้าที่ใช้แต่อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ส่วนกลางคืนพบว่ามีกองกำลังผู้ก่อการร้ายที่ปะปนกับผู้ชุมนุม ใช้อาวุธสงคราม เช่น ปืนเอ็ม 16 , ปืนอาก้า , ระเบิดขว้าง , การใช้กระสุน เอ็ม79 ยิงใส่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ตนจึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ศอฉ.สามารถใช้อาวุธในการป้องกันตัวเอง และประชาชนได้ และไม่เคยมีคำสั่งพิเศษ ส่วนการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ มีทั้งกำลังตำรวจและทหาร ในหลายพื้นที่เพื่อสกัดคนไม่ให้เข้าไป รวมทั้ง ให้ตัดน้ำตัดไฟในพื้นที่ชุมนุม เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมมีความสะดวกสบาย อีกด้วย
ส่วนการเสียชีวิตของนายชาญณรงค์ ที่ ย่าน ถ.ราชปรารภ ขณะเกิดเหตุยังไม่ทราบรายละเอียด แต่มาทราบภายหลังเมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวบรวมข้อมูลการเสียชีวิต 13 ศพ ที่ดีเอสไอมีความเห็นไม่ตรงกับ สตช.ว่าการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ แต่ในส่วนของสตช.ได้มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการชันสูตรศพขึ้นมาเฉพาะ ระบุว่าไม่ทราบว่าการเสียชีวิตเกิดจากฝ่ายใดเป็นผู้กระทำ ซึ่งตนก็ได้นำข้อมูลนี้ไปชี้แจงเมื่อครั้งถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ส่วนรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มีการระบุถึงการเสียชีวิตของนายชาญณรงค์ไว้ แต่ตนไม่เห็นข้อความที่ระบุว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่
ต่อมาช่วงบ่าย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และแกนนำนปช. ขึ้นเบิกความสรุปว่า กลุ่ม นปช.ชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยเริ่มชุมนุมเมื่อวันที่ 12 มี.ค.53 ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า กระทั่งวันที่ 10 เม.ย. 53 รัฐบาล โดย ศอฉ. นำกำลังทหารออกจากที่ตั้งพร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 ปืนยาว โล่และกระบอง รถถัง เข้าปราบปรามผู้ชุมนุม โดยไม่ปฏิบัติตามหลักสากล ใช้เฮลิคอปเตอร์บินโยนแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุม มีการใช้พลแม่นปืนใช้อาวุธปืนความเร็วสูงติดลำกล้อง ยิงผู้ชุมนุมกระสุนเข้าอวัยวะสำคัญ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลใช้พลซุ่มยิงผู้ชุมนุมทางการเมือง ไม่เคยมีรัฐบาลใดกระทำมาก่อนหลังจากนั้นได้ยุบเวทีปราศรัยที่สะพานผ่านฟ้าไปรวมที่เวทีราชประสงค์เวทีเดียว โดยช่วงประมาณวันที่ 14 พ.ค.53 มีความตรึงเครียด เนื่องจาก ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่ทหารตั้งด่านตรวจค้นรอบพื้นที่ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมไม่สามารถเข้าพื้นที่ชุมนุมได้ และมีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารปะทะกับผู้ชุมนุมและมีการซุ่มยิงประชาชนเสียชีวิตหลายราย ซึ่งในส่วนของนายชาญณรงค์ ผู้ตายคดีนี้ ทราบจากข่าวสื่อมวลชนว่า ถูกยิงชีวิตนอกพื้นที่ชุมนุม และคนอื่นเสียชีวิตอีกหลายราย
ภายหลังนายณัฐวุฒิ เบิกความเสร็จสิ้นแล้วทนายความญาติผู้ตายแถลงหมดพยาน ศาลจึงนัดฟังคำสั่งคดีนี้ในวันที่ 26 พ.ย. นี้ เวลา 09.00 น. ต่อมานายณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณี ที่พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์กรพิทักษ์สยาม ได้เตรียมจัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล วันที่ 28 ต.ค.นี้ ที่ สนามม้านางเลิ้ง ว่า คำพูดของพล.อ.บุญเลิศ ส่อไปในทางรัฐประหาร ตนสงสัยว่าการชุมนุมในครั้งนี้ต้องการสิ่งใด.
