ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – ลง Driver 300 บาท ซ่อมปกติเป็น 1000 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จ่อออกหมายจับไอ้เดียร์เชือดคอพนักงานจดมิเตอร์


ความคืบหน้าเมื่อเวลา 19.00 น. วันนี้ ( 26 ต.ค.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ในฐานะเลขาฯ ป.ป.ส. พล.ต.ต.กฤษฏ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รอง ผบก.น.5 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาของ สน.พระโขนง เดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพของ นายดวงเด่น โพธิ์ทอง ที่ศาลาโชติบรรยง วัดมหาบุศย์ โดยเมื่อมาถึงที่วัดนายสุรินทร์ กับนางสมใจ พ่อแม่ของนายดวงเด่น ได้นำพวงมาลัยมามอบให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พร้อมกล่าวขอบคุณที่ช่วยเหลือเรื่องคดีความของลูกชาย ซึ่งทาง พล.ต.อ.พงศพัศ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ ก็ได้มอบเงินช่วยเหลืองานศพจำนวนหนึ่งให้กับนางสมใจไว้ด้วย
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า หลังจากสวดพระอภิธรรมศพนายดวงเด่นในคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วนั้น ในวันพรุ่งนี้ (27 ต.ค.) พ่อแม่ของนายดวงเด่นจะนำศพของลูกชายไปฝากไว้ที่สถาบันนิติเวช เนื่องจากอาจจะมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนใหม่ ซึ่งอาจจะต้องการหลักฐานบางอย่างเพิ่มเติม จึงต้องการนำศพไปฝากไว้ก่อนเพื่อความสบายใจ ทั้งนี้ที่ผ่านมา ยืนยันว่าตำรวจทำงานเต็มที่ ตรงไปตรงมา แต่อาจจะขาดความใส่ใจลงไปดูแลหรือประสานให้ทางพ่อแม่ของผู้ตายทราบ จนทำให้ติดใจคิดว่าไม่มีตำรวจใส่ใจ ซึ่งตนก็เข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ที่สูญเสียลูกชายที่เป็นกำลังหลักของครอบครัวไป อย่างไรก็ตาม หลังจากเปลี่ยนพนักงานสอบสวนจากระดับโรงพักเป็นระดับกองบัญชาการแล้วก็น่าจะดีขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุรุมทำร้ายนายดวงเด่นจนเสียชีวิตนั้น มีด้วยกัน 3 คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง สามารถจับกุมไปได้แล้ว 2 คน ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา คือนายวิเชษ สุขแจ่ม อายุ 33 ปี และนายอรรถพล หรือเหมียว หนุนงาม อายุ 31 ปี ซึ่งทั้งสองคนให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิต และถูกนำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดพระโขนงไปแล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีก 1 คนและเป็นคนลงมือปาดคอนายดวงเด่นจนเสียชีวิตนั้น คือนายดนัย หรือเดียร์ ทองดี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/504 หมู่ที่ 6 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพระโขนงอยู่ ขณะเดียวกันทางพนักงานสอบสวนกำลังประสานขอความเห็นจากแพทย์ในเรื่องของบาดแผลที่คอของนายดวงเด่นอีกครั้งว่าเกิดจากของมีคมหรืออาวุธชนิดใด เพื่อพิจารณาเสนอผู้บังคับบัญชาแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพิ่มเติมต่อไป.
Share:

