วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556
ปะทะเดือดเจาะไอร้องวิสามัญโจรใต้ดับ 1 ศพ
ปะทะเดือด เจ้าหน้าที่ วิสามัญโจรใต้ ระดับปฏิบัติการณ์ ค่าหัว 1 แสนบาท ดับ 1 ศพ ที่เจาะไอร้อง นราธิวาส พบหนีคดีความมั่นคงถึง 6 คดี ทั้งซุ่มยิงวางระเบิดคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐ
วันนี้(3 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่่า เมื่อเวลา 23.30 น.ของวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ร.ท.ปรีชา รุ่งเมือง ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 4804 กรมทหารพรานที่ 48 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้ร่วมสนธิกำลังกับกองร้อยทหารพรานที่ 4808 จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการณ์ ใช้กฏอัยการศึกบุกจู่โจมพิสูจน์ทราบที่บ้านพักเลขที่ 82 บ้านลูโบ๊ะเยาะ หมู่ 7 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง หลังสืบทราบมีกองกำลังติดอาวุธอาร์เคเค กลุ่มนายมะซาเอ๊ะ หะยีดีเย๊าะลีย๊ะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/1บ้านกูตง ม.3 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หรือชื่อจัดตั้ง เปาะเอ๊ะ กูตง ซึ่งมีรางวัลนำจับ 1 แสนบาท และพวก รวม 3 คน ได้แฝงตัวกบดานเพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่
เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อมบ้านหลังดังกล่าว พร้อมทั้งได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ได้มีชายฉกรรจ์ 3 คน ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านได้ใช้อาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนพกสั้นยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่าย เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆนานกว่า 10 นาที ร.ท.ปรีชา หัวหน้าชุดได้วิทยุประสานขอกำลังสนับสนุน กระทั่ง พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส และ พ.อ.พสิษฐ์ ชาญเลขา หน.ชุดปฏิบัติการณ์พิเศษร่วม จ.นราธิวาส ได้นำกำลังเข้าสนับสนุน และได้ประกาศให้ชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คนมอบตัวแต่โดยดี แต่กลับถูกนายมะซาเอ๊ะและพวก ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนทั้ง 2 ฝ่าย เปิดฉากยิงปะทะกันอีกละลอก นายมะซาเอ๊ะและพวกเห็นจวนตัว จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางและอาศัยความมืดพากันหลบหนีทางประตูหลังของบ้านพัก แต่นายมะซาเอ๊ะถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตห่างจากประตูหลังบ้านพักประมาณ 20 เมตร ส่วนลูกสมุนของนายมะซาเอ๊ะอีก 2 คน หลบหนีไปได้ ซึ่ง 1 ใน 2 คน ทราบชื่อนายฮัสมัน สามะแม็ง อายุ 36 ปี เนื่องจากทำบัตรประชาชนหล่นไว้ในที่เกิดเหตุ
ต่อมา พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 และ พนักงานสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพนายมะซาเอ๊ะ ถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่พรุนไปทั้งร่าง และใกล้กันมีอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 มม. ตกอยู่ข้างกาย 1 กระบอก พร้อมทั้งกระเป๋าคาดเอวที่ภายในบรรจุแม็กกาซีนของอาวุธปืนอาก้า 3 แม็กกาซีน ที่มีกระสุนปืนบรรจุอยู่ภายใน 50 นัด แม็กกาซีนของอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. 1 แม็กกาซีน ภายในบรรจุกระสุนปืน 15 นัด ลูกประคำ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เปลสนาม จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการตรวจค้นบ้านพัก และยึดรถ จยย. 4 คัน ซึ่งเป็นรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 2 คัน ทะเบียน กษร-501 นราธิวาส และทะเบียน กวม- 244 นราธิวาส และรถ จยย.ฮอนด้า ดรีม สีดำ ทะเบียน กรย-143 นราธิวาส และรถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีดำ ทะเบียน ขขต-371 นราธิวาส นำไปตรวจสอบว่ารถ จยย.คันใด นายมะซาเอ๊ะและพวกเคยนำไปใช้ก่อเหตุที่ใดบ้างพร้อมทั้งขยายผลว่ารถ จยย.ทั้ง 4 คันนี้ นายมะซาเอ๊ะ เตรียมนำมาใช้ประกอบระเบิดหรือไม่อย่างไร
สำหรับประวัติของนายมะซาเอ๊ะ หะยีดีเย๊าะลีย๊ะนั้น เป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีความมั่นคงในพื้นที่ อ.ระแงะ 6 คดี มีทั้งวางระเบิดและดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เริ่มการลงมือสร้างสถานการณ์ความไม่สงบตั้งแต่ปี 50 โดยในปี 50 ก่อคดี 1 คดี ในปี 51 ก่อคดี 2 คดี และในปี 52 ก่อคดี 3 คดี ด้วย
เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อมบ้านหลังดังกล่าว พร้อมทั้งได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ได้มีชายฉกรรจ์ 3 คน ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านได้ใช้อาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนพกสั้นยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่าย เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆนานกว่า 10 นาที ร.ท.ปรีชา หัวหน้าชุดได้วิทยุประสานขอกำลังสนับสนุน กระทั่ง พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส และ พ.อ.พสิษฐ์ ชาญเลขา หน.ชุดปฏิบัติการณ์พิเศษร่วม จ.นราธิวาส ได้นำกำลังเข้าสนับสนุน และได้ประกาศให้ชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คนมอบตัวแต่โดยดี แต่กลับถูกนายมะซาเอ๊ะและพวก ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนทั้ง 2 ฝ่าย เปิดฉากยิงปะทะกันอีกละลอก นายมะซาเอ๊ะและพวกเห็นจวนตัว จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางและอาศัยความมืดพากันหลบหนีทางประตูหลังของบ้านพัก แต่นายมะซาเอ๊ะถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตห่างจากประตูหลังบ้านพักประมาณ 20 เมตร ส่วนลูกสมุนของนายมะซาเอ๊ะอีก 2 คน หลบหนีไปได้ ซึ่ง 1 ใน 2 คน ทราบชื่อนายฮัสมัน สามะแม็ง อายุ 36 ปี เนื่องจากทำบัตรประชาชนหล่นไว้ในที่เกิดเหตุ
ต่อมา พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 และ พนักงานสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพนายมะซาเอ๊ะ ถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่พรุนไปทั้งร่าง และใกล้กันมีอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 มม. ตกอยู่ข้างกาย 1 กระบอก พร้อมทั้งกระเป๋าคาดเอวที่ภายในบรรจุแม็กกาซีนของอาวุธปืนอาก้า 3 แม็กกาซีน ที่มีกระสุนปืนบรรจุอยู่ภายใน 50 นัด แม็กกาซีนของอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. 1 แม็กกาซีน ภายในบรรจุกระสุนปืน 15 นัด ลูกประคำ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เปลสนาม จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการตรวจค้นบ้านพัก และยึดรถ จยย. 4 คัน ซึ่งเป็นรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 2 คัน ทะเบียน กษร-501 นราธิวาส และทะเบียน กวม- 244 นราธิวาส และรถ จยย.ฮอนด้า ดรีม สีดำ ทะเบียน กรย-143 นราธิวาส และรถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีดำ ทะเบียน ขขต-371 นราธิวาส นำไปตรวจสอบว่ารถ จยย.คันใด นายมะซาเอ๊ะและพวกเคยนำไปใช้ก่อเหตุที่ใดบ้างพร้อมทั้งขยายผลว่ารถ จยย.ทั้ง 4 คันนี้ นายมะซาเอ๊ะ เตรียมนำมาใช้ประกอบระเบิดหรือไม่อย่างไร
สำหรับประวัติของนายมะซาเอ๊ะ หะยีดีเย๊าะลีย๊ะนั้น เป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีความมั่นคงในพื้นที่ อ.ระแงะ 6 คดี มีทั้งวางระเบิดและดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เริ่มการลงมือสร้างสถานการณ์ความไม่สงบตั้งแต่ปี 50 โดยในปี 50 ก่อคดี 1 คดี ในปี 51 ก่อคดี 2 คดี และในปี 52 ก่อคดี 3 คดี ด้วย
ตร.เร่งล่าคนร้ายยิงเสี่ยค้ารถมือสอง
ตร.ได้เบาะแสคดียิงเสี่ยค้ารถมือสองดับคาร้านอาหาร สาเหตุมาจากขัดแย้งธุรกิจซื้อขายรถมือสอง ส่งมือปืนเจรจาไม่สำเร็จจึงถูกเก็บอย่างโหดเหี้ยม
จากกรณีกลุ่มคนร้ายเดินเข้ามายิงนายคเณศ เลิศไกร อายุ 48 ปี อาชีพซื้อขายรถยนต์มือสอง เสียชีวิตคาที่ต่อหน้าเพื่อนสาวที่มาด้วยภายในร้านอาหารไทย-อีสานชื่อ “ไฝทอง” สาขารามอินทรา ก่อนขึ้นรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนรามอินทรา สาเหตุมาจากการขัดแย้งธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสอง เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวไปนั้น
คืบหน้าเมื่อเวลาวันนี้ (2 มี.ค.) พ.ต.ท.สมศักดิ์ โปสัยะคุปต์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พอจะทราบถึงกลุ่มมือปืนรายนี้แล้ว ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนทราบว่าผู้ตายนั้นได้ขัดแย้งกับผู้ที่ขายรถคนหนึ่งถึงเรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์มือสอง แต่ผู้ที่ขายรถคนดังกล่าวไม่ได้มาด้วยและได้ส่งกลุ่มมือปืนกลุ่มนี้มาเจรจาแทน แต่เนื่องจากการเจรจาไม่ลงตัวจึงเป็นสาเหตุทำให้คนร้ายลงมือสังหารผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะหลบหนีไป ส่วนผู้หญิงที่มาด้วยกับผู้ตายนั้น จากการสอบสวนทราบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เพราะมีหน้าที่มานั่งเป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวผู้ตายเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่จึงได้ปล่อยตัวไป และขณะนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้างบิ๊กซี สาขารามอินทรา สามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ 1 คน ซึ่งจะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป.
คืบหน้าเมื่อเวลาวันนี้ (2 มี.ค.) พ.ต.ท.สมศักดิ์ โปสัยะคุปต์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พอจะทราบถึงกลุ่มมือปืนรายนี้แล้ว ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนทราบว่าผู้ตายนั้นได้ขัดแย้งกับผู้ที่ขายรถคนหนึ่งถึงเรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์มือสอง แต่ผู้ที่ขายรถคนดังกล่าวไม่ได้มาด้วยและได้ส่งกลุ่มมือปืนกลุ่มนี้มาเจรจาแทน แต่เนื่องจากการเจรจาไม่ลงตัวจึงเป็นสาเหตุทำให้คนร้ายลงมือสังหารผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะหลบหนีไป ส่วนผู้หญิงที่มาด้วยกับผู้ตายนั้น จากการสอบสวนทราบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เพราะมีหน้าที่มานั่งเป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวผู้ตายเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่จึงได้ปล่อยตัวไป และขณะนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้างบิ๊กซี สาขารามอินทรา สามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ 1 คน ซึ่งจะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป.