"นปช." เปิดเกมรุกร้อง"ดีเอสไอ"ขอผลสอบชุมนุมปี52จากสภาฯ
เพื่อนำข้อมูลเชื่อมโยงเหตุรุนแรงปี 53 "เหวง"เตือนเสธ.อ้าย ระวังข้อหากบฏหากเดินหน้าปฏิวัติ ล้มรัฐบาล เผยมีขบวนการจ้างวานคนใต้ร่วมชุมนุมใหญ่ 28 ต.ค.นี้
กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 25 ต.ค. นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ยื่นเรื่องขอให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ทำหนังสือขอทราบผลศึกษาการชุมนุมทางการเมืองปี 2552 จากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เนื่องจากทราบว่าก่อนหน้านี้สมัยนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานรัฐสภา ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการชุมนุมปี 2552 เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มนปช.เมื่อปี 2552 เพราะเชื่อว่าผลการศึกษาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการนำมาประกอบการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางการเมืองปี 2553 ได้
เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน โดยข้อมูลสำคัญที่ต้องการทราบจากผลการศึกษาชุดดังกล่าวคือ ผลสอบคลิปเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สั่งใช้ความรุนแรงกับประชาชน ว่าเป็นเสียงจริงและรายละเอียดการสั่งใช้ความรุนแรงจริงหรือไม่ หากจริงก็อาจมีความเชื่อมโยงกับการสั่งใช้ความรุนแรงในปี 2553 ด้วย นอกจากนี้ยังต้องการทราบผลสอบการเสียชีวิตของพลทหารอภินพ เครือสุข ทหารที่เสียชีวิตในกรมทหารราบที่ 1 ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีความผิดปกติ ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่เป็นข่าว เพราะผลชันสูตรศพของรพ.ศิริราช ระบุว่าศีรษะถูกกระแทกด้วยของแข็งอย่างแรง
นพ.เหวง ยังกล่าวถึงกรณีพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ประกาศจัดการชุมนุมในวันที่ 28 ต.ค.นี้ พร้อมระบุว่าหากมีกำลังคนมากพอก็อาจถึงขั้นปฏิวัติว่า ตนขอเตือนว่าเรื่องดังกล่าวเข้าข่ายความผิดอาญา มาตรา 113 ซึ่งระบุว่าผู้ใดข่มขู่ว่าจะล้มล้างรัฐบาล และรัฐสภา อาจถือเป็นกบฏ ดังนั้น ขอให้จัดการชุมนุมอย่างสงบ และต้องระมัดระวังการพูดให้มาก อย่างไรก็ตาม ตนทราบว่าขณะนี้เริ่มมีการนำเงินไปจ้างให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้บางจังหวัดมาร่วมชุมนุมในวันที่ 28 ต.ค.ด้วย
ทางด้านนายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอจะทำหนังสือเพื่อขอทราบผลสอบชุดดังกล่าวจากประธานรัฐสภา เพื่อนำมาพิจารณาว่าจะมีรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานหรือมีส่วนเชื่อมโยงกับเหตุการณ์รุนแรงปี 2553 หรือไม่ โดยการทำงานจะพิจารณาร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ ดีเอสไอ อัยการ และตำรวจ
รถเมล์ทับหัวเละ"ม.4"ตายสยอง
ม.4 ชะตาขาดซ้อนเพื่อนชนท้ายเก๋ง ตัวเองกลิ้งกลางถนน รถเมล์ตามมาทับหัวแบะตายสยอง
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 ต.ค. ร.ต.ต.สันต์ปกรณ์ หนูกัน พงส.(สบ1) สน.หัวหมาก รับแจ้งมีรถเมล์ทับคนเสียชีวิต บริเวณปากซอยรามคำแหง 81/4 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.อนุธิดา หรือโฟร์ ทวีพร อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183/79 ถนนพิษณุโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเกษมวิทยา ย่านคลองตัน นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน สภาพสวมเสื้อยึดแขนสั้นสีเลือดหมู กางเกงขาสั้นสีดำ ศีรษะล้อรถทับจนเละ
ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ ไอ สีฟ้าคาดส้ม ทะเบียน อบธ 440 กรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่ โดยมีนายอดิศร พิมพิสัย อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 78 ซอยสุเหร่าหัวหมากน้อย ถนนรามคำแหวง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ นักเรียนชั้นปีที่ 1 โรงเรียนเทคโนบางกะปิ เพื่อนชายคนสนิทของผู้ตายยืนร่ำไห้รออยู่
ห่างไปพบรถประจำทางปรับอากาศ สีส้ม สาย 60 วิ่งระหว่างปากคลองตลาด-สวนสยาม เลขข้างรถ 2-44126 ทะเบียน 12-5432 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ โดยมีนายนิสิต ว่องไว อายุ 42 ปี คนขับ ยืนรอหน้าตื่น ขณะที่ด้านท้ายรถประจำทางพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโซลูน่า สีบรอนด์ทอง ทะเบียน กง 6900 นครสวรรค์ มีรอยถูกชนที่ท้าย โดยมีนายทักษ์ดนัย สินพรม อายุ 25 ปี เจ้าของรถเก๋งยืนรอ
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะผู้ตายนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.มาถึงจุดเกิดเหตุ รถเก๋งของนายทักษ์ดนัย เกิดเบรกกะทันหัน ทำให้รถ จยย.พุ่งชนท้าย จนร่างผู้ตายกระเด็นกลิ้งอยู่กลางถนน ซึ่เป็นจังหวะเดียวกับที่รถประจำทางวิ่งตามมาพอดี จึงแล่นทับศีรษะดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิจารณา เพื่อแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป.
ตำรวจฟิตเปิดโครงการ "เซฟตี้โซนเยาวราช"
ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าเดิม เพิ่มกล้อง CCTV และอัพซอร์ฟเเวร์ไให้ตำรวจดูสภาพพื้นที่ได้ผ่านทางโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์
ที่วงเวียนโอเดียน ถนนเจริญกรุง เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ต.ค. พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ 10) พร้อมด้วยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ทท. และพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 ร่วมกันเปิดโครงการเยาวราชเซฟตี้โซน 2012 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บก.น.6 ตำรวจท่องเที่ยว เทศกิจ และอาสาสมัครตำรวจบ้านเข้าร่วมปล่อยแถวออกตรวจพื้นที่กว่า 300 นาย
พล.ต.อ.วุฒิ เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของการเปิดงานในครั้งนี้ว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการท่องเที่ยว โดยมีสถิติที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามามากกว่าปกติวันละถึง 10% รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายให้ตำรวจเร่งจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรวมตัวของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นอกจากนี้ยังต้องเตรียมแผนการรองรับเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้าซึ่งถือเป็นวาระสำคัญ ดังนั้นทางบช.น.จึงเลือกพื้นที่เยาวราช ในความรับผิดชอบของ สน.พลับพลาไชย 2 เป็นพื้นที่นำร่องก่อน โดยโครงการดังกล่าวจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าเดิม ซึ่งมีการเพิ่มกล้อง CCTV และอัพซอร์ฟเเวร์ไว้ใช้ให้ตำรวจดูสภาพพื้นที่ได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์เพื่อความสะดวกรวดเร็ว
ทางด้าน พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เรากำหนดพื้นที่เซฟตี้โซนไว้อย่างครอบคลุุมทั้งถนนเจริญกรุง ถนนแปลงนาม ถนนทรงสวัสดิ์ และถนนเยาวราช โดยนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่คือกล้อง CCTV ทั้งของโรงพัก ของ บช.น.และของกทม. มาบูรณาการกันนับร้อยตัว และทุกตัวสามารถออนไลน์ส่งภาพไปดูได้ที่คอนโทรลรูมในป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรแยกหมอมี นอกจากนี้ตนยังพัฒนาแอพพริเคชั่นให้ภาพที่ได้จากกล้อง CCTV เหล่านั้นไปปรากฏบนมือถือทั้งไอโฟนและแอนดรอยด์ได้อีกด้วย โดยขั้นตอนการดูภาพผ่านบนมือถือจะอนุญาตให้นายตำรวจระดับ รองสารวัตรทุกฝ่ายของสน.ลงทะเบียนเปิดดูได้เท่านั้น เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้ามาใช้กล้องในทางที่ผิดได้
คดี "หมอสุพัฒน์" ไม่คืบ ลูกชายควงทนายให้ปากคำตำรวจ
ลูกชาย "หมอสุพัฒน์" ควงทนายความเข้าให้ปากคำ พนง.สอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่ ตร. เผยยังต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานคดีฆาตกรรมแรงงาน "พม่า" ในไร่ ส่วนเบาะแส "2 ผัวเมีย" ยังมืดแปดด้าน
วันนี้ (25ต.ค.) นายเอก เลาหะวัฒนะ บุตรชาย พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตแพทย์ รพ.ตำรวจ พร้อมทนายความ เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.เพชรบุรี เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี และ พ.ต.ท.ประสาน จังพานิช เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นเป็นการพูดคุยกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับทนาย โดยมีนายเอก นั่งรออยู่ด้านนอก ทั้งนี้นายเอก กล่าวสั้น ๆ ว่า มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมจากคราวที่แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร จากนั้นจึงขอตัวและไม่กล่าวอะไรอีก
พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม่รวก เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดี พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ในข้อหาฆาตรกรรมแรงงานชาวพม่าว่า ตอนนี้ขอเวลาตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าอย่างแน่นอน ขณะที่การขุดค้นหาร่างของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และภรรยา ชาว จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปนั้น หากมีหลักฐานหรือเบาะแสเพิ่มเติมก็จะขออำนาจศาลออกหมายค้นทันที ส่วนที่มีการตั้งเงินรางวัล 1แสนบาทให้กับผู้ที่สามารถชี้เบาะแสนำไปสู่การขุดค้นจนพบร่าง 2 สามีภรรยาได้นั้น เบื้องต้นยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลย
ขณะที่ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ในเรื่องของพยานหลักฐานของคดีนี้นั้น เจ้าหน้าที่ได้เบาะแสเพิ่มเติมอีก 2-3 ข้อ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำงานจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องของเวลา เนื่องจากเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ปีแล้ว ทำให้พยานหลักฐานต่าง ๆ หายาก อย่างไรก็ตามทางตำรวจก็พยายามรวบรวมหลักฐานอย่างเต็มความสามารถ และคาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้น
สน.วิภาวดีจับแก๊งซิ่งยึดรถ 23 คัน
ตำรวจ.สน.วิภาวดี ระดมกำลังพร้อมอุปกรณ์และยวดยานพาหนะ เข้าปิดล้อมจับกุมแก๊งซิ่ง บนถนนวิภาวดี-รังสิต ก่อนตะครุบตัวได้ 27 ราย พร้อมยึดรถจยย.23 คัน ระบุเป็นกลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยถูกจับ เตรียมเรียกผู้ปกครองมารับโทษด้วย
เมื่อเวลา 03.45 น. วันนี้ ( 24ต.ค.) พ.ต.ท.สนอง แสงมณี สว.จร.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต / ทางพิเศษ กก.2 บก.จร.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 20 นาย นำกำลังปิดล้อมจับกุมกลุ่มวัยรุ่นวิ่งรถจยย.ได้ที่หน้ากรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิตขาออก แขวงและเขตดินแดง สามารถจับกุมได้ทั้งหมด 27 คน เป็นชาย 21 คน หญิง 6 คน เป็นเยาวชน 8 คน หญิง 1 คน ชาย 7 คน พร้อมยึดรถจยย.ได้ทั้งหมด 23 คันพ.ต.ท.สนองกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมักนัดรวมตัวกันบนถนนวิภาวดี-รังสิต บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เพื่อแข่งขันประลองความเร็ว จึงระดมกำลังพร้อมนำรถส่วนตัว รถตำรวจและรถยกรวมกว่า 20 คัน จอดซุ่มอยู่ตรงจุดเกิดเหตุ เมื่อกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวขับขี่รถจยย.มาถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมโดยใช้รถปิดล้อมหน้าหลัง ทำให้กลุ่มแตกกระเจิงแยกย้ายกันหลบหนีกันชุลมุน กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าวได้
พ.ต.ท.สนอง กล่าวต่อว่า การจับกุมในครั้งนี้ หลังจากตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเด็กวัยรุ่นที่เคยถูกจับกุมมาก่อนหรือเคยทำผิดซ้ำในพื้นที่ เป็นหน้าใหม่ทั้งหมด สำหรับคดีนี้ เยาวชนที่ถูกจับกุมผู้ปกครองจะต้องรับโทษด้วยตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ซึ่งมีโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากการไม่ดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน ส่วนผู้ใหญ่ก็จะมีการทำประวัติ ตรวจสอบประวัติรถว่าเคยนำไปก่อเหตุที่ใดบ้าง และจะนำตัวส่งฟ้องศาลอาญาในวันนี้ทันที โดยแจ้งข้อหาขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้หลังจากมีการส่งฟ้องดำเนินคดีแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปกครองของผู้ถูกจับกุมที่เป็นเยาวชนเพื่อป้องกันไม่ให้บุตรหลานมาขับรถแข่งในถนนหนทางสาธารณะอีกต่อไป.