แถลงชื่นมื่นปราบยาบ้าลอตใหญ่1ล้านเม็ด


เมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ ( 26 ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.ต.ท.ชัยวัฒน์  โชติมา ผบช.ปส. แถลงข่าวจับกุม นายอรรถพล  เกิดอาชาชาญ อายุ 30 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 50 มัด  1 ล้านเม็ด โดยจับกุมได้ที่บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง (1988) จำกัด สาขาตลาดไท อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดและตำรวจสภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้ทำการจับกุมนายนายซ่งหัว แซ่จู นายกว๋อไท่ แซ่จัง และนายเสียวซือ แซ่เหอ ชาวจังหวัดเชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า1,794,000 เม็ดได้ที่บ้านเลขที่ 88/1437 ม.5 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากการตรวจสอบพบว่ายาเสพติดของกลางถูกขนส่งผ่านระบบการขนส่งสินค้าจากสถานีขนส่งสินค้า โดยมีต้นทางที่จ.เชียงใหม่ และมีจุดรับสินค้าที่ปลายทางที่ตลาดไท ชุดสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดของบช.ปส. จึงทำการสืบสวนทราบว่านายอรรถพล มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งสินค้าดังกล่าว จึงขยายผลจับกุม นายอรรถพล นายเทวัญ แสงศรทวีศักดิ์ อายุ 32 ปี และ นายวีระ เตชะเลิศพนา อายุ 30 ปี พร้อมยึดของกลางยาบ้า 40,000 เม็ด ที่หน้าโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ขณะเดียวกันยังได้สืบสวนทราบว่านายวีระ ได้นำลังบรรจุยาเสพติด จำนวน 10 ลัง มาส่งให้ที่บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง (1988) จำกัด โดยใช้ชื่อนายอาชาชาญเป็นผู้ส่ง และมีชื่อผู้รับว่า คุณชัยเล็ก เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายอรรถพล ไปรับลังพัสดุดังกล่าวพบว่าภายในมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ 1 ล้านเม็ด โดยนายอรรถพลอ้างว่านายซัว ไม่ทราบนามสกุล เป็นผู้ว่าจ้าง โดยจะมีคนมารับยาต่อไปอีกทอด เจ้าหน้าที่จึงซ้อนแผนให้นายอรรถพลติดต่อกับผู้รับยาดังกล่าว แต่เจ้าตัวเกิดไหวตัวทันไม่มารับยา ต่อมาเมื่อวันที่  18 ต.ค. ตำรวจบช.ปส.จับกุมนายมานพ ขุนไกร อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ นายอนุวัฒน์ แซ่โซ้ง อายุ 31 ปี ชาว.จังหวัดน่าน พร้อมของกลางยาบ้า 9 แสนเม็ด ยาไอซ์ 50 กก. รถบรรทุก 10 ล้อ อิซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-3506 เชียงราย โดยจับกุมได้บนถนนสายเทิง-เชียงของ  ช่วงกม. 2- 3 อ.เทิง จ.เชียงราย หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดน อ.เวียงแก่น อ.ขุนตาล และอ.เทิง จ.เชียงราย กับรถบรรทุกถ่านหินลิกไนต์ จึงตั้งด่านสกัดจับบริเวณถ.สายเทิง-เชียงของ ระหว่างอ.เทิง และอ.ขุนตาล กระทั่งเวลา 21.30 น.วันที่ 22 ต.ค. จึงพบรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว ซึ่งบรรทุกถ่านหินลิกไนต์ขับมา โดยมีรถกระบะยี่ห้ออิซูซุ ทะเบียน บท-9654 พะเยา ขับนำหน้า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุมนายมานพ คนขับรถบรรทุกสิบล้อ ขณะเดียวกันพบนายอนุวัต แซ่โซ้ง หลบอยู่บริเวณกระบะพ่วง
จากการสอบสวนทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่าได้บรรทุกยาเสพติดดังกล่าว โดยบรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ย จำนวน  8 กระสอบ มีถ่านหินลิกไนต์ปิดทับอยู่ด้านบนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ส่วนรถกระบะได้ขับหลบหนีไปตามถ.สายเทิง-เชียงคำ  จึงพยายามไล่ติดตามจนรถเสียหลักตกข้างทางบริเวณเยื้องปากทางเข้าเรือนจำจังหวัดเทิง  คนขับและคนที่โดยสารมาวิ่งหลบหนีไปได้  ทั้งนี้ ตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบว่านายกอ แซ่มัว อายุ 24 ปี ชาวจ.เชียงราย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จึงได้ยึดรถส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป.
Share:

คนตระเวน พาไปชมการฝึกภารกิจ “คอมมานโดตำรวจฯ”


เกาะติดภารกิจ การฝึกร่วมผสมตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในภารกิจแก้ไขสถานการณ์วิกฤติที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบของ ตำรวจคอมมานโด 4 หน่วย ประกอบด้วย หน่วยอรินทราช 26 จาก บช.น., หน่วยนเรศวร 261 จาก บช.ตชด., หน่วยสยบไพรี จาก บช.ปส., และหน่วยสยบริปูสะท้าน (กองปราบปราม) จากบช.ก. โดยมีการจำลองสถานการณ์ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การโจมตีขบวนการค้ายาเสพติด และช่วยเหลือตัวประกัน  ฯลฯ จากนั้นมีการส่งชุดคอมมานโดฯเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ ตามแผนยุทธการแผน “กรกฎ52”  เน้นจากยุทธวิธีเบาไปหาหนัก

พ.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผกก.ปพ. บก.ป. กล่าวว่า การฝึกร่วมผสมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ นี้เป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทางพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ต้องการให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษของตำรวจทั้ง 4 หน่วยงาน สามารถสนธิกำลังฝึกฝนเพื่อให้เกิดความคล่องตัว และเป็นการซักซ้อมการปฏิบัติงาน  ซึ่งในระยะเวลาในการฝึก 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 –25 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

สำหรับเรื่องราว คนตระเวนพาส่องโรงพัก แต่ละสัปดาห์เป็นเช่นไร ? ติดตามรับชมได้ในรายการ “สน.บานเย็น” ทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 -18.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์เดลินิวส์ทีวี ผ่านจานดาวเทียม ระบบ PSI (ช่อง 26),DYNASAT (ช่อง101) , INFOSAT, LEOTECH,THAISAT (ช่อง 20) หรือเข้าไปชมผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ www.dailynewstv.tv/live
Share:

