ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – ลง Driver 300 บาท ซ่อมปกติเป็น 1000 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

จิ้งจอกสาวพัทยามอมยาวิศวกรเมืองเบียร์รูดเกลี้ยง2แสน

เมื่อเวลา 00.10 น. วันนี้ (29 ก.ย.) พ.ต.ท.ณัฐวรรธ์ ศรีทองเพ็ชร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก MR.moharmad reza อายุ 65 ปี สัญชาติเยอรมัน ว่า ได้ถูกหญิงสาวที่พาไปนวดมอมยาจนสลบก่อนขโมยทรัพย์สินร่วม 2 แสนบาทหลบหนีไป โดย MR.moharmad reza ให้การผ่านล่ามแปลภาษาว่า ทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่ประเทศเยอรมัน และได้มาเที่ยวที่เมืองพัทยาโดยได้พักที่โรงแรมย่านพัทยาเหนือ โดยเมื่อช่วง 03.00 น คืนวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้ออกไปเดินเล่นบริเวณชายหาดย่านพัทยาเหนือใกล้กับโรงแรมที่พัก ระหว่างขากลับโรงแรม ก็ได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่บริเวณหน้าร้านนวด ก่อนที่หญิงสาวคนดังกล่าวจะชักชวนให้ใช้บริการนวด ตนจึงได้ตอบตกลง โดยคิดว่าเป็นหมอนวดอยู่ที่ร้านแห่งนั้น และตกลงราคาให้ไปนวดที่โรงแรม ในราคา 200 บาท
วิศวกรเยอรมันผู้เสียหาย ให้การอีกว่า เมื่อถึงที่ห้องพักของโรงแรม ก็ได้เข้าไปอาบน้ำก่อนที่จะลงมือนวด ต่อมาหญิงดังกล่าวก็ได้ให้ตนดื่มเบียร์จนหมดแก้ว จากนั้นตนก็หลับหมดสติไป มารู้สึกตัวอีกทีก็เวลา 14.00 น. ของวันเดียวกัน เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินพบว่า แหวนทอง 1 วง ราคา 1,000 ยูโร สร้อยคอทองเค ราคา 4,000 ยูโร เงินสด 800 ยูโร และเงินสดสกุลไทย จำนวน 3,000 บาท ได้หายไป รวมเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกับทางโรงแรม พบว่าหญิงคนดังกล่าวได้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนเป็นหลักฐานในการขึ้นโรงแรม โดยในบัตรประชาชนระบุว่าเป็นชาว ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่าหญิงดังกล่าวใช้บัตรปลอมหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามผู้เสียหายยืนยันว่า หญิงสาวในบัตรเป็นเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ก่อเหตุมอมยา เจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งประสานชุดสืบสวนให้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
Share:

เด้งผกก.บึงนารางเข้ากรุเซ่นพิษโอเกะค้ากาม

วันนี้ (29 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้มีโทรสารความเร่งด่วน ที่ 0001(ศปก.ตร.)/0491 ลงวันที่ 29 ก.ย. 2556 ถึงผบช.ภ.6 ผบก.ภ.จว.พิจิตร และ ผกก.สภ.บึงนาราง ให้ พ.ต.อ.ชูศักดิ์ แจ่มฟ้า ผกก.สภ.บึงนางราง จ.พิจิตร มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. โดยขาดจากต้นสังกัด ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 56 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และให้ไปรายงานตัวต่อ หน.ศปก.ตร. ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เวลา 9.00 น. ส่วน รองผกก.และสว.ที่รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามและงานสืบสวน ของสภ.บึงนาราง ให้ ผบช.ภ.6 สั่งการให้ไปปฏิบัติราชการที่ ภ.6 ในลักษณะเดียวกัน
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกระทรวงมหาดไทย เข้าทำการจับกุมร้านคาราโอเกะภายในเขตรับผิดชอบของ สภ.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร 4 ร้านที่ลักลอบค้าประเวณี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 35 คนและเป็นหญิงต่างชาติอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 5 คน ในความผิดฐานค้ามนุษย์โดยการแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าประเวณี.
Share:

ยามชะตาขาดถูกแทงตัดเส้นเลือดดับ

เมื่อเวลา 01.30 น. วันนี้ (30 ก.ย.) ร.ต.ท.อริยพงษ์ เชิดสันเทียะ พนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ รับแจ้งเหตุพบผู้ถูกแทงเสียชีวิต ภายในซอยบพิตรพิมุข ข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข แขวงและเขตจักรวรรดิ จึงรุดตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก. พ.ต.ท.ชรินทร์ บัวเผื่อนหอม สวป. ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ตำรวจ และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่ลึกเข้าไปในซอยประมาณ 500 เมตร บริเวณหน้าบ้านเลขที่  29  พบศพ นายมานพ แซ่บุ๊น อายุ 51 ปี เสียชีวิตสภาพนั่งจมกองเลือดพิงกับประตูเหล็กหน้าบ้านหลังดังกล่าว โดยมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าบริเวณ ข้อพับแขนด้านซ้ายลึกประมาณ 3 นิ้ว  ข้างตัวพบ กระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาล  1 ใบ ภายในมีเพียงเอกสาร และบัตรประกันสังคมอยู่ภายใน
พ.ต.ท.ชรินทร์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายมานพผู้ตาย เป็นพนักงานรักษาความปลดภัยหน้าร้านทอง และพักอาศัยอยู่ภายในซอยดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนร้ายที่อาจจะเป็นคู่อริจากบริเวณข้างคลองโอ่งอ่าง จึงถูกแทงได้รับบาดเจ็บ ซึ่งผู้ตายได้พยายามวิ่งหลบหนีเข้ามาในซอย แต่เนื่องจากบาดแผลตัดเข้าที่บริเวณเส้นเลือด ทำให้ผู้ตายเสียเลือดมากจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามจะได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส เพื่อเร่งตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.
Share:

เก๋งเสยท้ายมินิแวนบนด่วน สลดสาวท้องถูกขยี้ตายสยอง

เมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ (29 ก.ย.) พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ ช่างสลัก พนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน 1  รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งเฉี่ยวชนกันทำให้มีผู้เสียชีวิต ที่บริเวณทางด่วนขั้นที่ 1 เลยจุดทางลงถนนพระรามที่ 4 มุ่งหน้าดินแดง แขวงและเขตคลองเตย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ รพ.จุฬาฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุบริเวณทางด่วนมุ่งหน้าหน้าดินแดง ในช่องทางขวาสุด พบรถเก๋งมินิแวน ยี่ห้อนิสสัน รุ่นเซเรน่า สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ณ 7233 กรุงเทพมหานคร สภาพตะแคงซ้ายพังเสียหายยับเยิน ทับร่างของ น.ส.จุฑามาส โชติวงศ์สุโรจน์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ถนนลาดปลาเค้า แขวงและเขตลาดพร้าว ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน จนกะโหลกศีรษะแตกมันสมองกระจาย เป็นที่น่าสยดสยอง
นอกจากนี้ยังพบ คือ นายภัณฑิล น่วมเจิม อายุ 36 ปี นักธุรกิจหนุ่มสามีผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บบริเวณมือซ้ายถูกกระจกบาด เนื่องจากปีนออกจากรถที่เกิดเหตุ ห่างไปเล็กน้อยพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีขาว ทะเบียน ฎบ 509 กรุงเทพมหานคร คู่กรณี จอดอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร โดยมี นายภูมิชนันท์ เรืองชัยนันท์ อายุ 23 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นผู้ที่ขับขี่ กำลังยืนร้องไห้สำนึกผิดอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวน นายภูมิชนันท์ ซึ่งยังอยู่ในอาการตื่นตระหนก ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถขึ้นทางด่วนมาเพื่อไปทำธุระย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุปรากฏว่ารถเกิดอาการสั่นส่ายไปมาไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดเสียหลักพุ่งชนท้ารถมินิแวนคู่กรณีคันที่ขับอยู่ด้านหน้าอย่างแรง จนรถมินิแวนเสียหลักพลิกตะแคง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ด้าน พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า น.ส.จุฑามาสได้นั่งมาในรถตู้มินิแวน บริเวณเบาะข้างคนขับ โดยที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้เมื่อถูกชนอย่างแรงร่างจึงกระเด็นหลุดออกมาจากตัวรถ ก่อนที่จะถูกรถพลิกมาทับร่างซ้ำจนเสียชีวิต และเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนทางด่วน พบว่าไม่สามารถจับภาพในขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้ จึงยังไม่มีการแจ้งข้อหากับใครแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตำรวจได้ควบคุมตัว นายภูมิชนันท์ คนขับรถเก๋งโตโยต้า อัลติส ไปสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

Share:

วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

จับยาบ้ากว่า1ล้านเม็ดขณะนำไปส่งให้ลูกค้าโดยส่งผ่านทางบริษัทขนส่ง

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 27 ก.ย. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษา บก.ปส. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกัดกั้นและลำเลียงยาเสพติด บช.ปส ร่วมกันจับกุมนายจักรกฤษ บุตรนิล อายุ 44 ปี ขณะขับรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน บจ-8370 สิงห์บุรี บรรทุกยาบ้า 1.4 ล้านเม็ดมาตามเส้นทางถนนบางขัน-หนองเสือ ขาออกฝั่งตรงข้าม สภ.คลองหลวง 
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมานายจักรกฤษ ซึ่งเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่ทำการติดตามพฤติกรรมมาก่อนหน้านี้ ได้นำพัสดุซึ่งภายในประกอบไปด้วยผ้าเช็ดเท้าบรรจุในถุงพลาสติกขนาดใหญ่จำนวนเกือบ 10 ถุงไปฝากส่งกับบริษัทรับส่งสินค้าของเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ลำพูน โดยปลายทางอยู่ที่ จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทตรวจสอบเบื้องต้นพบยาบ้า ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงพลาสติกดังกล่าว จึงเฝ้าติดตามกระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายจักรกฤษผู้ต้องหาได้ขับรถกระบะไปรับสินค้าที่บริษัท เจ้าหน้าที่เลยขับรถสะกดรอยจนสบโอกาสจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากเจ้าแม่ยาบ้าคนหนึ่ง เป็นเครือข่ายยาเสพติดเรือนจำพิษณุโลก ให้รับยาบ้าจากชายแดนจ.พะเยา ไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.สมุทรปราการ ระหว่างการขนย้ายได้นำยาเสพติดที่ซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกบรรจุพรมเช็ดเท้าไปฝากส่งเพื่อไปรับปลายทาง กระทั่งมาโดนจับในที่สุด.
Share:

เด็กหาปลาประทังชีวิต ตกน้ำถูกพัดติดปากท่อ ขาดอากาศสิ้นใจ

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. พ.ต.ท.พัฒนจักร สังวรศีล สวญ.สภ.เขาสิงโต อ.เมือง จ.สระแก้ว พ.ต.ท.หอมละออ สุวรรณชัย หน.พนักงานสอบสวน ร.ต.ท.ประพันธ์ พุฒมี พนักงานสอบสวน รับแจ้งมีคนจมน้ำเสียชีวิตที่บริเวณนาข้าว บ้านวังหิน หมู่ 10 ต.บ้านแก้ง อ.เมืองจึงรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูร่างของเด็กชายภานุพงษ์ สมบูรณ์กุล อายุ 11 ปี เรียนอยู่ ป 4 รร.บ้านเขาสิงโต  สวมกางเกงขาสั้นเสื้อยืด เสียชีวิตมีน้ำไหลออกจากปากจมูก ใกล้กันมีญาติร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
 
จากสอบสวนทราบว่าผู้ตายได้อาศัยอยู่กับตายาย ส่วนบิดาได้ไปบวชเป็นพระ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ชวนยายนำเบ็ดไปตกปลาเพื่อมาเป็นอาหาร เนื่องจากมีน้ำท่วมในนาใกล้บ้าน ขณะยืนตกปลาอยู่บนถนน จู่ๆเกิดพลัดลื่นตกไปในน้ำที่ไหลเชี่ยวลึกกว่า 1 เมตร พัดพาร่างไปอยู่ติดคาปากท่อข้ามถนนทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จนทำให้จมน้ำเสียชีวิต ต่อหน้ายายที่ไม่สามารถช่วยเหลือหลานชายได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป.
 
Share:

แท็กซี่เครียดคดีสินบน ผูกคอดับคาห้องขัง

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ขณะที่ ร.ต.ท.สราวุธ กังคำ พนักงานสอบสวนสน.โชคชัย ปฎิบัติหน้าที่ร้อยเวรสอบสวนอยู่บนโรงพัก ได้รับแจ้งจาก ด.ต.ณภัทร นาดี สิบเวร ประจำห้องขังว่า ได้มีผู้ต้องหาชายใช้กางเกงผูกคอตายภายในห้องขัง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.แพทย์เวรจากรพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในที่เกิดเหตุบริเวณชั้นล่างของโรงพัก พบว่ามีผู้ถูกคุมขังอยู่จำนวน 2 คน และแยกออกเป็น 2 ห้อง ตรวจสอบภายในห้องขังชายพบศพนายประกัน ป้องคำไหล อายุ 56 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ ใช้กางเกงขายาวผูกที่ลำคอติดอยู่กับลุกกรงด้านบนสูงประมาณ 2 เมตร ลักษณะศพห้อยตัวอยู่ติดกับลูกกรง ไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันปลดผ้าที่ผูกไว้และนำร่างลงมา จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งสถาบันนิติเวชรพ.ตำรวจผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

พ.ต.อ.ธนวัตร กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.40 น. คนตายได้ถูก ด.ต.มนัส ธงริ้ว ผบ.หมู่จราจร สน.โชคชัย จับกุม ขณะขับรถแท็กซี่ โตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทว 7764 กทม. จอดอยู่ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาลาดพร้าว แต่ระหว่างที่ ด.ต.มนัส ได้เรียกขอดูในอนุญาตขับขี่เพื่อจะทำการออกใบสั่ง ทางผู้ตายได้ยื่นเงินจำนวน 100 บาท แต่ ด.ต.มนัสได้ปฎิเสธไม่รับ ทางผู้ตายก็ยังยืนยันจะให้อีก ด.ต.มนัส จึงแจ้งข้อหา จอดรถกีดขวางการจราจร และให้สินบนเจ้าพนักงาน พร้อมกับควบคุมตัวมาขังไว้ที่ สน.โชคชัยเพื่อดำเนินตามกฎหมาย ระหว่างนั้นผู้ตายก็มีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา 

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ไปสอบถามยังอู่แท็กซี่ที่ผู้ตายเช่าอยู่ โดยทางเจ้าของอู่ให้การว่า เมื่อช่วงบ่ายผู้ตายได้โทรศัพท์มาบอกว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน และฝากบอกถึงภรรยาว่าอยากจะฆ่าตัวตาย จนมาก่อเหตุสลดดังกล่าว และขณะนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โดยจะดูว่าทางสิบเวรมีข้อบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ อย่างไรก็ตามทางตนเองก็ได้ประสานกับทางญาติผู้ตายให้เดินทางมารับศพและได้มอบเงินจำนวนช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

"ด.ต.มนัส เป็นคนที่ตั้งใจและขยันทำงานมาก โดยที่ผ่านมาก็ไม่ยอมรับสินบนจากผู้ที่ถูกจับกุมเลยสักครั้ง และยังได้จับกุมผู้ที่ติดสินบนกับเจ้าหน้าที่มาแล้วหลายราย จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่ขับขี่ยานพานหะ หากท่านถูกจับกุมก็ไม่ควรติดสินบนให้กับเจ้าพนักงาน ควรรับใบสั่งเพื่อมาชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป" พ.ต.อ.ธนวัตร กล่าวทิ้งท้าย
Share:

นมโรงเรียนทำพิษ เด็กนักเรียนจู๊ดจู๊ด หามส่งรพ.วุ่น

หามนักเรียนชั้นประถม โรงเรียนชื่อดังย่านฝั่งธนฯ ส่งโรงพยาบาลระนาว คาดนมโรงเรียนที่แจกให้บริโภค หมดอายุ หรือปนเปื้อนเชื้อโรค


เมื่อเวลา  11.30น.วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.ท. ธีระชัย กวีกิจจตุรงค์ ร้อยเวร สน.บางเสาธง รับแจ้งจากรพ.ตากสินว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนวัดปากน้ำฝั่งเหนือ ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน มีอาการป่วยท้องร่วงอย่างรุนแรง จึงไปตรวจสอบพร้อมทีมแพทย์รพ.ตากสิน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุ ภายในห้องสมุดของโรงเรียนดังกล่าว พบนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 -ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  26 คน   มีอาการปวด อาเจียน และ อุจจาระร่วง โดยในจำนวนนี้มี 15 ราย อาการค่อนข้างหนัก จึงเร่งนำส่งที่ร.พ.ตากสิน เพื่อรักษาต่อไป

นางภคมน เจริญจักร์  รองผอ.โรงเรียนวันปากน้ำฝั่งเหนือ เผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากนักเรียนชั้นประถมศึกษา 350 คน เคารพธงชาติแล้ว ทางโรงเรียนได้แจกนมถุงโรงเรียน ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ก่อนจะขึ้นห้องเรียน จากนั้นไม่นาน นักเรียนประมาณ 40 คน ก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน และถ่ายเหลว จนต้องเข้าห้องน้ำหลายครั้ง ตนจึงนำน้ำเกลือแร่ และยาแก้ท้องเสียให้กับเด็กนักเรียนทั้ง 40 คนดื่มเพื่อให้อาการทุเลาลงก่อนจะประสานงาน ศูนย์สาธารณสุข 49 เพื่อมาช่วยดูอาการเด็ก และคัดกรองเบื้องต้น จนเหลือนักเรียนที่มีอาการชัดเจนเพียง 26 คน แต่มีนักเรียนที่อาการหนักต้องนำส่งโรงพยาบาลทั้งหมด  15 คน ส่วนอีก 11 คน ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็ได้คัดแยกเด็กเพื่อมาดูอาการเป็นพิเศษและเตรียมรถพยาบาลเพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
นางภคมล เปิดเผยต่อไปว่า สำหรับส่าเหตุที่เด็กนักเรียนล่มป่วยจำนวนมาก ตนคิดว่าน่าจะเกิดจาก นมโรงเรียนที่นำมาแจกให้เด็กดื่ม หมดสภาพหรือมีการปนเปื้อนเชื้อโรคบางชนิด โดยขั้นตอนนั้นจะเริ่มจาก บริษัทที่ดูแลและบรรจุถุงนมจะมาส่งนมให้แต่ละโรงเรียนตามจำนวนนักเรียน ในช่วง เช้าตรู่ โดยภายในโรงเรียนจะมี ตู้แช่นมทีทาง บริษัทบรรจุนมถุงจัดหาเพื่อไว้แช่นม ก่อนทางโรงเรียนจะแจกให้เด็กๆ  โดยนมในแต่ละวันหมดวันต่อวันไม่ได้เก็บไว้แจกนักเรียนในวันต่อไป อีกทั้งตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่มีผลอีกอย่างคือ ตู้แช่ที่ทางโรงเรียนได้รับ จากการตรวจสอบ ตู้ไม่สามารถทำความเย็นได้เลย คล้ายลักษณะเสีย ทางโรงเรียนได้แจ้งไปแล้วหลายครั้ง กลับได้คำตอบว่า ตู้ยังสามารถใช้งานได้ปกติ โดยหลังเกิดเหตุ  ตนได้ลองชิมนม ที่เกิดปัญหา พบว่า บางถุงมีรถชาติปกติ บางถุงมีรถชาติแปลกๆ จึงได้ตั้งข้อสังเกตไว้
ด้าน นายสุกิจ นาลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารสถานที่โรงเรียนวันปากน้ำฝั่งเหนือ เปิดเผยว่า ปกติแล้วนมที่มาส่งนั้น จะมากับรถห้องเย็น มาส่งประมาณ  05.00น.ถึง06.00น. แต่วันนี้มาส่งผิดเวลา โดยรถส่งนมได้มาส่งในช่องเวลาประมาณ  08.00น. ก่อนที่จำให้ให้เด็กทานในช่วง 08.30น.  ส่วนเรื่องตู้แช่ตนเองก็แจ้งไปหลายครั้งแล้วแต่ทางผู้ส่งนมกลับบอกว่าตู้ยังใช้งานได้ปกติ.
Share:

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

เพื่อนเชอรี่พบศพ"ชัยคีรี"คนแรก

จากกรณีนายชัยคีรี ศรีเฟื่องฟุ้ง อายุ 69 ปี ทายาทธุรกิจกระจกไทยอาซาฮี รุ่นที่ 3 และเป็นพ่อของเชอร์รี่-ชัญญา ศรีเฟื่องฟุ้ง อดีตดาราสาวและไฮโซชื่อดัง ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตบนดาดฟ้าของอาคารเกียรติธานีซิตี้แมนชั่น เลขที่ 191/76 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา เมื่อกลางดึกวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากเรื่องอะไร แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเกิดจากความเครียด
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เชอร์รี่-ชัญญา ลูกสาวของนายชัยคีรี พร้อมญาติพี่น้องประมาณ 5-6 คน เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีผลผ่าพิสูจน์ศพผู้ตาย เพื่อจะนำไปประกอบการยื่นออกใบมรณบัตร  ทั้งนี้สำหรับผลการชันสูตรศพของนายชัยคีรี แพทย์ได้ทำการผ่าชันสูตรไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดย พ.ต.ท.หญิง ณปภัช ณัฏฐสุมน นายแพทย์ (สบ 2) กลุ่มงานนิติพยาธิ นต.ได้ระบุในใบแจ้งการตายเอาไว้ว่า สาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจาก "กระสุนปืนทำลายสมอง" เพื่อให้ญาตินำไปยื่นต่อนายทะเบียนท้องถิ่นทำการออกใบมรณบัตรต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่สถาบันนิติเวช เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะ เชอร์รี่-ชัญญา ที่ใส่ชุดกระโปรงสีดำ สวมแว่นตาดำ ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเจ้าตัวและญาติ ที่เดินทางมาด้วยนั้น ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดใดๆกับผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวบันทึกภาพ โดยญาติได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชแต่เพียงว่า จะเดินทางมารับศพผู้ตายในวันที่ 21 ก.ย. ก่อนนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดธาตุทอง แต่ไม่ได้ระบุเวลา ประกอบกับในวันนี้เอกสารก็ยังไม่พร้อมอีกด้วย
ด้าน พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณชั้น 21 ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้านั้นพบว่า ทำเป็นสถานที่นั่งเล่น พบผู้ตายนั่งหน้าหงาย อยู่บนเก้าอี้สนามแบบมีพนักพิง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน ขนาด .357 เข้าที่ใต้คาง ทะลุหน้าผากเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดไหลจากบาดแผลลงใส่เสื้อผ้า ส่วนมือขวาของผู้ตายกำอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด.357 แบบหลวมๆอยู่ที่ตัก  ตรวจสอบในรังเพลิงพบกระสุน 1 นัด และปลอกกระสุน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุนั้น ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือร่องรอยที่จะบ่งบอกว่าเป็นเหตุฆาตกรรม 
พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวต่อว่า เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเองมากกว่าสาเหตุอื่น ซึ่งอาจจะมาจากความเครียด แต่จากการสอบสวนญาติผู้ตายก็ยังไม่ยอมบอกว่า ผู้ตายเครียดจากเรื่องอะไรถึงต้องยิงตัวเอง แต่เบื้องต้น เชอรรี่-ชัญญา ผู้เป็นลูกสาวให้การว่า พ่อขึ้นไปนั่งเล่นบนดาดฟ้า หลังจากนั้นสักพักก็ได้ยินเสียงปืน แต่ไม่มีใครเอะใจ จนถึงเวลากินข้าวเย็น ประมาณ 19.00 น. เชอรี่ได้ให้เพื่อนชายขึ้นไปตามพ่อมากินข้าว จึงได้พบว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนจะเรียก ชัญญา และเพื่อนชาย พร้อมคนรับใช้อีก 1 คน ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่อยู่คนละชั้นกัน โดยที่เกิดเหตุมี 3 ชั้น เจาะทะลุถึงกัน มาทำการสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งถึงสาเหตุการตายครั้งนี้ ทั้งนี้หลังจากผลการชันสูตรศพ ผลการตรวจที่เกิดเหตุ และผลการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกมาแล้ว คาดว่าประมาณ 2 อาทิตย์ คงจะมาสรุปสาเหตุที่แน่ชัดกันอีกครั้ง
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 กล่าวถึงเรื่องเดียวกัน ว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งในเวลาประมาณ 21.00น. ก็รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพศพของแพทย์เบื้องต้นพบว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผู้ตายคิดสั้น คาดว่าเกิดจากความเครียดหลายเรื่อง ทางญาติไม่ได้ติดใจอะไรเกี่ยวกับคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำญาติและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
Share:

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

เด็ก 3 เดือนนอนกอดศพแม่ 3 วันติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งมีคนเสียชีวิตในบ้านพักเลขที่ 933 หมู่ที่ 2 ต.ปากอ่าง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ นางสาวสุรัตน์ แจ่มใส อายุ 29 ปี นอนเสียชีวิตในห้องนอน และมีร่างของเด็กแรกเกิดเพศหญิงวัย 3 เดือน นอนร่างกายซูบผอมผิวเหลือง อยู่ในวงแขนของผู้เป็นแม่ที่อยู่ในสภาพขึ้นอืด มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม เนื่องจากเสียชีวิตมาแล้ว 3 วันนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศพของนางสาวสุรัตน์ผู้ถูกส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ส่วนเด็กนั้นอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร ล่าสุดจากการตรวจสอบของแพทย์ พบว่าเด็กมีการติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และให้ยาปฏิชีวะนะ
แพทย์หญิง รจนา ขอนทอง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร เปิดเผยว่า เด็กหญิงที่ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร มีน้ำหนักตัว 5,400 กรัม มีอาการซึมและอ่อนเพลีย ซึ่งแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัย พบว่ามีภาวะเกลือแร่ในร่างกายต่ำ ประกอบกับไม่ได้ดื่มนมมานานเป็นเวลา 3 วัน ทำให้เด็กข้อนข้างอ่อนเพลียมาก ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.เด็กมีอาการซึมตัวเขียว ตรวจพบว่ามีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งแพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะ และเด็กไม่สามารถหายใจเองได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยมีแพทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีญาติมาคอยเฝ้ายู่ตลอดเวลา
Share:

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

ปคม.จับแก๊งพม่าค้ามนุษย์หลอกทำงานเรือประมง

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษาสบ.10 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก. ปคม. แถลงข่าวจับกุม นางหนึ่ง อายุ 28 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาร่วมกันค้ามนุษย์ โดยจับกุมได้ที่ท่าเทียบเรือ อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ
พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก นายทองดี อายุ 24 ปี สัญชาติพม่าว่า นายทองห่อ 28 ปี พี่ชายได้ถูก นายฮะติน และนายวิน ทั้งหมดสัญชาติพม่า หลอกลวงว่าจะพาไปทำงานเป็นพนักงานล้างรถในปั๊มน้ำมันย่านพระราม 2 แต่กลับพาพี่ชายไปขายต่อให้กับ นางหนึ่ง และ นางมอญ สัญชาติพม่า ในราคา 1.4 หมื่นบาท จากนั้นได้นำตัว นายทองห่อ ไปทำงานคัดแยกปลาในเรือประมง ต.ดำรงค์สมุทร 7 โดยถูกควบคุมตัวไว้บนเรือและไม่ได้ค่าแรงแต่อย่างใด
พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวต่อว่า จากนั้น นายทองห่อ ได้โทรศัพท์แจ้งให้ นายทองดี น้องชาย ทราบเรื่อง นายทองดี จึงประสานกับเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและจับกุมนางมอญ และนายวิน สัญชาติพม่า ได้ก่อนหน้านี้ จากนั้นได้จับกุม นางหนึ่งอีกราย สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคม.ดำเนินคดีต่อไป
Share:

ก.ต.โยกอธ.ศาลทรัพย์สิน นั่งเลขาฯศาลยุติธรรม

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่โรงแรมแกรนด์ แปซิฟิก ซอฟเฟอริน รีสอร์ท แอนด์สปา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายไพโรจน์ วายุภาพ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้นัดประชุม ก.ต. ครั้งที่ 20/2556 เพื่อพิจารณาวาระโยกย้ายข้าราชการตุลาการระดับ 4 ในชั้นผู้พิพากษาศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และระดับรองอธิบดีและอธิบดีศาลชั้นต้น รวม 179 คน ซึ่งศาลชั้นต้น มีตำแหน่งสำคัญ อาทิ นายอธิป จิตสำเริง ผู้พิพากษาศาลฎีกา ไปเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ และนายสุทธินันท์ เสียมสกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา ไปเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ขณะที่การประชุม ก.ต.ยังได้พิจารณาวาระแต่งตั้งตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ที่เป็นสายธุรการของศาลยุติธธรรม ดูแลบริหารบุคคลกร และงบประมาณ
ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกา ได้เสนอชื่อนายภัทรศักดิ์ วรรณแสง อธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการตุลาการ ให้เป็นข้าราชการศาลยุติธรรม และให้ที่ประชุม ก.ต.พิจารณาเห็นชอบแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ตามขั้นตอนในรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 มาตรา 222 และ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 แก้ไขเพิ่มเติม(พ.ศ.2551) โดยที่ประชุม ก.ต.มีมติเอกฉันท์ให้นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง อธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี โอนย้ายจากข้าราชการตุลาการมาเป็นข้าราชการศาลยุติธรรม และดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมคนใหม่ แทนนายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมคนปัจจุบันที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ และให้ไปดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายภัทรศักดิ์นั้น เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักประธานศาลฎีกาด้วยเมื่อปี 2549 แทนนายจรัญ ภักดีธนากุล ที่ขณะนั้นย้ายไปเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ ทั้งนี้การสับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการโยกย้ายผู้พิพากษาศาลยุติธรรมนั้น ในการประชุม ก.ต.ครั้งที่ 19/2556 เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ได้พิจารณาสับเปลี่ยนข้าราชการตุลาการชั้น 4 เช่นกัน โดยมีมติให้ นายธงชัย เสนามนตรี ผู้พิพากษาศาลฎีกา ไปเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาด้วย โดยมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้เช่นกัน
Share:

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

เด็กแว้นยกล้อโชว์ถูกอีกแก๊งรัวยิงตายคาถนน

เมื่อเวลา 03.00 น.วันนี้ (7 ก.ย.) ร.ต.ท.ไมตรี มะลิลา พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณใต้สะพานพระราม 7 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ฝั่งขาเข้า แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ตำรวจ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนช่องทางซ้ายสุด พบศพ นายจักรพันธ์ ศรีสุข อายุ 23 ปี ลูกจ้างชั่วคราวของกรมชลประทาน อยู่บ้านเลขที่ 492 ซอยสีน้ำเงิน แขวงและเขตบางซื่อ สภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีกรมท่า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่กลางหลัง 4 นัด ข้อศอกขวา 1 นัด และน่องขาขวาอีก 1 นัด นอกจากนี้ยังมีบาดแผลถลอกตามร่างกายอีกหลายแห่ง ขณะเดียวกันยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ถูกส่ง รพ.บางโพไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ นายนิพนธ์ ประสวนศรี อายุ 29 ปี ถูกยิงเข้าที่กลางหลัง 3 นัด กระสุนทะลุปอด อาการสาหัส ต่อมา นายวรพจน์ ศรีสุข อายุ 45 ปี กับ น.ส.กาญจนา พรรณสันฐาน อายุ 40 ปี พ่อแม่ผู้ตายพร้อมญาติพี่น้อง ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ เมื่อทั้งหมดเห็นสภาพศพผู้ตายก็ร่ำไห้เสียใจพร้อมทั้งโผเข้าไปกอดศพอย่างน่าเวทนา
สอบสวน นายนพพร พรรณสันฐาน อายุ 18 ปี ญาติผู้ตาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับผู้ตายและผู้บาดเจ็บพร้อมเพื่อนๆรวม 8 คน ได้พากันออกไปขี่รถ จยย.เล่น โดยมากันทั้งหมด 4 คัน ซึ่งนายจักรพันธ์ผู้ตายซ้อนท้ายคันที่นายนิพนธ์เป็นคนขับขี่ ซึ่งในระหว่างที่กำลังจะขี่กลับบ้านพักย่านบางซื่อ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าโรงเรียนการัญศึกษา ถนนพิบูลสงคราม จ.นนทบุรี ก็ได้สวนกลับกลุ่มวัยรุ่นเด็กแว้นที่ขี่รถ จยย.อีกประมาณเกือบ 20 คัน มาจากสะพานพระราม 5 จังหวะนั้น หนึ่งในกลุ่มตนก็มีการยกล้อโชว์ จึงถูกกลุ่มวัยรุ่นฝั่งตรงข้ามตะโกนด่าให้ของลับ ทางกลุ่มตนจึงขี่รถย้อนกลับไปฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่หลายนัด กระสุนถูก นายจักรพันธ์ เสียชีวิต และ นายนิพนธ์ ได้รับบาดเจ็บ ด้าน พ.ต.อ.ปราศรัย จิตตสนธิ ผกก.สน.ประชาชื่น เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพยานให้การว่า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บถูกกลุ่มคนร้ายยิงใส่ในพื้นที่ของ สภ.เมืองนนทบุรี จึงประสานไปยังเจ้าของพื้นที่มาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งทางสน.ประชาชื่น จะรับผิดชอบในการชันสูตรศพผู้ตาย ก่อนจะประสานงานกันในการติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป.
Share:

แม่อำมหิตฆ่ารัดคอ โยนลูกในไส้ทิ้งขยะ

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 7 ก.ย. พ.ต.ท.พรวน คล้ามสมอ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ รับแจ้งพบศพเด็กทารกแรกเกิด ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ 200 ลิตร บริเวณหน้าโรงงานน้ำแข็งสุวัฒน์ แยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ ถนนหลังโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ สาขา 1 จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพทารกถูกห่อด้วยถุงพลาสติก 2 ชั้น มีขาโผล่ออกมา 1 ข้าง ตรวจสอบเป็นทารกเพศชายน่าตาน่ารักน่าชัง ที่สะดือยังมีสายรกติดอยู่ โดยที่บริเวณลำคอถูกเชือกรองเท้าสีฟ้ารัดไว้แน่น นอกจากนี้ยังพบกางเกงขาสั้นลายสก็อต 1 ตัว กางเกงชั้นในผู้หญิง 1 ตัว ผ้าอนามัย และซองมาม่า อยู่ภายในถุงพลาสติกด้วย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-6 ชั่วโมง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นพ่อแม่เด็กที่ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูก เมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว จึงตัดสินใจใช้เชือกรองเท้ารัดคอจนเสียชีวิต และนำศพมาทิ้งในถังขยะเพื่อหนีความผิด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในละแวกจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นหอพักนักศึกษาจำนวนมาก ตรวจหาว่ามีหญิงรายใดที่ท้องแก่และใกล้คลอดในระยะนี้บ้าง เพื่อติดตามแม่ใจยักษ์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Share:

พบโครงกระดูกนิรนาม เสียชีวิตในป่ากระถิน

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ร.ต.ท. ถิรายุ วงศ์สิงห์ พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม รับแจ้งเหตุพบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนูษย์ อยู่ภายในป่ากระถิน ริมถนนบางขุนเทียนชายทะเล ฝั่งตรงข้ามซอยเทียนทะเล 20แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาให้ทราบพร้อมรุกไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.คมกริช มั่นจิตต์  สว.สส.สน.ท่าข้าม,ร.ต.อ.ขจรธูปประกายศรี รอง สว.สส.สน.ท่าข้าม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อาสามูลนิธิ ร่วมกตัญญ และแพทย์เวร ร.พ.ศิริราช

ที่เกิดเหตุเข้าไปในป่ากระถินริมถนนประมาณ 50 เมตร พบหัวกะโหลก มนูษย์และโครงกระดูกชิ้นอื่นๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ โดยทั้งหมดเป็นเพศชาย ชาวเอเชีย อายุประมาณ 30-35 ปี สูงประมาณ 165-170 ซม ใส่เสื้อหนาวสีดำแขนยาว  ส่วมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ  รองเท้าผ้าใบสีดำคาดเหลือง ในตัวไม่พบหลักฐานที่แสดงตัวตนแต่อย่างใด  ใกล้กันประมาณ 5 เมตร พบกระเป๋าเป้ แบบสะพายหลัง สีดำ ภายในพบเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า และกางเกงยีนส์ขายาวสีนำเงิน สภาพใหม่ 1 ตัว นอกจากนี้ยังพบ กระปุกขวดยา สีขาวมีมียาอยู่ข้างใน ฝาขวดเขียนอักษรย่อว่า “ptc” และขวดน้ำตกอยู่ 1ขวด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน 

พ.ต.ท.คมกริช เผยว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุค่อนข้างเก็บข้อมูลยาก เนื่องจากสภาพศพ ถูกสุนัขรื้อแทะจนกระจัดกระจายจนไม่เห็นสภาพศพที่แท้จริงแล้วอีกทั้งบางชิ้นส่วนยังได้หายไป แต่ชิ้นหลักๆยังอยู่ครบ จากการตรวจสอบทั้งภายในกระเป๋าและ ในตัวไม่พบหลักฐานแต่อย่างใด ส่วนเวลาที่เสียชีวิตนั้นคาดว่าน่าจะเกิน 30วันซึ่งส่วนใหญ่เหลือแต่กระดูกแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นคนเร่ร่อนเข้ามาหลบพักผ่อนแล้วเกิดอาการช็อคเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าจะตรวจสอบว่าได้มีการแจ้งคนหายไว้หรือไม่ เพื่อเปรียบเทียบเบื้องต้น อย่างไรก็ตามจะส่งโครงกระดูกไปชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนจะนำ ดีเอนเอไปส่งเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ ของผู้เสียชีวิตต่อไป
 
Share:

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

อดีตนางแบบดังตกอับ เร่ร่อนข้างถนนไร้ที่ซุกหัวนอน

จากกรณีที่มีผู้พบเห็นอดีตซูเปอร์โมเดลระดับโลก ''ยุ้ย'' รจนา เพชรกัณหา เจ้าของตำแหน่งชนะเลิศจากการประกวดซูเปอร์โมเดล ออฟ ไทยแลนด์ 1994 เมื่อ พ.ศ. 2537 โดยขณะนั้นมีอายุเพียง 18 ปี ล่าสุดพบว่าชีวิตตกอับกลายมาเป็นคนเร่ร่อนไร้บ้าน หนำซ้ำพบว่ามีอาการหลอน ๆ เบลอ ๆ อีกทั้งยังติดสุราอย่างหนัก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. พ.ต.ท.จุมพล กาญจนเสถียร สวป.สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา สายตรวจได้รับแจ้งมีผู้ก่อความเดือดร้อนรำคาญ อยู่บริเวณหน้าร้านกาแฟ ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ปากซอยเพชรเกษม 50 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ จากการตรวจสอบพบว่าเป็น ยุ้ย-รจนา เพชรกัณหา อายุ 37 ปี อดีตนางแบบระดับโลกชื่อดัง แต่ไม่พบว่าเจ้าตัวจะก่อกวนหรือก่อความรำคาญต่อประชาชนแต่อย่างใด จึงเรียกตัวมาเพื่อสอบถามและตักเตือนเบื้องต้น ก่อนจะปล่อยตัวไป
ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 30.ส.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนแจ้งเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก ภายในบริเวณปากซอยเพชรเกษม 42  จึงไปตรวจสอบพบนางแบบคนดังอีกครั้ง สภาพการแต่งกายชุดเดิมใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำเงิน ส่วมรองเท้าแตะสีเขียว เดินลากถุงขนาดใหญ่ 1 ใบ โดยมักจะดมยาดมอยู่ตลอดเวลา จากนั้นอดีตนางแบบคนดังได้เล่าเรื่องราวหนหลังให้ฟังว่า หลังจากไปเป็นนางแบบอยู่ที่เมืองนอกในอายุเพียง 18 ปี ได้หันไปใช่ยาเสพติดเมื่ออายุ 20 ปี ก่อนจะติดยาอย่างหนักโดยใช้ชีวิตเที่ยวเตร่จนอายุ 24-25 ปี ติดสุราอย่างหนักทำให้เสียงานเสียการ สุดท้ายต้นสังกัดได้ยกเลิกสัญญา เลยเดินทางกลับเมืองไทยเมื่อปี 45  พร้อมกับจบชีวิตนางแบบระดับโลกโดยใช้เวลาเพียง 8 ปี  ต่อมาก็ได้ทำอีกหลายอาชีพทั้ง สาวโรงงาน เดินแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ จนกระทั่งไม่มีงานเข้ามา เนื่องจากตนเมื่อครั้งกลับมาไทยยังมีอาการติดสุราอย่างหนัก แต่ได้ทำการบำบัดยาเสพติดควบคู่กันไปซึ่งยังคงมีอาการหลอน ๆ อยู่ตลอดเวลา
 
อดีตนางแบบคนดังเล่าต่ออีกว่า หลังจากกลับมาอยู่เมืองไทยได้กลับไปอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ จ.อุบลราชธานี โดยพักอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง จากนั้นจึงมีปากเสียงทะเลาะกัน ตนเลยหนีออกจากบ้านเข้าในกรุงเทพโดยไปพักอยู่กับพี่ชาย จากนั้นเดินเร่ร่อนอยู่บนถนนเพชรเกษม และได้โทรเรียกรถแท็กซี่ที่รู้จักกันให้มารับ เพื่อไปส่งที่ถนนเพชรเกษม โดยมีเพียงถุงหูหิ้วขนาดใหญ่ ภายในมีเสื้อผ้าเก่า มีเศษอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ จึงได้ติดต่อไปตามเบอร์โทรศัพท์ ในมือถือของยุ้ยจนพบเบอร์ของพ่อ ก่อนจะพูดคุยได้ใจความกันว่า หลังจากที่ลูกสาวได้หนีออกจากบ้านไป ตอนนี้ทางบ้านไม่รู้จะทำอย่างไร ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการได้เลย เพราะทางบ้านไม่สามารถที่จะดูแลเลี้ยงดูได้แล้ว  โดยบอกเพียงว่านางแบบคนดังเคยมีประวัติเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา 
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ ที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา พบว่า อดีตนางแบบชื่อดังได้เข้ามาทำการรักษาจริงเมื่อช่วงสายของวันที่  30 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยในตอนนี้รักษาอยู่ที่อาคารพวกชมพู มีแพทย์และพยาบาลดูแลกันอย่างใกล้ชิด โดยไม่อนุญาตให้เข้าพบเยี่ยมโดยคนไข้พูดเพียงว่าให้ เพียงคนชื่อโจ อดีตเพื่อนเก่าเข้าพบเท่านั้น  แต่ตั้งแต่คนไข้เข้ามาทำการรักษา ยังไม่มีทางญาติหรือเพื่อน เข้ามาติดต่อทางโรงพยาบาลแต่อย่างใด
 
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านเลขที่ 30 ภายในซอยอ่อนนุช 74 แขวงและเขตประเวศ ซึ่งเป็นบ้านที่ยุ้ย-รจนาได้ซื้อไว้ให้มารดาอยู่ โดยจากการสอบถามน.ส.วิภาพร สุราฤทธิ์ อายุ 36 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า แม่ของนางแบบสาวได้ขายบ้านหลังดังกล่าวไปหลายปีแล้ว แต่เมื่อ 6 เดือนก่อนยุ้ยได้แวะเวียนมาหาตนที่บ้าน โดยบอกว่าได้หนีออกจากบ้านที่จังหวัดอุบลราชธานีมา ตนรู้สึกสงสารจึงได้ให้อยู่อาศัยด้วยเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนที่จะหนีออกไป แต่ระหว่างที่มาอาศัยกับตนไม่มีคนในครอบครัวติดต่อมาเลย
 
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่มีข่าวว่า นางแบบสาวมีอาการทางจิตหรือไม่ น.ส.วิภาพร กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่ายุ้ยเคยเข้ารับการรักษาที่รพ.สมเด็จเจ้าพระยา อย่างไรก็ตามโดยปกติหากยุ้ยได้ทานยาเข้าไปจะไม่มีอาการให้เห็น แต่บ้างครั้งอย่างตอนที่มาอยู่กับตนมีอารมณ์รุนแรง ตาแข็ง พูดน้ำเสียงดุดัน อาละวาดทำลายข้าวของเศษกระจกเต็มบ้าน หรือแม้กระทั่งในเวลากลางคืนจะไม่ยอมนอน บางครั้งทำให้คนในละแวกนี้หวาดกลัวก็มี แต่ถ้าในเวลาปกติเป็นคนดีมาก คอยช่วยเหลือคนอื่น
 
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 28/204 หมู่บ้านปรีชา10 ซ.รามคำแหง 188 ซึ่งเป็นบ้านของนางสุดใจ เพชรกัณหา ป้าของนางแบบสาวได้รับการเปิดเผยว่า ไม่ได้ติดต่อหรือได้ข่าวคราวกับยุ้ยมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว  แต่เมื่อช่วงบ่ายวันนี้พ่อของยุ้ยได้โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่า ตำรวจโทรศัพท์มาบอกว่าเจอยุ้ยอยู่แถวเพชรเกษมมีอาการหลงลืม เลยบอกไปว่าให้พาไปรักษารพ.สมเด็จเจ้าพระยา
          
Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive