ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – เเละลง Driver 300 บาท รวมกับ ซ่อมปกติเป็น 700 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

รวบสาวเขมรตระเวนฉกไอโฟนย่านสยาม

 วันนี้ (24 ก.พ.) พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง.ผกก.(สส.) สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ สว.สส พ.ต.ท.สรกานต์ ดำกระบี่ สว.สส. ร่วมกันแถลงจับกุมตัว นางนัน เลย์ อายุ 22 ปี สัญชาติกัมพูชา พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน รุ่น4 สีดำ  1 เครื่อง มูลค่า 16,000 บาท โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าห้างดิจิตอลเกทเวย์ ถนนพระราม 1 แขวงและเขตปทุมวัน 
พ.ต.ท.พนม กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากพ่อค้าแม่ค้าว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวมีพฤติกรรมออกตระเวนล้วงกระเป๋าประชาชนที่เดินผ่านไปมาบริเวณหน้าห้างดิจิตอลเกทเวย์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่แกะรอยจนกระทั้งผู้ต้องหาได้ก่อเหตุล้วงกระเป๋าขโมยโทรศัพท์มือถือของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม และได้นำตัวมาสวบสวนที่สน.ปทุมวัน

สวบสวนนางนัน เลย์ ให้การการรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยจะเดินตระเวนหาเหยื่อบริเวณสยามอยู่เป็นประจำ หากพบเหยื่อที่ใช้โทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะยี่ห้อไอโฟนก็จะเดินตามเมื่อมีจังหวะก็จะลงมือก็เหตุทันที หลังจากนั้นก็จะนั่งรถตู้เดินทางกลับประเทศกัมพูชา เพื่อนำโทรศัพท์ที่ขโมยมาไปขาย เพราะที่ประเทศกัมพูชากำลังนิยมมือถือไอโฟน  เป็นอย่างมาก โดยจะขายได้ราคาประมาณ 7000 บาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป.
Share:

สาวทอมส่งคลิปใหม่ให้ตร.แล้ว

 