รวบขี้ยาตระเวนลักทรัพย์บ้านเรือนประชาชน


เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (27 ต.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักด์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น. 4 พ.ต.อ.สาโรจน์ ซุ่นทรัพย์ รองผบก.น.4 และ พ.ต.อ.อุทัย กวินเดชาธร ผกก.สส.บก.น.4 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัว นายนุกูล เสริมสิริอัมพร อายุ 26 ปี พร้อมของกลางจอคอมพิวเตอร์ยี่ห้อซัมซุงขนาด 19 นิ้ว 1 เครื่อง สร้อยมุก 1 เส้น พระเครื่อง 2 องค์ และอุปกรณ์งัดแงะหลายรายการ จับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ภายในซอยประเสริฐมนูกิจ 40 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในเขตพื้นที่นครบาล โดยนอกจากจะเน้นเรื่องการจับกุมอาวุธปืนและยาเสพติดแล้ว ยังเน้นเรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งล่าสุด กก.สส.บก.น.4 ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุลักทรัพย์ตามบ้านเรือนประชาชนได้ 1 ราย โดยเมื่อวันที่ 24 ต.ค.เวลาประมาณ 01.00 น. ผู้ต้องหาได้เข้าไปเหตุลักทรัพย์ภายในซอยแจ่มจันทร์ ซึ่งเป็นบ้านของ นางทัศนีย์ ธรรมวานิช ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร เพิ่งออกจากเรือนจำคลองไผ่ในคดียาเสพติด จึงออกตระเวนลักทรัพย์หาเงินไปใช้จ่ายและซื้อยามาเสพ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนในเคหสถาน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ดำเนินคดีต่อไป.
Share:

ป.ป.ส.ส่ง 50 ผู้ผ่านการบำบัดกลับสู่อ้อมอกแม่


วันนี้ ( 27 ต.ค.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นประธานการจัดกิจกรรม "อุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน" ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ประสานงานนชุมชนคลองเตย ล็อค 4, 5, 6 โดยนำผู้ที่ผ่านการบำบัด 50 รายที่ผ่านกระบวนการจำแนกคัดกรองแล้วว่าเป็นผู้เสพที่ยังไม่ติดเข้ารับการบำบัดที่ศูนย์สงเคราะห์และบำบัดรักษาฟื้นฟู (วัดสะพาน) เป็นเวลา 15 วัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้เป็นพ่อแม่ทุกคนมีสีหน้าดีใจ ยิ้มแย้ม แจ่มใส ขั้นตอนการส่งลูกหลานกลับคืนเริ่มโดยผู้ที่ผ่านการบำบัดได้กล่าวคำปฎิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าจะตั้งใจเป็นคนดีของครอบครัวและสังคม และจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกหลังจากนั้นได้นำพวงมาลัยมอบให้พ่อแม่ ผู้ปกครองพร้อมทั้งกราบเท้าขอขมา ทุกคนต่างสวมกอดกันทั้งน้ำตาไหลด้วยความดีใจ

นางบังอร พึ่งเจริญ อายุ 49 ปี อาชีพค้าขาย อาศัยอยู่ในชุมชน 70 ไร่ซึ่งมารอรับลูกกลับบ้าน กล่าวว่า ครั้งแรกที่รู้ว่าลูกเสพยาบ้าเหมือนถูกฟ้าผ่าที่กลางใจ เสียใจ หมดกำลังใจเพราะลูกเป็นความหวังของพ่อแม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเคยสางไปบำบัดมาครั้งหนึ่งแล้ว พอกลับมาไม่นานก็กลับไปเสพอีก โชคดีที่หน่วยงานของ ปปส.ได้เข้ามาช่วยเหลือให้ลูกหลานผ่านการบำบัดรักษา และกลับตัวเป็นคนดี
 
นางณัฐนี ทวีสาร อายุ 20 ปี หนึ่งในผู้ที่ผ่านการบำบัด กล่าวว่า ดีใจที่ผ่านมาได้ จะเริ่มชีวิตใหม่ไม่กลับไปเสพอีกและการบำบัดเพื่อให้เลิกยาเสพติดก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด ในแต่ละวันจะมีการทำกิจกรรมตลอดวัน เช่น ออกกำลังกาย สวดมนต์พยายามข่มใจก็จะไม่รู้สึกอยาก
 
ด้านด.ต.ดวงทอง กิจยศชัยปกรณ์ ผบ.หมู่ ป. สน.ท่าเรือ กล่าวกับผู้ที่ผ่านการบำบัดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ท่าเรือได้จัดกำลังในการดูแล ติดตามโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นายจะดูแลผู้ผ่านการบำบัด 12 ราย ทุกคนในพื้นที่ตำรวจก็รู้จักดีขอให้คิดว่าเป็นพ่อบุญธรรมไม่ใช่ไปคอยจับผิดพร้อมที่จะช่วยเหลือให้คำปรึกษา และเชื่อมั่นว่าวิธีการนี้น่าจะได้ผล 100 เปอร์เซ็น
เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวว่า หลังจากทุกคนที่ผ่านการบำบัดและสัญญาว่าจะตั้งใจและกลับไปเป็นคนดี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของสังคม  หลังจากที่ทุกคนได้กลับไปสู้อ้อมกอดของครอบครัวแล้ว ทางป.ป.ส.ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คอยสอดส่อง ดูแลคุณภาพชีวิต อย่าให้มีปัจจัยเสี่ยง ให้คำปรึกษาเปรียบเสมือนเป็นพ่อบุญธรรมเพื่อไม่ให้กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก หลังจากนำชุดแรกเข้าสู่กระบวนการคัดกรองบำบัด ต่อมาในแต่ละวันก็มีผู้ที่เข้ามาแจ้งความสมัครใจเข้าบำบัดกว่า 100 รายและน่าจะเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ได้ขยายโครงการอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน ไปยังทุกอำเภอ 928 ชุมชน เพื่อเป็นการลดผู้เสพยา พร้อมทั้งเป็นการตัดตอนของผู้ค้ายาเสพติด โดยจะทำการยึดทรัพย์สำหรับผู้ที่ตั้งตัวเป็นพ่อค้ายาเสพติด       
Share:

จับวัยรุ่นเหิมเกริมหนักค้ายาบ้าในเขตชุมชนเมือง



วันนี้ ( 27 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น.   พล.ต.ต.กมลสันติ  กลั่นบุตร ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี  ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทรชัย  กอสนาน ผกก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ต.กาจภณ ปฐมัง สว.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมกำลังชุดสืบสวน  ออกกวาดล้างยาเสพติดให้โทษตามนโยบายของรัฐบาล  โดยได้จับกุม นายพรชัยหรือพร  เซี่ยงเห็น  อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/5 หมู่ที่ 2 ต.หนองปรือ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี  พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 40 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ที่บริเวณหน้าอู่ซ่อมรถจักยานยนต์ ข้างโรงเรียนอนุบาลหนองปรือ หมู่ที่ 1 ต.หนองปรือ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ  ดำเนินคดีในข้อหา  มียาเสพติด ให้โทษประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย

ต่อมานายพรชัยหรือพร  เซี่ยงเห็น  ได้ให้ความร่วมมือในการติดต่อล่อซื้อรายใหญ่ได้อีกคือนายพรชัยหรือชัย  นิติพันธ์  อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13  ต.บ้านเหนือ อ.เมือง  จ.กาญจนบุรี  พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 210 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง  ที่  บริเวณหน้าห้องเช่าเลขที่ 11  ซ.อมรโพธิ์เวช  ต.บ้านเหนือ อ.เมือง  จ.กาญจนบุรี  และส่งพนักงานสอบสวน  สภ.เมืองกาญจนบุรี  ดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย

จากนั้น ตร.ได้ล่อซื้อยาบ้าหลังค่ายทหาร สามารถจับกุม นายอรรถพล หรือเจมส์  เชื้อรุ่ง อายุ 21 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 72  หมู่ที่ 6 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง  จ.กาญจนบุรี  พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 10 เม็ด  เงินสดที่ล่อซื้อ 1,700 บาท,  เงินสดที่ขายยาบ้าได้ 3,770 บาท ,รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง   ที่บริเวณชายป่าละเมาะ ด้านหลัง ร.29 พัน 9 หมู่ที่ 4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง   จ.กาญจนบุรี และ นำส่งพนักงานสอบสวน  สภ.เมืองกาญจนบุรี  ดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้ โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฏหมาย
 
Share:

ปคม.จับสาวกาฬสินธุ์ลวงเด็กค้ากามสะเดา


 วันนี้ ( 26 ต.ค.) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ปคม พ.ต.อ.ธวัชชัย ธาระรูป ผกก.3 บก.ปคม. แถลงข่าวจับกุม น.ส.ยุพิน ฉายแผ้ว อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำผิดฐานค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี โดยจับกุมได้ที่ด่านชายแดนสะเดา จ.สงขลา ขณะกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเดือนเม.ย. 54 ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวก 4 คนหลอกลวงและบังคับเด็กหญิงอายุ 14 ปีไปค้าประเวณีที่ร้านอาหารซัมทาม บาร์ 2 ต.ด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า คดีนี้มีผู้ร่วมกระทำผิดทั้งหมด 5 คน ที่ผ่านมาจับกุมได้แล้ว 2 คน ส่วนผู้ต้องหาคนนี้เป็นคนที่ 3 ที่จับกุมได้ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คนนั้นคาดว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วแต่ก็จะประสานตำรวจสากลติดตามจับกุมต่อไป ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้พาเด็กหญิงผู้เสียหายไปส่งที่ อ.สะเดา จ.สงขลา จริงแต่ไม่ได้ล่อลวงเพราะเด็กหญิงผู้เสียหายเป็นผู้ติดต่อขอไปทำงานเอง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคม.ดำเนินคดีต่อไป.
Share:

สลดบัณฑิตใหม่ป้ายแดงซิ่งคว่ำดับคาทางด่วน


เมื่อเวลา 04.30 น.วันนี้ (27 ต.ค.) พ.ต.ท.ธนวิน บริรักษ์ พนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน 2 รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนบนทางด่วนขั้นที่ 2 ฝั่งขาออก บริเวณโค้ง ก่อนถึงทางลงแยกประชานุกูล แขวงลาดยาว เขตจตุจักร มีผู้เสียชีวิต ติดอยู่ภายในตัวรถ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและอุปกรณ์ตัดถ่างมูลนิธิร่วมกตัญญู
ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรล่า สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 3 ฮ 1734 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพพลิกคว่ำตัวรถฉีกขาดพังยับเยินเกือบทั้งคัน ในซากรถพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมา ทราบชื่อต่อมาคือ นายจักรัช ชุมพลไพศาล อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 319 ถนนบำรุงเมือง แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ภายในรถพบของขวัญที่ได้รับจากการรับปริญญา เป็นแผ่นป้ายทะเบียนสีแดง ระบุว่า จบ 2554 วิทยาลัยราชพฤกษ์
เบื้องต้นจากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบร่องรอยการชนขอบทาง ก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ซึ่งคาดว่ารถคันดังกล่าวน่าจะขับมาด้วยความเร็วสูง ก่อนเสียหลักชนขอบทางแล้วพลิกคว่ำ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุต่อไปว่ารถได้เฉี่ยวชนกับรถคันอื่นหรือไม่ เนื่องจากมีผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เห็นรถเทรนเลอร์ขับทับรถคันดังกล่าวก่อนหลบหนีไป.
Share:

รวบสองผัวเมียตุ๋นเข้าทำงานกฟผ.


หลังผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินให้หลายแสน สุดท้ายกินแห้ว ตำรวจรวบตัวได้พบผู้ต้องหาเปลี่ยนชื่อสกุลมาแล้วกว่า 17 ครั้ง

วันนี้ ( 27 ต.ค.)  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น. 4 พ.ต.อ.สาโรจน์ ซุ่นทรัพย์ รองผบก.น.4 และพ.ต.อ.อุทัย กวินเดชาธร ผกก.สส.บก.น.4 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวนางสาวกตัญฑิตา หรือกี้ แสนรักษ์ หรือนางณุภัทรณีย์ อุ่นสมบูรณ์ อายุ 44ปี อยู่บ้านเลขที่ 549/096 หมู่ 9 ซอยบ้านศรีเจริญสุข ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี และนายสมประสงค์ หรือบัง อุ่นสมบูรณ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 379/10ถนนบรรณาการ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โดยจับกุมตัวได้ที่คอนโดย่านซอยรามคำแหง 40

พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากนางคำภู กุลสาร์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.หัวหมาก ว่าถูกมิจฉาชีพฉ้อโกงเงินไปจำนวนมาก โดยอ้างว่าเป็นลูกหม่อมหลวงและยังสนิทกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สามารถฝากลูกชายให้เข้าทำงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงเอาที่ดินไปจำนองและนำเงินที่เก็บสะไว้รวมกันกว่า 3 แสนบาทไปมอบให้ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ และยังสูญทรัพย์สินไปอีกจำนวนมา ชุดสืบสวนกก.สส.บก.น.4 จึงทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาคือน.ส.กตัญฑิตาและนายสมประสงค์ สองสามีภรรยา โดยน.ส.กตัญฑิตา ได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลมาแล้ว 17 ครั้ง เพื่อปิดบังตัวเองและไปหลอกลวงผู้เสียหายคนอื่นๆ จากการตรวจสอบพบว่าน.ส.กัญฑิตา มีหมายจับในคดีฉ้อโกง 8 หมาย ส่วนนายสมประสงค์มีหมายจับคดีฉ้อโกง 1 หมาย ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆอีก เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี หากผู้เสียหายรายใดที่เคยถูกผู้ต้องหาหลอกลวงสามารถเข้ามาแจ้งความและชี้ตัวได้ที่กก.สส.บก.น.4

จากการสอบถามนางคำภู ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ให้การว่า ผู้ต้องหาหลอกลวงว่าเป็นลูกหม่อมหลวง และสามารถฝากนายโกวิทย์ กุลสาร์ ลูกชาย ให้เข้าทำงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ โดยเข้ามาตีสนิทและบอกว่าต้องจ่ายเงินมัดจำ10,000บาท และจะต้องโอนให้ภายหลังอีกครั้งละ100,000บาท รวมเงินทั้งหมดที่โอนไปจำนวน 330,000บาท จึงเอาที่ดินที่มีอยู่แปลงเดียวไปจำนอง แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วก็ไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้อีก ทุกวันนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ต้องชำระดอกเบี้ยจากเงินกู้จำนองมาโดยตลอด นอกจากจะไม่ได้เข้าทำงานแล้ว ยังไม่ได้เงินคืนด้วย อยากฝากไปถึงประชาชนด้วยว่าอย่าหลงเชื่อใครง่ายๆให้ตรวจสอบก่อน 
Share:

บช.น.ประชุมล่าตัวอดีตตร.สน.ประชาชื่น


วันนี้ (27 ต.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด กล่าวภายหลังการประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัว จ.ส.ต.ประวิน ทวยภา อดีตตำรวจ สน.ประชาชื่น และภรรยาคือ นางสุชาดา หรือนางเพ็ญ ทวยภา ผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดรายสำคัญ เครือข่าย พ.ท.ยี่เซ ว่า ภายหลังจากที่มีการลงไปตรวจค้นบ้านพักของ นางสุชาดา หรือเจ๊เพ็ญ ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี รวม 5 หลัง คาดว่าสถานที่ดังกล่าวน่าจะใช้เป็นศูนย์กลางในการวางแผนลำเลียงยาเสพติด และเป็นจุดที่พักยา ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานไปทีละจุด และให้เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานที่คาดว่าจะสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ ของเครือข่ายดังกล่าว
พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบยังพบว่า รถยนต์ที่เจ๊เพ็ญใช้ยังคงจอดอยู่ภายในบ้านที่ไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา จึงคาดว่าเจ๊เพ็ญน่าจะยังหลบหนีอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑล โดยมีชุดสอดแนมคอยเฝ้าสังเกตุการณ์ให้ และเชื่อว่ายังไม่ได้หนีออกไปนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม จะประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องหาหลบออกนอกประเทศต่อไป
รอง ผบช.น. กล่่าวต่อว่า จากข้อมูลของชุดสืบสวนระบุด้วยว่า เจ๊เพ็ญเคยเป็นอดีตนักร้องคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ตรงข้ามกับ สน.ประชาชื่น ก่อนจะมาเป็นภรรยา จ.ส.ต.ประวิน เมื่อครั้งยังรับราชการอยู่ที่ สน.ประชาชื่น โดยมีลูกชายด้วยกัน 1 คน คาดว่า ทั้งนี้เชื่อว่าทั้ง 3 คนได้หลบหนีไปด้วย ซึ่งถ้าหากได้ตัวเจ๊เพ็ญมาแล้ว ก็จะสามารถหาความเชื่อมโยงถึงตัว พ.ท.ยี่เซ หรือนายชัยวัฒน์ พรสกุลไพศาล ผู้ต้องหาชาวพม่า ได้อย่างแน่นอน.

Share:

ถกตัวแทนครูใต้หาทางสว่าง คุ้มครองดีกว่าคุ้มกัน


ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันนี้ (26 ต.ค.) พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมหารือแนวทางปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัยครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ร่วมกับ ผอ.เขตการศึกษาพื้นฐานจ.ยะลา จ.นราธิวาส และ ผอ.ที่ดูแลส่วนกลางว่า ในการประชุมเราได้รับฟังเสียงสะท้อนความรู้สึกของครู ในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรู้สึกว่า ยังไม่ได้รับความปลอดภัยในการทำหน้าที่ จึงอยากมารับทราบข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และได้รับการบำรุงขวัญในการทำงาน
พล.ต.ท.พีระ กล่าวว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยครูในพื้นที่ก็พอใจระดับหนึ่ง แต่เขาเห็นว่ายังมีช่องว่าง โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยในช่วงส่งต่อเส้นทางเดินทางไปอีกพื้นที่หนึ่ง และยังไม่มั่นใจระบบการดูแล โดยครูในพื้นที่เสนอว่าอยากให้รักษาความปลอดภัยในลักษณะคุ้มครองมากกว่าการคุ้มกัน เพราะการคุ้มกันจะกลายเป็นเป้าให้กลุ่มก่อความไม่สงบลอบโจมตีได้ง่ายกว่า ตนเห็นว่าในส่วนนี้ต้องใช้หลักผสมผสาน ซึ่งจะสั่งการไปยังพื้นที่ให้ปรับแผนตามที่ครูต้องการ อย่างไรก็ตาม ครูในพื้นที่ต้องมีการประสานกับตำรวจตลอดเวลา เพื่อให้รู้สภาพว่าแต่ละเดือนมีปัญหาข้อขัดข้องอย่างไรบ้าง และครูจำเป็นก็ต้องมีศูนย์ในการกระจายข่าวสารต่างๆ ด้วย เพราะครูในพื้นที่คือเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบเช่นกัน ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ได้เข้าไปปิดล้อมตรวจค้นได้หลายครั้ง โดยก่อนวันที่ 25-26 ต.ค. ก็สามารถควบคุมผู้ต้องสงสัย และจับผู้ที่มีหมายจับได้หลายรายด้วยกัน
ทั้งนี้ เชื่อว่ากลุ่มก่อความไม่สงบจะมีการตอบโต้คืนแน่นอน  ซึ่งเป็นยุทธวิธีของเขา เราก็ต้องระมัดระวัง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทราบอยู่แล้วต้องดำเนินการอย่างไร.
Share:

วิธีการ ใส่ Password ให้กับเจ้า winrar/winzip



winrar
หลายคนคงรู้วิธีการใส่ Password ให้กับ Winrar / Winzip แล้วนะครับ แต่สำหรับบางคนที่ไม่รู้วันนี้ผมจะมาบอกวิธีการใส่ Password ให้กับเจ้า winrar/winzip กันครับ เืผื่อบางคนจะจำเป็นต้องการส่งไฟล์สำคัญให้กับผู้รับ การใส่ password ให้กับ winrar/winzip ก็จำเป็นเหมือนกันนะครับ
1. ให้เราเลือก คลิกขวาที่ไฟล์ที่เราต้องการใส่ Password > เลือก Add to archive
Password_winrar_1
2. จากนั้นให้เลือกไป Tab Advanced > กดปุ่ม  Set Password > จากนั้นให้ทำการกรอกใส่ Password ที่เราต้องการลงไป2ครั้ง จากนั้นก็กด Ok เลยครับ
Password_winrar_2

เท่านั้นก็จะได้ไฟล์ winrar / winzip ที่มี Password แล้วครับ
Share:

โปรแกรม TVUPlayer ดู TV ได้ทั่วโลก


2t_tvu-th

ปรแกรม TVUPlayer โปรแกรมนี้เราสามารถดู TV ได้ทั่วโลกเลยครับ ทั้งช่องกีฬา หนัง การ์ตูน เพลง อยากให้โหลดมาติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ของผู้อ่าน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถดู TV ที่บางช่องโดน Blockไว้ด้วย แถม!!! มีช่อง Pepple Channel ของเสื้อแดงด้วยครับ



เมื่อทำการติดตั้งแล้วถ้าจะดู TV ของไทยก็ ให้ปรับตรงลูกศรให้เป็น Thai ครับ
TVUPlayer_1
โหลดโปรแกรมได้ที่นี้เลยครับ
Share:

วิธีการเปลี่ยนชื่อไฟล์รูปจำนวนมากๆในทีเดียว โปรแกรม ACDsee


acdsee
เปลี่ยนชื่อไฟล์หลายๆรูปในทีเดียว โดยใช้โปรแกรม Acdsee
วันนี้ผมจะมาบอกวิํธีการ rename ชื่อไฟล์รูปภาพหลายๆรูป เป็นร้อย เป็นพันรูป ก็สามารถ rename ได้เพียงไม่กี่วินาที โดยใช้โปรแกรม ACDSee คุณเชื่อไหมละครับ ?? จะได้ไม่ต้องมานั่ง rename ทีละไฟล์ให้เมื่อยมือกันอีกต่อไป งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
สิ่งที่ต้องมี
- โปรแรกม ACDsee 
- ไฟล์รูปจำนวนมากๆ
เริ่มกันเลยครับ วิธีการเปลี่ยนชื่อไฟล์รูปในครั้งเดียว ทีละหลายร้อยรูป
1. จากรูป เห็นได้ว่าชื่อไฟล์รูปภาพไม่เป็นระเบียบเสียเลย
rename_1
2. จากนั้นให้เราเปิดโปรแกรม ACDSee ขึ้นมาจากนั้นให้ Browse ไปยัง folder ไฟล์รูปภาพที่เราต้องการเปลี่ยนชื่อ และให้กด Edit > Select All หรือจะกด Ctrl+A เพื่อทำการเลือก fileรูปทั้งหมดในโฟล์เดอร์นั้นเพื่อทำการ rename ใหม่ทั้งหมด
rename_2
เมื่อทำการ กด CTRL +A ก็จะได้ดังภาพ พื้นหลังไฟล์รูปภาพที่เราต้องการ ก็จะกลายเป็นสีขาว
rename_3
3. จากนั้นก็ไปเลือกเมนู tools > Batch Rename
rename_6
4.
ในกรอบสีแดง
- จะเป็นช่องของ template : ในที่นี้ผมขอใส่ชื่อเป็น Picture# นะครับ โดย # จะเป็นตัวแปลในการเรียงเลขของภาพ
ในกรอบสีเหลือง
- เราจะให้รูปภาพที่ปรัับใน template เริ่มตั้งแต่หมายเลขเท่าไร
ในกรอบสีเขียว
- program จะสรุปมาให้เราดูก่อนการ rename
เมื่อทำการปรับเสร็จเรียบร้อยเราก็กด Start Rename
rename_4

5. เราก็จะได้ชื่อไฟล์ดังกล่าว เป็นรูปแบบสวยงาม หลายๆไฟล์ เลยครับ
rename_5

Share:

แนะนำโปรแกรม FileZilla สำหรับเอาไว้ FTP

filezilla-logo
วันนี้ผมจะมาแนะนำโปรแกรม Filezilla ซึ่งโปรแกรมตัวนี้เป็น Program FTP Freeware อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งครับ หลายคนคงใช้พวก CuteFTP หรือโปรแกรมต่างๆพวกมี License และก็ต้องทำการแครกโปรแกรมต่างๆ แต่วันนี้ผมจะพามารู้จักกับ โปรแกรม FileZilla
FileZillaLogo

โดยหน้าตาของโปรแกรมจะเป็นแบบนี้
Filezilla_1
fz3_linux_main
ผมขออธิบายได้นี้ครับ
ส่วนของแถบสีม่วง
จะเป็นส่วนของการ Login เข้าไปยัง web hosting ของเราครับ
Host :  ทำการขอ Hosting
Username : ทำการขอ Hosting
Password : ทำการขอ Hosting
Port : 21 ส่วนมากจะใช้ Port21 ครับ (FTP)

ส่วนของแถบสีเหลือง
จะเป็นส่วน local drive / folder ของผู้upload/download เองครับ
ส่วนของแถบสีแดง
จะเป็นส่วนพื้นที่ของ folder ของ Hosting หรือ web server ที่เราได้ทำการ login เข้าไป

ส่วนของแถบสีเขียว
จะเป็นส่วนของการบอกว่ามีไฟล์ไหนบ้างที่เราทำการ upload/donwload แ้ล้วเกิดการ Failed หรือ Success มั้งครับ

สามารถ Download Program ได้ที่นี้เลยครับ
Share:

สอน Burn disc image ใน Windows7



ISO
ใน windows 7 มี feature อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ Burn disc image โดยสามารถ burn file ISO ได้เลย โดยไม่ต้องลงโปรแกรมต่างๆเพิ่มเติม อาทิ  Nero วันนี้ผมจะมาสอนวิธีการ Burn กันครับ
1. ให้เราเลือกไปยัง file ISO ที่เราต้องการ Burn จากนั้นให้ทำการ คลิกขวาที่ไฟล์ แล้วเลือก Burn disc image
Burn_iso_1
2. จากนั้นให้เราเลือก Drive ที่เราต้องการ Burn แล้ว กด Burn
Burn_iso_2
3. รอเวลาในการ Burn Data
Burn_iso_3
4. เมื่อการทำ Burn เสร็จสิ้นก็จะขึ้นข้อความว่า Status : The disc image has benn successfullly
จากนั้นก็ให้เรากด Close ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการ write file image ลง Disc แล้วครับ
Burn_iso_4
Share:

แนะนำโปรแกรมSnipping Tool บน windows 7



SnippingTool
หลังจากที่คุณได้ทำการลง Windows7 คุณก็จะพบกับลูกเล่นใหม่ๆใน windows7 และใน windows 7 คุณก็ยังจะพบกับ Software ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Snipping Tool เจ้าโปรแกรมตัวนี้เป็นโปรแกรมที่ทำ Screen Short(SS) ได้ง่ายมากเลยครับ และผมจะมา Review โปรแกรมตัวนี้ให้ดูนะครับ
1.ทำการเปิดโปรแกรม Snipping Tool ขึ้นมา
Snipping_1
2. หน้าต่างโปรแกรมก็จะเป็นดังภาพ
Snipping_2
3. เมื่อเราได้ทำการ คลิก ลูกศร ตามข้อที่2 เราก็จะได้เจอกับ Mode ดังรูป โดยจะมีทั้งหมด 4 โหมด ก็คือ
Free-from Snip > เป็นโหมดที่เราต้องการ Capture ด้วยการลากของเมาส์เอง
Rectangular Snip > เป็นโหมดที่ Capture รูปด้วยตารางกรอบสี่เหลี่ยม (แนะนำครับ)
Window Snip > เป็นโหมดที่ Capture รูปภาพตามกรอบต่างๆของบนหน้าจอwindows ของเรา
Full-screen Snip > เป็นโหมดที่ Capture รูปภาพทั้งหน้าจอครับ
Snipping_3
4. เมื่อเราได้ทำการเลือก mode กันแล้ว ก็ให้เราเลือกตำแหน่งที่จะ capture จากนั้นก็ปล่อยเมาส์ จากนั้นก็จะได้พบกับรูปที่เรา capture เอาไว้ โดยเราสามารถ เขียนข้อความลงไปในรูปภาพได้เลยครับ หรือ อาจจะแนบไฟล์เข้า E-mail ได้เลย และสามารถ save ภาพเก็บไว้ด้วยก็ได้
Snipping_4
เป็นไงครับ กับเจ้าโปรแกรม Snipping Tool ใช้ง่ายไหมละครับ
Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive