WEBSITE DESIGN TEL 095-954-4524
วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555
ทาวเฮ้าส์ให้เช่า 310/152 ซอยรามคำแหง 72 TOWNHOUSE FOR RENT


| ระยะสัญญา | ค่าเช่า/เดือน | ค่าประกัน | ยอดรวม/ครั้ง | เฉลี่ยต่อวัน |
|---|---|---|---|---|
| 1 ปี | 9,500 ฿ | 19,000 ฿ | 28,500 ฿ | ≈ 316 ฿ |
| 2 ปี | 9,000 ฿ | 20,000 ฿ | 29,000 ฿ | ≈ 296 ฿ |
| 3 ปี | 8,800 ฿ | 25,000 ฿ | 33,800 ฿ | ≈ 290 ฿ |
ให้เช่าบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ถนนรามคำแหง 72
Python Sequence Data Type ใน Python (List, String และ Tuple)
ทำความรู้จัก Sequence Data Type ใน Python (List, String และ Tuple)
Python มีโครงสร้างข้อมูล (Data Type) หลายประเภท โดยกลุ่มที่ใช้เก็บข้อมูลหลายค่าเรียกว่า Sequence Data Type ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ละตำแหน่งด้วย Index ได้
ในตัวอย่างนี้จะเรียนรู้ 3 ประเภท ได้แก่
List
String (str)
Tuple
แต่ก่อนอื่นต้องเข้าใจคำศัพท์สำคัญ 2 คำ
Mutable คือ สามารถแก้ไขข้อมูลภายในได้
Immutable คือ ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลภายในได้
1. List (Mutable)
lst = [12, 31.5, True, [1,2,3], (2,3,4)]
print(type(lst), len(lst), lst[0], lst[-1], lst[-2][0])
lst[-1] = 'hello world'
print(lst)
List คืออะไร
List เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ใช้เก็บข้อมูลหลายชนิดไว้ในตัวแปรเดียว
สามารถเก็บข้อมูลได้หลายประเภท เช่น
Integer
Float
Boolean
List
Tuple
String
ตัวอย่าง
lst = [12, 31.5, True, [1,2,3], (2,3,4)]
ภายใน List นี้ประกอบด้วย
| Index | ข้อมูล |
|---|---|
| 0 | 12 |
| 1 | 31.5 |
| 2 | True |
| 3 | [1,2,3] |
| 4 | (2,3,4) |
การใช้ type()
type(lst)
ใช้ตรวจสอบชนิดข้อมูล
ผลลัพธ์
<class 'list'>
การใช้ len()
len(lst)
ใช้หาจำนวนสมาชิกทั้งหมด
ผลลัพธ์
5
การเข้าถึงข้อมูลด้วย Index
lst[0]
ผลลัพธ์
12
Index เริ่มต้นที่ 0 เสมอ
การใช้ Negative Index
lst[-1]
ผลลัพธ์
(2,3,4)
Negative Index จะเริ่มนับจากด้านหลัง
| Index | สมาชิก |
|---|---|
| -1 | ตัวสุดท้าย |
| -2 | ตัวรองสุดท้าย |
| -3 | ตัวที่สามจากท้าย |
การเข้าถึงข้อมูลซ้อนกัน (Nested Index)
lst[-2][0]
อธิบาย
lst[-2]
ได้
[1,2,3]
จากนั้น
[1,2,3][0]
ได้ผลลัพธ์
1
การแก้ไขข้อมูลใน List
lst[-1] = "hello world"
ผลลัพธ์
[12, 31.5, True, [1,2,3], 'hello world']
เนื่องจาก List เป็น Mutable
จึงสามารถแก้ไข เพิ่ม หรือลบสมาชิกได้
2. String (Immutable)
s = "This is an example of Class 5 for sequence type"
print(type(s), len(s), s[0], s[-1], s[-2])
s[-1] = 'X'
print(s)
String คืออะไร
String คือข้อความที่ประกอบด้วยตัวอักษรหลายตัวเรียงต่อกัน
ตัวอย่าง
"This is Python"
ใน Python
String ก็เป็น Sequence เช่นเดียวกัน
จึงสามารถใช้ Index ได้
การเข้าถึงข้อมูล
s[0]
ผลลัพธ์
'T'
และ
s[-1]
ผลลัพธ์
'e'
ทำไมแก้ไขไม่ได้
s[-1] = 'X'
จะเกิดข้อผิดพลาด
TypeError:
'str' object does not support item assignment
เพราะ
String เป็น Immutable
เมื่อสร้างแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนตัวอักษรบางตำแหน่งได้
หากต้องการเปลี่ยน ต้องสร้าง String ใหม่
ตัวอย่าง
s = s[:-1] + "X"
3. Tuple (Immutable)
tp = (12, 31.5, True, [1,2,3], (2,3,4))
print(type(tp), len(tp), tp[0], tp[-1], tp[-2][0])
tp[-1] = "hello world"
print(tp)
Tuple คืออะไร
Tuple คล้ายกับ List
สามารถเก็บข้อมูลหลายชนิดได้เหมือนกัน
ตัวอย่าง
(12, 31.5, True, [1,2,3], (2,3,4))
แต่แตกต่างกันตรงที่
Tuple เป็น Immutable
การใช้งาน
สามารถ
อ่านข้อมูล
ใช้ Index
ใช้ Negative Index
ใช้ len()
ใช้ type()
ได้เหมือน List
ตัวอย่าง
tp[0]
ผลลัพธ์
12
ทำไมแก้ไขไม่ได้
tp[-1] = "hello world"
จะเกิดข้อผิดพลาด
TypeError:
'tuple' object does not support item assignment
เพราะ Tuple ไม่สามารถเปลี่ยนสมาชิกหลังจากสร้างเสร็จแล้ว
เปรียบเทียบ List, String และ Tuple
| คุณสมบัติ | List | String | Tuple |
|---|---|---|---|
| เก็บหลายข้อมูล | ✅ | ✅ | ✅ |
| ใช้ Index | ✅ | ✅ | ✅ |
| ใช้ Negative Index | ✅ | ✅ | ✅ |
| ใช้ len() | ✅ | ✅ | ✅ |
| แก้ไขข้อมูลได้ | ✅ | ❌ | ❌ |
| Mutable | ✅ | ❌ | ❌ |
| Immutable | ❌ | ✅ | ✅ |
แล้ว Dict และ Set อยู่ตรงไหน?
แม้หัวข้อจะกล่าวถึง List, Tuple, Dict และ Set แต่ในตัวอย่างโค้ดนี้มีการใช้งานเฉพาะ List, String และ Tuple
สำหรับอีก 2 ประเภท
Dictionary (dict) ใช้เก็บข้อมูลในรูปแบบ Key : Value เหมาะกับข้อมูลที่ต้องการค้นหาด้วยชื่อคีย์ เช่น ข้อมูลผู้ใช้ หรือข้อมูลสินค้า
Set (set) ใช้เก็บข้อมูลที่ ไม่ซ้ำกัน และไม่มีลำดับ (Unordered) เหมาะสำหรับการตัดข้อมูลซ้ำ หรือการดำเนินการทางเซต เช่น Union และ Intersection
สรุป
Sequence Data Type เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ใช้เก็บข้อมูลหลายค่าในตัวแปรเดียว และสามารถเข้าถึงข้อมูลด้วย Index ได้
List เป็น Mutable สามารถเพิ่ม ลบ และแก้ไขข้อมูลได้
String เป็น Immutable ใช้เก็บข้อความ ไม่สามารถแก้ไขตัวอักษรแต่ละตำแหน่งได้
Tuple เป็น Immutable ใช้เก็บข้อมูลที่ไม่ต้องการให้เปลี่ยนแปลงหลังจากสร้าง
Dictionary ใช้เก็บข้อมูลแบบ Key-Value เพื่อค้นหาข้อมูลได้สะดวก
Set ใช้เก็บข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน และไม่มีลำดับ
การเลือกใช้ Data Type ที่เหมาะสม จะช่วยให้โค้ดอ่านง่าย ทำงานมีประสิทธิภาพ และลดข้อผิดพลาดในการพัฒนาโปรแกรม
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘สีกากอล์ฟ’ล็อกเป้าสัมพันธ์สวาท ‘พระ’ก่อนปล่อยทีเด็ดนารีพิฆาต!
CREDIT https://www.dailynews.co.th/news/4903590/