กรณีมีการแชร์คลิปวิดีโอ "เขาว่าเขา(ใหญ่) แต่ต่อยผู้หญิง" ในโลกออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ของผู้ชายคนหนึ่งกับสาวหล่อทะเลาะวิวาทกันเกี่ยวกับเรื่องการถอยรถ จนสุดท้ายเรื่องราวบานปลายเมื่อฝ่ายชายได้เข้าทำร้ายร่ายกายด้วยการตบตี ชกต่อย และเตะ แถมยังมีการผลักหัวและตัวผู้หญิงอีกคนที่มาด้วยจนกระเด็น  ซึ่งต่อมาฝ่ายผู้หญิงทราบชื่อว่า น.ส.อัญรัตน์ พันธุ์วิชัยวุฒิ หรือ “เตย” อายุ 27 ปี อาชีพค้าขายอะไหล่รถมอเตอร์ไซด์ทางอินเตอร์เน็ต เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.บุคคโล ให้ดำเนินคดีกับผู้ชายในคลิปทราบชื่อภายหลัง คือ นายเกษียร กมลชัยวานิช อายุ 48 ปี  ซึ่งอ้างตัวเป็นอาจารย์สอนพิเศษวิชานิติศาสตร์ให้กับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง โดยระบุว่าเหตุเกิดบริเวณซอยรัชดา 6 แขวงบุคคโล เขตท่าพระ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันที่ 24 ก.พ. ร.ต.ท.สมพงษ์ กุลไกรจักร พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ช่วงหัวค่ำของเมื่อวาน (23 ก.พ.) น.ส.อัญรัตน์ ผู้เสียหาย พร้อมเพื่อนสาวและคุณแม่เดินทางมาให้รายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมกับนำหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอที่ 2 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนถูกนายเกษียรทำร้ายร่างกายมามอบให้ และเพื่อนสาวที่ปรากฏในคลิปเหตุการณ์ถูกนายเกษียรผลักศีรษะอย่างแรงจนกระเด็นหลังเข้าไปช่วยเพื่อน ก็ได้แจ้งความเอาผิด เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่น ไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 เดือน กับนายเกษียรไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ รพ.ทหารเรือ เพื่อนำมาประกอบสำนวน ส่วนนายเกษียร ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาระบุว่า จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 27 ก.พ. ซึ่งหากไม่มาก็จะออกหมายเรียกต่อไป
ร.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายเกษียรเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งอาจเป็นความเข้าใจผิดไปเอง เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวที่นายเกษียรขับรถเลี้ยวเข้าไปนั้นเป็นบ้านของนายตำรวจท่านหนึ่ง ส่วนรถเบนซ์คันดังกล่าวที่ปรากฏในคลิปวีดีโอเป็นรถที่ยืมมาไม่ใช่ของนายเกษียร และในวันเกิดเหตุนายเกษียรได้ขับรถมาหาแฟนสาวที่บ้านดังกล่าว แต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ด้วย ส่วนกรณีที่อ้างตัวเป็นอาจารย์สอนพิเศษวิชานิติศาสตร์ให้กับมหาวิทยาลัยหลายแห่งนั้น เบื้องต้นยังไม่สรุปว่า เป็นอาจารย์จริงหรือไม่ คงต้องรอหลักฐานยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง
ด้าน น.ส.อัญรัตน์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวานได้นำคลิปวิดีโอที่ 2 ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ถ่ายบันทึกไว้ ส่งมาให้ โดยเป็นภาพเหตุการณ์ที่นายเกษียรด่าทอพร้อมกับชักกุญแจรถแล้วปาใส่ จนสัญญาณกันขโมยดัง ก่อนจะถูกนายเกษียรทำร้ายร่างกาย โดยคลิปดังกล่าวตนนำมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน และขอคำปรึกษา หลังจากที่เผยแพร่ข่าวไปแล้ว มีสื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่งนำเสนอข่าวว่า ตนเป็นฝ่ายท้าทายนายเกษียรและทำร้ายร่างกายก่อน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง จึงนำคลิปที่ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์บันทึกไว้และเห็นใจตนมามอบให้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยันยันความจริง
น.ส.อัญรัตนน์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่มีการชกสวนนายเกษียรนั้น เป็นการป้องกันตัว เพราะตนถูกทำร้ายก่อน โดยพนักงานสอบสวนบอกว่า กรณีของตนนั้นที่ปรากฏในคลิปเป็นการป้องกันตัวไม่มีความผิด และตนอยากให้นายเกษียรนำคลิปวิดีโอที่อ้างว่าตนเป็นฝ่ายท้าทายมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย ที่สำคัญ ตนอยากให้เรื่องดังกล่าวจบลงด้วยดีหากนายเกษียรกล่าวคำขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน
“ยอมรับว่าทุกวันนี้ยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงขนาดนอนไม่หลับ แถมร่างกายยังฟกช้ำจากการถูกทำร้ายอยู่เลย แม้จะกลัวอยู่แต่ตนก็ยังต้องเข้าออกบ้านเหมือนเดิม เพราะต้องทำงานและใช้ชีวิตประจำวันอยู่ภายในซอยดังกล่าว แต่ก็แอบหวั่นใจว่า จะมีใครมาทำร้ายหรือเปล่า หรือจะมีโทรศัพท์โทรมาข่มขู่ จึงอยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว” น.ส.อัญรัตนน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการดูคลิปวีดีโอถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรณีไม่ยอมถอยรถจนเรื่องราวบานปลายนั้น จึงได้ไปตรวจสอบภายในซอยดังกล่าว พบบริเวณที่เกิดเหตุทะเลาะกันและนายเกษียรลงมือทำร้ายร่างกาย น.ส.อัญรัตน์นั้น เป็นซอยแคบรถยนต์วิ่งได้ทางเดียวแต่ไม่สามารถสวนกันได้ หากวิ่งมาเจอกันต้องมีการหลบไปยังที่ว่างแล้วให้อีกคันขับผ่านไปได้ ซึ่งในจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นหน้าโกดังของบริษัทหนึ่ง หากรถเบนซ์ของนายเกษียรเลี้ยวเบี่ยงหลบทางซ้ายมือซึ่งมีที่ว่าง แล้วให้ น.ส.อัญรัตน์ ขับผ่านไปก่อน ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
 
Share:

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

รวบโจ๋แสบคิดสั้นทุบกระจกรถตำรวจ

วันนี้ (22 ก.พ.) พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.พยงค์ เอี่ยมสกุล รองผกก.ป. แถลงจับกุมนายวราชัย มงคลนำ อายุ 23 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี สองผู้ต้องหาตระเวนทุบกระจกรถประชาชน ลักทรัพย์สิน พร้อมของกลางอาวุธปืน .45 จำนวน 1 กระบอก ไขควง ไฟฉาย อุปกรณ์ในการงัดแงะ สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ กระเป๋าเงินแบบผู้หญิง โทรศัพท์มือถือ และรถจยย. ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดป้ายทะเบียน จับกุมได้ขณะกำลังเตรียมทุบกระจกรถเก๋งสายตรวจ ฮอนด้า แอคคอร์ท ทะเบียน ษฉ-5026 กรุงเทพมหานคร ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทล. ซึ่งแวะรับประทานอาหาร บริเวณหน้าที่สถานบริการยูโธเปีย ถนนวัฒนธรรม แขวงและเขตห้วยขวาง

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ เปิดเผยว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ห้วยขวาง ออกปฏิบัติหน้าที่ เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าสถานบริการยูโธเปีย สังเกตเห็นคนร้ายทั้งสอง กำลังใช้ไขควง พยายามงัดและทุบกระจกรถเก๋งสายตรวจ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทล. อยู่ จึงแสดงตัวจับกุม ระหว่างนั้นทั้งสองพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมไว้ได้พร้อมของกลางทั้งหมด สอบสวนทั้งสองรับสารภาพว่า ตระเวนออกทุบกระจกรถลักทรัพย์วันนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เรื่อยมาตั้งแต่ย่านเตาปูน มาจนถึงห้วยขวาง รวมก่อเหตุมาแล้ว 4 ครั้ง ยังไม่ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด สาเหตุที่เลือกทุบกระจกรถของตำรวจ เนื่องจากอยากได้ปืนมาใช้ ที่ผ่านมาออกตระเวนก่อเหตุลักษณะนี้รวมแล้วกว่า 50 ครั้ง ทั้งนี้นายวราชัย เพิ่งพ้นโทษจากการถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันลักทรัพย์(ทุบกระจกรถ) มาไม่นาน ก็กลับมาก่อเหตุอีก เบื้องต้นควบคุมตัวทั้งสอง พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี.
Share:

รวบหนุ่มใหญ่สวีเดน หลอกแรงงานไทย 168 คนไปปล่อยลอยแพ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.พ. ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ทท.  พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. พ.ต.ท.เกื้อกมล ดวงประทีป รอง ผกก.3 บก.ทท. พ.ต.ต.บวรภพ สุนทรเลขา สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายอารี เวคโค จูฮานี ฮาวลิโคเน่น อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศสวีเดน
พล.ต.ต.รอยเปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกับตำรวจของสวีเดนได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่าเมื่อปี 53 ที่ผ่านมา นายอารีได้ทำการเปิดบริษัทนายหน้าจัดหาแรงงานไทยเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งต่อมาเจ้าตัวได้ส่งแรงงานไทยจำนวน 168 คน ไปทำงานด้านการเกษตรยังประเทศสวีเดนเพื่อทำงานด้านเกษตร ซึ่งแรงงานชุดดังกล่าวได้ทำการกู้เงินจากธนาคาร และเงินนอกระบบรวมทั้งหมด 13 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่เมื่อแรงงานชุดนี้เดินทางไปทำงานที่ประเทศสวีเดนแล้วปรากฏว่านายอารียังฉ้อโกงเงินค่าจ้างไปอีก คิดเป็นเงินไทยจำนวน 24.8 ล้านบาท ทำให้แรงงานทั้งหมดไม่ได้รับเงินค่าจ้างและถูกปล่อยลอยแพ ทั้งหมดจึงเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับทางการสวีเดน ก่อนจะได้รับการส่งตัวกลับประเทศไทยในเวลาต่อมา

พล.ต.ต.รอย กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุนายอารีได้นำเงินทั้งหมดที่ได้จากการหลอกลวงแรงงานหลบหนีมากบดานที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 54 โดยจะเปลี่ยนที่กบดานอยู่เสมอทำให้ยากต่อการจับกุม ต่อมารัฐบาลสวีเดนจึงทำการออกหมายจับและยกเลิกหนังสือเดินทางของนายอารีไว้ ก่อนประสานมายังประเทศไทยเพื่อให้ติดตามจับกุมตัว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีผ่านทางระบบ Touriat Buddy Applications ว่าพบนายอารีหลบช่อนตัวอยู่ใน จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดชลบุรี ก่อนเข้าจับกุมนายอารีขณะกบดานอยู่ภายในบ้านเลขที่ 127/759 หมู่ที่ 3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำ

พล.ต.ต.รอย กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนนายอารี ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่าเพิ่งเปิดบริษัทหลอกลวงแรงงานไทยชุดดังกล่าวเพียงชุดเดียว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้หากมีแรงงานไทยคนใดเคยถูกนายอารี หลอกลวงในลักษณะนี้ก็สามารถเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมได้
Share:

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ว่อนเน็ตคลิป "เขาว่าเขา (ใหญ่) ....) โลกไซเบอร์วิจารณ์กันแซด


 วันนี้ ( 23 ก.พ. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการแชร์คลิปวิดิโอ "เขาว่าเขา(ใหญ่) แต่ต่อยผู้หญิง"  ในโลกออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์การทะเลาะวิวาทของผู้ชายคนหนึ่งกับหญิงสาวลักษณะท่าทางคล้ายทอม เกี่ยวกับเรื่องการถอยรถ จนสุดท้ายเรื่องราวบานปลายมีการถึงเนื้อถึงตัวกัน ขณะที่ต่อมามีรายงานว่า ฝ่ายผู้หญิงทราบว่าชื่อ  น.ส.อัญรัตน์ พันธุ์วิชัยวุฒิ เข้าแจ้งความกับตำรวจที่ สน.บุคคโล แล้ว โดยระบุว่าเหตุเกิดบริเวณซอยรัชดา 6 แขวงบุคคโล เขตท่าพระ
  น.ส.อัญรัตน์ ให้การว่า ขณะขับรถไปรับเพื่อนเพื่อไปทำธุระที่หน้าปากซอย คู่กรณีได้ขับรถเบนซ์สวนเข้ามา ตามปกติรถที่สวนจะต้องหลบที่เวิ้งข้างถนน คู่กรณีกลับบอกว่าไม่หลบ ก่อนเดินไปที่บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ และเดินกลับมาอีกครั้ง จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ตามที่เห็นในคลิปวิดิโอที่มีพลเมืองดีถ่ายไว้ได้
 ต่อมาตำรวจติดต่อไปยังคู่กรณี ทราบชื่อคือ นายเกษียร กมลชัยวานิช อายุ 48 ปี ให้เดินทางมาเจรจากับผู้เสียหาย โดยนายเกษียรอ้างตัวว่าเป็นอาจารย์พิเศษสอนคณะนิติศาสต ร์ให้กับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายใคร แต่เป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาทกัน
 สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกไซเบอร์ และมีการแชร์ภาพคลิปกันไปทั่ว
Share:

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ตร.ได้ภาพวงจรปิดยิงโจ๋17ดับคาที่

จากกรณีเมื่อกลางดึกวันที่ 13 ก.พ. พ.ต.ท.วิทยา เรืององอาจ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.บางชัน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายใน ซอยรามอินทรา109 (พระยาสุเรนทร์) แขวงและเขตบางชัน ไปตรวจสอบที่บนทางเท้าหน้าร้านขายอาหารสัตว์ ปัญญาเพ็ทมาร์ท ระหว่างซอยพระยาสุเรนทร์ 20 และ 22 พบศพ นายณัฐวุฒิ โพธิศิริ อายุ 17 ปี นอนเสียชีวิตสภาพ มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่หน้าผาก 1 นัด หลัง 2 นัด ขาขวา 3 นัด และขาซ้าย 2 นัด รวม 8 นัด ข้างศพพบรถจยย. ฮอนด้า เวฟ110 สีขาว ทะเบียน ฬสง 766 กรุงเทพมหานคร สภาพล้อหลังถูกยิงยางแตก ล้มคว่ำอยู่ นอกจากนี้บริเวณรอบๆศพ ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.และ.38 ตกกระจายเกลื่อนถนน 21 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน
สอบถามชาวบ้านละแวกดังกล่าวทราบว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมาผู้ตายและเพื่อนอีก 1 คน ไปมีเรื่องชกต่อยกับ นายสา ไม่ทราบชื่อจริง อายุประมาณ 50 ปี ขาใหญ่ย่านซอยพระยาสุเรนทร์ ที่บ่อนไฮโลหลังตลาดใหม่พระยาสุเรนทร์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่เกิดเหตุโดยก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านเห็นรถเก๋ง โตโยต้าวีออส สีดำ ขับวนไปมาแถวที่เกิดเหตุก่อนขับไล่ตามประกบยิง จยย.นายณัฐวุฒิ จนล้มลง จากนั้นไม่นานคนร้าย 3 คนได้ขับรถย้อนกลับมา ก่อนเดินลงมาจากรถกระหน่ำยิงซ้ำอีกหลายนัด ก่อนวิ่งขึ้นรถขับหลบหนีไป
คืบหน้าล่าสุด วันนี้(17ก.พ.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนำวงจรปิดมาตรวจสอบ พบคนร้ายที่ก่อเหตุมาด้วยกันประมาณ 3 คน  ใช้รถสวมทะเบียนปลอม ไล่ยิงผู้ตายมาจากปากซอยพระยาสุเรนทร์ 24 จนมาถึงหน้าร้านที่เกิดเหตุ จนนายณัฐวุฒิ บาดเจ็บแล้วจอดรถจยย.รถคนร้ายจึงขับผ่านไป จากนั้นผู้เสียชีวิตล้มตัวลง ขณะนั้นมีพลเมืองดีพยายามเข้ามาช่วยเหลือ แต่กลุ่มคนร้ายขับรถวนมาอีกรอบ ก่อนมาจอดขนาบรถจยย.นายณัฐวุฒิ ที่ยังบาดเจ็บจมกองเลือดอยู่ บรรดาพลเมืองดี เห็นจึงต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดด้วยความหวาดกลัว ก่อนคนร้ายที่นั่งข้างหลังรถ เปิดกระจกออกมายิงใส่ซ้ำอีกหลายนัดจนผู้เสียชีวิตแน่นิ่ง  แต่ยังไม่หนำใจคนร้ายที่นั่งอยู่เบาะหน้ารถ เปิดประตูวิ่งลงมาจ่อยิงซ้ำอีกหลายนัด ก่อนขับรถหลบหนีไป
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ รู้ตัวกลุ่มคนร้ายแล้ว กำลังอยู่ระหว่างเตรียมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขออนุมัติหมายจับ ตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่เนื่องจากภาพวงจรปิด แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมที่จะนำภาพวงจรปิดไปขออนุมัติหมายจับ ก่อนเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
Share:

สลดหนูน้อยถูกทรมานเป็นทาสนานกว่า 5ปี

วันนี้ (11 ก.พ.)  ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร ถนนเทศา 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร หลังได้รับแจ้งว่าทางบ้านพักฯ ได้รับตัว ด.ญ.แอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี ชาวกระเหรี่ยง ที่ถูกสามีภรรยาชาวไทยคู่หนึ่ง ลักพาตัวมาบังคับให้เป็นคนรับใช้ กักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในบ้านพักใน อ.เมือง จ.กำแพงเพชร นานกว่า 5 ปี โดยหากเหยื่อสาวรายนี้ขัดคำสั่งก็จะถูกสามีภรรยาใช้วิธีทารุณกรรมต่าง ๆ อาทิ จับขังในกรงสุนัข ใช้น้ำร้อนราดตัวจนเป็นแผลเป็นทั่วร่างกาย
เมื่อไปถึงพบนายธนวัฒน์ สถิตย์ หัวหน้าบ้านพักฯ กำลังนั่งสอบถามเรื่องราวจาก ด.ญ.แอ ที่อยู่ในสภาพเป็นแผลเป็นจากการถูกน้ำร้อนลวกทั่วร่างกาย ที่บริเวณหน้าอก หน้าท้อง ต้นขา หัวเข่า และส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มีแต่รอยแผลเป็นที่เป็นก้อนเนื้อนูนขึ้นมาแทนที่ผิวหนังเดิม อีกทั้งแขนทั้ง 2 ข้าง ถูกน้ำร้อนลวกจนเนื้อเชื่อมติดกับลำตัว จนไม่สามารถยกแขนหรือขยับได้ เป็นที่น่าเวทนาและสลดหดหู่ใจของผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
จากการสอบถามด.ญ.แอ ให้รายละเอียดว่า พ่อแม่ตนเป็นคนงานชาวกระเหรี่ยงทำงานอยู่ในไร่อ้อยแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เมื่อช่วงปี 51 ขณะนั้นตนอายุ 7 ขวบ มีสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เป็นเจ้าของไร่ที่อยู่ติดกับไร่ที่พ่อแม่ตนทำงานอยู่ ได้เดินเข้ามากวักมือเรียกตนให้เข้าไปหา ด้วยความที่เป็นเด็กยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร จึงเดินตามไป และถูกสามีภรรยาคู่นั้นพาตัวมาที่บ้านพัก ก่อนบังคับให้ทำงานบ้านมาจนถึงขณะนี้เป็นเวลานานกว่า 5 ปีแล้ว ส่วนบาดแผลเกิดจากถูกน้ำร้อนราดตัว และถูกจับขังในกรงสุนัขจนถึงเช้า ก่อนที่เจ้าของบ้านจะใช้น้ำเกลือมาล้างแผลและหายามาทาให้โดยไม่ได้พาตนส่งโรงพยาบาล
“ตลอดเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา หนูถูกเจ้าของบ้านทรมานต่าง ๆ นานา ใช้งานบ้านทุกอย่าง และหากเขาไม่พอใจก็จะเฆี่ยนตีไปทั้งตัวจนได้รับบาดเจ็บ บางครั้งก็จะลงไม้ลงมือทั้งตบหน้า ทุบตี ถ้าหนูร้องไห้ก็จะโดนหนักขึ้นจนไม่กล้าร้องตะโกนให้ใครช่วย 5 ปีมานี้หนูเหมือนตกนรกทั้งเป็น มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน หนูเคยหนีออกมาจากบ้าน มีคนพาหนูส่งตำรวจ แต่ตำรวจก็พาหนูส่งกลับมาให้เจ้าของบ้านอีกครั้ง ทำให้พวกเขาโมโหมาก เขาจับหัวหนูโขกกับผนังบ้าน ใช้รองเท้าตบหน้า และยังใช้กรรไกรตัดติ่งหู เพื่อเป็นการทำโทษ” เด็กสาวผู้น่าสงสาร ระบุ
เหยื่อสามีภรรยาโหด กล่าวต่อว่า ทุกวันจะได้ทานข้าววันละ 2 มื้อ และไม่เคยได้ออกไปไหน จนกระทั่งวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา แมวที่เจ้าของบ้านเลี้ยงไว้หลุดออกมาจากบ้าน ด้วยความกลัวว่าจะถูกเจ้าของบ้านทำโทษอีก จึงปีนรั้วออกมาเพื่อตามจับแมว แต่ระหว่างนั้นฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเป็นโอกาสดีที่จะหนีอีกครั้ง จึงไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านช่วยพาตัวไปส่งที่บ้านพักเด็กฯ ดังกล่าว
ด้านนายธนวัฒน์ สถิตย์ หัวหน้าบ้านพักฯ กล่าวว่า ขณะนี้เด็กยังอยู่ในความดูแลอย่างปลอดภัย มีอาหาร ที่นอน เสื้อผ้า และมีเจ้าหน้าที่เข้าเวรยามดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ อีกทั้งให้นักจิตวิทยาช่วยดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยหลังจากที่ได้รับตัวเด็กเข้ามายังบ้านพักฯ ในวันที่ 31 ม.ค. แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.สุวิชา เตชะวรรณวุฒิ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.กำแพงเพชร ในวันที่ 2 ก.พ. ให้ดำเนินคดีกับสองสามีภรรยา
จนกระทั่งต่อมาในวันที่ 6 ก.พ. ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับสองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส โดยการทรมานหรือการกระทำทารุณโหดร้าย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้หน่วงเหนี่ยวกักขังได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น ร่วมกันเอาคนลงเป็นทาสหรือมีฐานะคล้ายทาส ร่วมกันพามาจากที่ใดหรือหน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลหนึ่งบุคคลใด ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำต่อเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี และร่วมกันค้ามนุษย์ รวม 5 ข้อหา และเข้าจับกุมในวันที่ 7 ก.พ. โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งทั้งคู่ได้ทำเรื่องประกันตัวในชั้นศาลขอประกันตัวออกไป
วันเดียวกัน พ.ต.อ.อัครสรศ์ ศรีสุพัฒน์ ผกก.สภ.เมือง จ.กำแพงเพชร กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร ได้พาด.ญ.แอเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายนที แตงอ่อน อายุ 35 ปี อาชีพวิศวกรโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร และน.ส.รัตนากร ปิยะวรธรรม อายุ 33 ปี เจ้าของร้านตัดแต่งขนสุนัข ในเขต อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ส่วนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ไร่เลขที่ 193 หมู่ 8 ต.มหาชัย อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ต่อเนื่องไปถึงที่บ้านเลขที่ 7/7 ซอย 25 ถนนราชดำเนิน 1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 51 ถึงวันที่ 31 ม.ค.56 ในเวลาต่อเนื่องกัน
ทั้งนี้ในคดีนี้ตำรวจไม่ได้มีการปกปิดแต่อย่างใด แต่เนื่องจากผู้เสียหายเป็นเยาวชนและเป็นผู้มีสัญชาติต่างด้าว ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทั้งในด้านการคุ้มครองเด็กและความมั่นคง จึงจำเป็นต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน โดยหากผู้ต้องหามีความผิดตามที่เด็กกล่าวอ้างจริง จะมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพักที่เกิดเหตุพบว่าถูกปิดเงียบ และมีรายงานว่าสามีภรรยาคู่นี้ได้เดินทางออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว.
Share:

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

"พี ปรเมศวร์" เข้ารายงานตัว แย้มเตรียมบวชให้หุ้นส่วน

จากกรณีนายปรเมศวร์ สิงห์โพธิ์ หรือ "พี ปรเมศวร์" ดารานักแสดงหนุ่มช่อง 3 ก่อเหตุยิงศีรษะ นายนพปฎล อธิบาย อายุ 44 ปี หุ้นส่วนร้าน "มิวส์" ทองหล่อซอย 10 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา สาเหตุจากไม่พอใจที่ผู้ตายเข้าไปห้ามปรามดาราหนุ่มขณะกำลังทะเลาะกับแฟนสาว เหตุเกิดที่ห้างดังย่านทองหล่อเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยภายหลังเจ้าตัวได้เข้ามอบตัวก่อนใช้เงินสด 200,000 บาทประกันตัวออกไป ต่อมาได้มารับทราบข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21ม.ค. เบื้องต้นให้การภาคเสธก่อนใช้เงินสด 3 แสนบาทประกันตัว ก่อนที่จะแจ้งดำเนินคดีในข้อหาคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าวันนี้ (15 ก.พ.) นายปรเมศวร์  พร้อมทนายความ เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.ท.ศราวุธ เดชศรี พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.ทองหล่อ เพื่อรายงานตัวตามหมายนัดครั้งที่ 2 หลังจากรับทราบกล่าวหา ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยดาราหนุ่มมีสีหน้าที่เรียบเฉยก่อนยกมือไหว้ผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวจำนวนมาก และเข้าไปภายในห้องพนักงานสอบสวน ใช้เวลากว่า 1 ชม.ก่อนเดินทางออกมาเซ็นเอกสารภายในห้องรับคดี จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ นายเอกรัฐ ฐปนานนท์ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ที่ลูกความและตนเดินทางมาเพื่อรายงานตัวตามนัดของทางพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นการทำหน้าที่ของผู้ต้องหา ในส่วนของคำให้การทั้งหมดได้สอบปากคำไปเรียบร้อยแล้ว ให้การตามข้อเท็จจริง ส่วนพนักงานสอบสวนจะปรับคดีอย่างไรเราไม่อยากกล่าวล่วงข้ามไป
ด้านนายปรเมศวร์ เปิดเผยว่า ถ้าหากตนย้อนไปถึงเหตุการณ์วันนั้นได้ไม่อยากให้เกิดขึ้น หลังเหตุการณ์นั้นได้ทำให้คิดอะไรได้หลายๆอย่าง หลังจากนี้จะสะสางปัญหา อีกทั้งไม่เกิน 3 เดือนจะขออุปสมบท เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย จากนั้นจะกลับมารับโทษตามทางกฎหมาย ผู้สื่อข่าวได้สอบถามดาราหนุ่มว่า วันที่เกิดเหตุ พี ปรเมศวร์ยังยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุหรือจงใจยิงผู้ตาย ดาราหนุ่มตอบว่า ไม่เคยคิดที่จะฆ่าหรือทำร้ายพี่เอ  เหตุการณ์ดังกล่าวมันเป็นอุบัติเหตุ ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดตนยืนยันว่าเป็นการบันทึกภาพเหตุการณ์จริงแต่ไม่ได้เห็นทั้งหมด สุดท้ายอยากจะฝากกับเยาวชนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไปเป็นอุทาหรณ์ การที่เราขาดสติ มันทำให้อนาคตของเราดับมืด
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าทางช่อง3 ต้นสังกัดว่าอย่างไรบ้างกับเหตุการณ์ดังกล่าว พี ตอบสั้นๆว่า ตนไม่ใช่ดาราในสังกัดช่อง 3 และค่ายใดๆ ตนเป็นเพียงนักเรียนการแสดงที่ทาง อาเปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี ผู้จัด ให้ความกรุณาเรียกเข้ามาแสดงเท่านั้น ไม่ใช่ดาราด้วยซ้ำ โดยเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้อื่น ซึ่งจะมารายงานตัวอีกครั้งวันที่ 5 มี.ค.นี้แน่นอน
ขณะที่ พ.ต.ท.ศราวุธ เปิดเผยว่า ได้นัดให้ผู้ต้องหาเข้ามารายงานตัวอีกครั้ง ขณะนี้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จเรียบร้อย เหลือเพียงรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ การสอบปากคำแพทย์นิติเวชฯเท่านั้น และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามที่ญาติผู้ตายร้องขออีกครั้ง คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้จะส่งสำนวนต่อศาลได้.
Share:

Disqus Shortname

Comments system

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ 095-954-4524

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive