ทั้งนี้้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่า นางทรงศรี ผู้ต้องหา หลังจากก่อเหตุแล้ว ได้หลบหนีมาทำงานขายของอยู่ที่ร้านเจ๊เล้ง และห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต ถ.พหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกา จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำกำลังไปเฝ้าบริเวณดังกล่าวข้าง และบริเวณใกล้เคียง ต่อมาเวลาประมาณ 13.00 น. พบนางทรงศรีฯ ได้ปรากฏตัวที่บริเวณริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงตัวและทำการจับกุมได้ดังกล่าว
วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556
กองปราบจับผู้ต้องหาหลอกคนงานไปต่างประเทศ
กองปราบ จับผู้ต้องหาหลอกคนงานไปต่างประเทศ แต่ยังปากแข็งให้การปฏิเสธ พบมีหมายจับอีกหลายท้องที่ด้วย
วันนี้ ( 15 ม.ค.) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.พรัชต์ศรุต วัชรธนโยธิน สว.กก.1บก.ป. ร.ต.อ.กษิดิ์เดช เจริญลาภ ร.ต.ท.ศุภกร นิพรรัมย์ รองสว.กก.1บก.ป.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1ปก.บ ได้ร่วมกันจับกุม นางทรงศรี หรือแมว อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162/8 หมู่ที่5 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแขนแก่น ที่ 882/2547 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547 ในฐานความผิดฐาน ร่วมกันจัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศ โดยมิได้รับอนุญาต และหลอกลวงคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
ทั้งนี้้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่า นางทรงศรี ผู้ต้องหา หลังจากก่อเหตุแล้ว ได้หลบหนีมาทำงานขายของอยู่ที่ร้านเจ๊เล้ง และห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต ถ.พหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกา จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำกำลังไปเฝ้าบริเวณดังกล่าวข้าง และบริเวณใกล้เคียง ต่อมาเวลาประมาณ 13.00 น. พบนางทรงศรีฯ ได้ปรากฏตัวที่บริเวณริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงตัวและทำการจับกุมได้ดังกล่าว
ทั้งนี้้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่า นางทรงศรี ผู้ต้องหา หลังจากก่อเหตุแล้ว ได้หลบหนีมาทำงานขายของอยู่ที่ร้านเจ๊เล้ง และห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต ถ.พหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกา จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำกำลังไปเฝ้าบริเวณดังกล่าวข้าง และบริเวณใกล้เคียง ต่อมาเวลาประมาณ 13.00 น. พบนางทรงศรีฯ ได้ปรากฏตัวที่บริเวณริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงตัวและทำการจับกุมได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน นางทรงศรี ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า ยังมีหมายจับอีก 3 คดี คือหมายจับของศาลแขวงนนทบุรี ผิดฐาน ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารและใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการปลอม หมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ผิดฐาน ร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง และหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานให้ทำในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังกล่าวได้ไปซึ่งเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลวงลวง และหมายจับศาลจังหวัดหนองคายที่ ผิดฐาน ตั้งสถานบริการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตามจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
จับอดีตตำรวจลอบขนยาบ้า-เฮโรอีน
จับอดีตตำรวจลอบขนยาเสพติด รวบได้คาด่านตรวจในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ยึดของกลางทั้งยาบ้า เฮโรอีน สารภาพทำมาแล้วหลายครั้ง-ไม่เคยถูกจับ เพราะอาศัยเป็นอดีตตำรวจ รู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจเป็นอย่างดี
วันนี้ (15 ม.ค.) ที่บริเวณจุดตรวจด่านผาหงษ์ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พ.ต.ต.นิกร สุจริตธรรม สวป.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ทหารกองกำลังผาเมือง ได้ตั้งด่านสกัดจับตรวจค้นสิ่งของผิดกฏหมาย หลังได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาเสพติดจากชายแดนมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง ระหว่างการตั้งด่านตรวจค้นก็ได้มี รถแวนโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ษย 1221 กรุงเทพ ขับผ่านมาโดยมี นายเพิ่มศักดิ์ กาวิน อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 100/1 บ้านห้วยโจ้ หมู่ที่ 7 ต.แม่ข่า อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคนขับ ซึ่งในอดีตนายเพิ่มศักดิ์ เคยเป็นอดีตตำรวจยศ จ.ส.ต. สังกัด สภ.ไชยปราการ แต่ไปมีส่วนพัวพันคดียาเสพติดในพื้นที่ จึงถูกออกจากราชการไป ทางเจ้าหน้าที่ด่านตรวจจึงเรียกตรวจค้น พบใต้เบาะหลังมียาบ้าซุกซ่อนมา จำนวน 19,800 เม็ด และเฮโรอีน 9 หลอด น้ำหนัก 42.5 กรัม มูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง
จากการสอบสวนนายเพิ่มศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ทำมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ถูกจับเพราะเป็นอดีตตำรวจ รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี สามารถหลบหลีกได้มาตลอด แต่ครั้งนี้ได้รับจ้างจากพ่อค้ายาเสพติดที่ชายแดนจำนวน 1 แสนบาท ให้นำยาล็อตนี้มาส่งในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ก็ถูกจับกุมตัวได้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงทำการขยายผลไปที่บ้าน และทำการยึดรถยนต์จำนวน 3 คัน เพื่อตรวจสอบที่มาว่าได้มาด้วยการค้ายาเสพติดหรือไม่ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนนายเพิ่มศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ทำมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ถูกจับเพราะเป็นอดีตตำรวจ รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี สามารถหลบหลีกได้มาตลอด แต่ครั้งนี้ได้รับจ้างจากพ่อค้ายาเสพติดที่ชายแดนจำนวน 1 แสนบาท ให้นำยาล็อตนี้มาส่งในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ก็ถูกจับกุมตัวได้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงทำการขยายผลไปที่บ้าน และทำการยึดรถยนต์จำนวน 3 คัน เพื่อตรวจสอบที่มาว่าได้มาด้วยการค้ายาเสพติดหรือไม่ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป
ตร.กาญจน์ โชว์ผลงาน จับคนร้ายกระชากสร้อยคอสาวใหญ่ทันควัน
ตร.กาญจนบุรี โชว์ผลงาน จับคนร้ายกระชากสร้อยคอสาวใหญ่ทันควัน ก่อเหตุกลางตลาด รับสารภาพหาเงินไปประกันเมียที่ติดคุกคดีเสพยา
ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
มอบรางวัลเจ้าหน้าที่ตำรวจ
วันนี้ ( 15 ม.ค.) พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ และพระเลี่ยมทอง โดยคนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าดรีม สีน้ำเงิน ทะเบียน ขฉน 57 กาญจนบุรี หลังก่อเหตุได้ขี่หลบหนีไป จึงสั่งการให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ประกอบด้วย ด.ต.สุรโชติ อุ่นทวีทรัพย์ ด.ต.จรัญ เขาถ้ำทอง และ ด.ต.สรายุทธ สายมาอินทร์ ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองกาญจนบุรี ในฐานะสายตรวจเดินเท้า ได้ติดตามจับกุมคนร้ายได้ทันที ทราบชื่อ คือ นายธรรมนูญ หรือนูญ กัญญาดี อายุ 37 ปี จากการตรวจบริเวณใต้เบาะรถพบสร้อยคำทองคำ น้ำหนัก 1 บาท และพระเลี่ยมทอง 1 องค์
โดยจากการสอบสวน นางวิภา วิเศษโวหาร อายุ 47 ปี ทราบว่า ขณะที่ตนกำลังจูงมือพาหลานชายเดินซื้อของ ได้มีคนร้ายเดินมาข้างหลังและกระชากสร้อยที่ตนใส่อยู่ จึงร้องให้คนช่วย ก็มีแม่ค้าที่อยู่ใกล้วิ่งไปดึ่งรถจักรยานยนต์ของร้ายไว้ไม่ให้หลบหนี แต่ก็ไม่สำเร็จ แต่ไม่ถึง 5 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ทันที
ต่อมาพ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัชชัชพงษ์ ศศลักษณานนท์ พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้นำตัวคนร้ายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทันที ก่อนนำตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เบื้องต้น นายธรรมนูญ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง เพราะต้องการนำเงินไปประกันตัวภรรยาที่ถูกจับในคดีเสพสารเสพติด โดยตำรวจพบมีหมายจับในคดีชิงทรัพย์ ซึ่ง นายธรรมนูญ รับว่าจริง
หลังจากนั้น พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้มอบเงิน 3,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ทันควัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป.
โดยจากการสอบสวน นางวิภา วิเศษโวหาร อายุ 47 ปี ทราบว่า ขณะที่ตนกำลังจูงมือพาหลานชายเดินซื้อของ ได้มีคนร้ายเดินมาข้างหลังและกระชากสร้อยที่ตนใส่อยู่ จึงร้องให้คนช่วย ก็มีแม่ค้าที่อยู่ใกล้วิ่งไปดึ่งรถจักรยานยนต์ของร้ายไว้ไม่ให้หลบหนี แต่ก็ไม่สำเร็จ แต่ไม่ถึง 5 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ทันที
ต่อมาพ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัชชัชพงษ์ ศศลักษณานนท์ พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้นำตัวคนร้ายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทันที ก่อนนำตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เบื้องต้น นายธรรมนูญ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง เพราะต้องการนำเงินไปประกันตัวภรรยาที่ถูกจับในคดีเสพสารเสพติด โดยตำรวจพบมีหมายจับในคดีชิงทรัพย์ ซึ่ง นายธรรมนูญ รับว่าจริง
หลังจากนั้น พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้มอบเงิน 3,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ทันควัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป.
หมอพลอย” ฉีดฟิลเลอร์ให้พริตตี้สาวจนคางเบี้ยวมอบตัวแล้ว
“หมอพลอย” ฉีดฟิลเลอร์ให้พริตตี้สาวจนคางเบี้ยวมอบตัวแล้ว รับสารภาพเคยเป็นผู้ช่วยแพทย์ในคลินิกแล้วจดจำมาฉีดให้เพื่อนๆ ปฏิเสธไม่ได้แอบอ้างมหาวิทยาลัยชื่อดังทำอาชีพนี้
วันนี้ ( 15 ม.ค.) จากกรณีที่น.ส.จรูญรัตน์ หรือแป้ง ยากอง อายุ 31 ปี พนักงานบัญชี บริษัทสมาย ออโต้คาร์ ย่านพัฒนาการ และรับงานเป็นพริตตี้ทั่วไป เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสน.สุทธิสาร และสำนักงานคณะกรรมการและคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา ให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่อ้างชื่อว่าเป็น “หมอพลอย” ฉีดฟิลเลอร์ใส่ใบหน้าทำให้คางอักเสบบวมแดงหน้าเกือบเสียโฉม
โดยน.ส.จรูญรัตน์ ต้องการเสริมใบหน้าด้วยการฉีดสารดังกล่าว จึงโพสต์ข้อความถามเข้าไปในเว็บไซต์หนึ่ง กระทั่งมีผู้โพสต์ข้อความตอบพร้อมให้ข้อมูลและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เมื่อโทรศัพท์ไปก็ปรากฏว่าผู้ที่รับสายเป็นประชาสัมพันธ์อ้างว่า ผู้ฉีดสารเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชื่อ “หมอพลอย” จบจากมหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานอยู่ที่รพ.ยันฮี เปิดคลินิกอยู่ที่ย่านราชเทวี ก่อนจะมีการนัดฉีดสารฟิลเลอร์ที่ห้อง 405 ชั้น 4 โรงแรมคาลิปโซ 2 ซอยรัชดาภิเษก 20 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. เสียค่าบริการทั้งหมด 5,500 บาท โดยหลังจากที่ฉีดสารแล้ว น.ส.จรูญรัตน์ มีอาการอักเสบ ปวดใบหน้า เป็นไข้ ตัวสั่นเหมือนจะช็อก คางบวมแดง เกิดเนื้อแข็งที่แก้ม แพทย์รพ.สินแพทย์ ระบุว่า เนื้อเยื่ออักเสบจากใช้ยาปลอม แผลเน่าภายใน ส่วนยาที่ฉีดให้น่าจะเป็นซิลิโคนปั่นเหลว ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.แมน เม่นแย้ม รองผกก.ดส. พ.ต.ท.สาโรจน์ จอกโคกสูง สว.กก.ดส.บช.น. แถลงข่าวการมอบตัวของน.ส.สุพิชญนันทร์ หรือหมอพลอย อู่เพ็ชร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/2 ถนนราษฎร์อุทิศ ต.วัดสิงห์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ผู้ต้องหาที่ฉีดสารฟิลเลอร์บนใบหน้าให้กับสาวพริตตี้จนหน้าอักเสบ พร้อมของกลางผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามต่างๆ อาทิ สารฟิลเลอร์บรรจุขวด วิตามินซี เข็มฉีดยา ถุงมือยาง โดยมี น.ส.จรูญรัตน์ เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา ขณะที่บริเวณคางของผู้เสียหายยังมีอาการบวมอยู่ โดยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชน เกี่ยวกับการฉีดสารต่างๆ เพื่อเสริมความงาม จนทำให้ได้รับอันตราย ซึ่งผู้เสียหายและกระทรวงสาธารณสุขก็ประสานมาที่บช.น. เพื่อให้เร่งรัดสืบสวนจับกุม จนกระทั่งผู้ต้องหาเข้ามอบตัว
ด้านพ.ต.อ.นภันต์วุฒิ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายไปฉีดสารฟิลเลอร์แล้วได้รับผลกระทบ ก็เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ น.ส.สุพิชญนันทร์ หรือหมอพลอย เกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์ การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากมีการโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ ทางสน.สุทธิสาร จึงทำการสืบสวนสอบสวนและประสานไปมาที่กก.ดส. ให้ติดตามตัว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ได้ขออนุมัติหมายจับไว้ แล้วติดตามไปจับกุมที่บ้านพัก ใน จ.ชัยนาท แต่ผู้ต้องหาไม่อยู่บ้าน จากการตรวจค้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎข 233 กรุงเทพมหานคร พบพร้อมของกลางผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามต่างๆ อยู่ในรถ ต่อมาช่วงกลางดึกก็ได้รับการประสานจาก น.ส.สุพิชญนันทร์ ว่าจะขอเข้ามอบตัว โดยข้อหาเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์ การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต น.ส.สุพิชญนันทร์ ยอมรับสารภาพและรู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ข้อหาฉ้อโกง และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายฯยังให้การปฏิเสธ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวน.ส.สุพิชญนันทร์ ส่งสน.สุทธิสาร ดำเนินคดีต่อไป
ขณะที่น.ส.สุพิชญนันทร์ กล่าวว่า ตนเคยเป็นผู้ช่วยแพทย์อยู่ในคลินิกในจ.ชลบุรี ประมาณปีกว่าจึงมีพอมีความรู้ด้านนี้อยู่บ้างเริ่มต้นมาจากเพื่อนๆอยากให้ฉีดสารให้ เคยฉีดมาแล้วประมาณ 10 รายก็ไม่มีปัญหาอะไร ข่าวที่ลงไปไม่ใช่ความจริงจากปากตน อยากแก้ข่าวด้วยว่า ตนไม่เคยแอบอ้างว่าจบมาจากมหาวิทยาลัยมหิดล หรือทำงานอยู่ที่รพ.ยันฮี ตนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่บังเอิญได้ไปรู้จักกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเสริมความงาม จึงเรียนรู้และนำมาทำให้กับเพื่อนสนิทและบุคคลใกล้ชิด ส่วนตัวเองเคยทำเพียงแค่ฉีดวิตตามินให้หน้าขาว ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวอยู่ในหน้าเฟสบุ๊คที่ไม่ใช่ของตน และไม่เคยเปิดเว็บไซต์โฆษณาเกี่ยวกับการเสริมความงาม น่าจะมีคนเอาไปแอบอ้าง แต่ตนยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
โดยน.ส.จรูญรัตน์ ต้องการเสริมใบหน้าด้วยการฉีดสารดังกล่าว จึงโพสต์ข้อความถามเข้าไปในเว็บไซต์หนึ่ง กระทั่งมีผู้โพสต์ข้อความตอบพร้อมให้ข้อมูลและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เมื่อโทรศัพท์ไปก็ปรากฏว่าผู้ที่รับสายเป็นประชาสัมพันธ์อ้างว่า ผู้ฉีดสารเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชื่อ “หมอพลอย” จบจากมหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานอยู่ที่รพ.ยันฮี เปิดคลินิกอยู่ที่ย่านราชเทวี ก่อนจะมีการนัดฉีดสารฟิลเลอร์ที่ห้อง 405 ชั้น 4 โรงแรมคาลิปโซ 2 ซอยรัชดาภิเษก 20 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. เสียค่าบริการทั้งหมด 5,500 บาท โดยหลังจากที่ฉีดสารแล้ว น.ส.จรูญรัตน์ มีอาการอักเสบ ปวดใบหน้า เป็นไข้ ตัวสั่นเหมือนจะช็อก คางบวมแดง เกิดเนื้อแข็งที่แก้ม แพทย์รพ.สินแพทย์ ระบุว่า เนื้อเยื่ออักเสบจากใช้ยาปลอม แผลเน่าภายใน ส่วนยาที่ฉีดให้น่าจะเป็นซิลิโคนปั่นเหลว ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.แมน เม่นแย้ม รองผกก.ดส. พ.ต.ท.สาโรจน์ จอกโคกสูง สว.กก.ดส.บช.น. แถลงข่าวการมอบตัวของน.ส.สุพิชญนันทร์ หรือหมอพลอย อู่เพ็ชร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/2 ถนนราษฎร์อุทิศ ต.วัดสิงห์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ผู้ต้องหาที่ฉีดสารฟิลเลอร์บนใบหน้าให้กับสาวพริตตี้จนหน้าอักเสบ พร้อมของกลางผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามต่างๆ อาทิ สารฟิลเลอร์บรรจุขวด วิตามินซี เข็มฉีดยา ถุงมือยาง โดยมี น.ส.จรูญรัตน์ เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา ขณะที่บริเวณคางของผู้เสียหายยังมีอาการบวมอยู่ โดยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชน เกี่ยวกับการฉีดสารต่างๆ เพื่อเสริมความงาม จนทำให้ได้รับอันตราย ซึ่งผู้เสียหายและกระทรวงสาธารณสุขก็ประสานมาที่บช.น. เพื่อให้เร่งรัดสืบสวนจับกุม จนกระทั่งผู้ต้องหาเข้ามอบตัว
ด้านพ.ต.อ.นภันต์วุฒิ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายไปฉีดสารฟิลเลอร์แล้วได้รับผลกระทบ ก็เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ น.ส.สุพิชญนันทร์ หรือหมอพลอย เกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์ การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากมีการโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ ทางสน.สุทธิสาร จึงทำการสืบสวนสอบสวนและประสานไปมาที่กก.ดส. ให้ติดตามตัว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ได้ขออนุมัติหมายจับไว้ แล้วติดตามไปจับกุมที่บ้านพัก ใน จ.ชัยนาท แต่ผู้ต้องหาไม่อยู่บ้าน จากการตรวจค้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎข 233 กรุงเทพมหานคร พบพร้อมของกลางผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามต่างๆ อยู่ในรถ ต่อมาช่วงกลางดึกก็ได้รับการประสานจาก น.ส.สุพิชญนันทร์ ว่าจะขอเข้ามอบตัว โดยข้อหาเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์ การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต น.ส.สุพิชญนันทร์ ยอมรับสารภาพและรู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ข้อหาฉ้อโกง และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายฯยังให้การปฏิเสธ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวน.ส.สุพิชญนันทร์ ส่งสน.สุทธิสาร ดำเนินคดีต่อไป
ขณะที่น.ส.สุพิชญนันทร์ กล่าวว่า ตนเคยเป็นผู้ช่วยแพทย์อยู่ในคลินิกในจ.ชลบุรี ประมาณปีกว่าจึงมีพอมีความรู้ด้านนี้อยู่บ้างเริ่มต้นมาจากเพื่อนๆอยากให้ฉีดสารให้ เคยฉีดมาแล้วประมาณ 10 รายก็ไม่มีปัญหาอะไร ข่าวที่ลงไปไม่ใช่ความจริงจากปากตน อยากแก้ข่าวด้วยว่า ตนไม่เคยแอบอ้างว่าจบมาจากมหาวิทยาลัยมหิดล หรือทำงานอยู่ที่รพ.ยันฮี ตนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่บังเอิญได้ไปรู้จักกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเสริมความงาม จึงเรียนรู้และนำมาทำให้กับเพื่อนสนิทและบุคคลใกล้ชิด ส่วนตัวเองเคยทำเพียงแค่ฉีดวิตตามินให้หน้าขาว ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวอยู่ในหน้าเฟสบุ๊คที่ไม่ใช่ของตน และไม่เคยเปิดเว็บไซต์โฆษณาเกี่ยวกับการเสริมความงาม น่าจะมีคนเอาไปแอบอ้าง แต่ตนยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น











