ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – ลง Driver 300 บาท ซ่อมปกติเป็น 1000 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

หน้าแรก อสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ เปิด 4 เหตุผล อนันดาฯยังไปต่อ กับคอนโดติดรถไฟฟ้าในเมือง

 

อนันดาฯ เดินเกมรุกครึ่งปีหลัง ตอกย้ำผู้นำคอนโดติดรถไฟฟ้า ชู 4 เหตุผลหลัก “ทำเล–มาตรฐานญี่ปุ่น–พร้อมอยู่–บริการมั่นใจ”สร้างความเชื่อมั่นชีวิตเมืองยังไปต่อ

1. LOCATION – ทำเลที่ดีที่สุด ใจกลางชีวิตเมือง
หัวใจของการเลือกคอนโดมิเนียมไม่เคยเปลี่ยน คือ “ทำเล” และอนันดาฯ ยังคงยืนหยัดบนจุดแข็งนี้อย่างเหนียวแน่น ด้วยการเลือกพัฒนาโครงการติดรถไฟฟ้าในทุกเส้นทางหลักของกรุงเทพฯ เชื่อมต่อสะดวกทุกจุดหมาย ประหยัดเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต ให้คนเมืองได้ใช้เวลาในสิ่งที่รักอย่างเต็มที่ ทั้งยังเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว

2. JAPAN STANDARD – มาตรฐานญี่ปุ่น ยกระดับคุณภาพโครงการ
อนันดาฯ ร่วมมือกับพันธมิตรจากญี่ปุ่น พัฒนาระบบ “ATQPM” หรือ Ananda Total Quality Project Management เพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่รากฐานโครงสร้าง ไปจนถึงวัสดุและขั้นตอนก่อสร้างทุกจุด ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่นำระบบระดับโลกมาประยุกต์ใช้จริง สร้างความมั่นใจในระยะยาวให้กับลูกบ้าน และยกระดับมาตรฐานอสังหาฯ ไทยให้ทัดเทียมสากล
 3. READY TO LIVE – พร้อมอยู่ พร้อมใช้ชีวิต

หนึ่งในจุดขายที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นมากที่สุดคือ “พร้อมอยู่จริง” โครงการอนันดาฯ ทุกแห่งเปิดให้เยี่ยมชมยูนิตจริง บรรยากาศจริงก่อนตัดสินใจ ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าทุกพื้นที่ได้รับการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด พร้อมส่งมอบชีวิตใหม่ทันที ไม่ต้องรอ

4. ANANDA SURE – รับประกันคุณภาพ ชีวิตเมืองที่มั่นใจได้


อีกหนึ่งมาตรฐานที่ตอกย้ำความมั่นใจคือ “Ananda Sure” สัญลักษณ์คุณภาพ 3 มิติที่ประกอบด้วย

  • STRUCTURAL SAFETY: มั่นใจในรากฐานโครงสร้าง
  • QC PASSED: ผ่านการตรวจสอบคุณภาพทุกจุดก่อนส่งมอบ
  • SERVICE CARE+: บริการหลังการขาย พร้อมแก้ปัญหาภายใน 24 ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของอนันดาฯ ที่ไม่เพียงขายคอนโด แต่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ผ่านมาตรฐานที่วัดผลได้

แบรนด์ที่เข้าใจคนเมือง

ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เรามั่นใจว่าชีวิตเมืองยังคงเดินหน้าต่อไป ด้วยความต้องการที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองที่ยังสูง และยากขึ้นทุกวัน เราจึงให้ความสำคัญที่สุดกับการคัดสรรทำเลที่ดีที่สุด และสร้างโครงการที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย อนันดาฯ ยังคงยึดมั่นในแกนหลักของตนเอง ทั้งในเรื่องทำเล มาตรฐาน ความพร้อม และการดูแลลูกค้า 

Share:

กมธ.มั่นคง จ่อเรียก 'นายกฯ-มท.1-มาริษ' แจงปมคลิปฉาว 31 ก.ค.

 

  • คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐมีมติเตรียมออกหนังสือเรียก แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าชี้แจง
  • ประเด็นที่ต้องชี้แจงคือกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีกับฮุน เซน และสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา
  • กำหนดให้เข้าชี้แจงด้วยตนเองในการประชุมครั้งถัดไปของคณะกรรมาธิการฯ ในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
  • การเรียกครั้งใหม่เกิดขึ้นหลังจากที่ประชุมเห็นว่าผู้แทนที่หน่วยงานส่งมาก่อนหน้านี้ไม่มีอำนาจในการชี้แจงแทนได้

    เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุมในวันนี้ วาระพิจารณากรณีความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา และกรณีคลิปสนทนาของนายกรัฐมนตรี และฮุน เซน จากกรณีใช้อำนาจเรียกบุคคลให้มาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นต่อคณะกรรมาธิการฯ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของรัฐสภาคณะกรรมาธิการฯ กว่า 10 รายชื่อ ว่า ที่ประชุมมีมติให้บุคคลอื่นที่เข้าชี้แจงแทน ไม่มีอำนาจในการชี้แจงแทน จึงเหลือเพียง 3 หน่วยงานที่สามารถให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการฯ ได้ และหลังจากนี้ จะมีการออกหนังสือเรียกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มีการมาชี้แจงในการประชุมครั้งถัดไป วันที่ 31 ก.ค.นี้

    เมื่อถามถึงปฏิบัติการที่ฝ่ายกัมพูชาดูจะพุ่งเป้าไปในพื้นที่ชุมชนและพลเรือน นายรังสิมันต์ ระบุว่า เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม เราต้องเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่แค่เรื่องการมุ่งเป้าไปที่พลเรือน แต่รวมถึงการที่เขาใช้เขาพระวิหารเป็นเกราะกำบังด้วย สิ่งสำคัญในวันนี้ เราต้องทำให้นานาอารยประเทศทราบ ให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนในระยะยาว อาจจะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะมีมาตรการเยียวยาหรือการดำเนินการต่อไปอย่างไร เบื้องต้น ข้อมูลทั้งหมด ต้องเร็ว และมีการนำเสนออย่างชัดเจน เพื่อให้ประเทศอื่นได้เห็นในสิ่งที่เราเห็นเมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้แทนกัมพูชาประจำ UN ยื่นต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ขอให้นำกรณีการปะทะกันทางทหารและข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา บรรจุเป็นวาระ พร้อมระบุ ฝ่ายทหารไทยเป็นฝ่ายที่เริ่มยิงก่อน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ด้านหนึ่งเมื่อตนทราบว่า เขามีการเตรียมการไปยื่น ตนไม่ได้ตกใจ เพราะตนย้ำมาเสมอว่า สิ่งที่เขาต้องการ คือการใช้กลไกระหว่างประเทศในการเล่นงานเรา และการที่เขาจะบรรลุเป้าหมายได้ เขาต้องทำตัวเป็นเหยื่อ และต้องบอกว่าไทยรังแกโจมตีเขาก่อน ซึ่งมันไม่เป็นความจริง

    ดังนั้น เราจะพบว่า กรณีที่เกิดขึ้นปุ๊บ แล้วเขาพร้อมยื่นทันที ราวกับมีการเตรียมการในการยื่นเรื่องมาล่วงหน้าแล้วหลายวันหลายเดือน จากการที่กัมพูชามาด้วยท่าทีแบบนี้ เท่าที่ตนมีการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงทุกระดับ ทุกคนรู้ว่าฝ่ายกัมพูชาต้องการอะไร เล่นเกมแบบไหน แต่เราต้องยอมรับว่า เขาไม่ได้สนใจว่า ชีวิตมนุษย์ หรือชาวบ้านตามแนวชายแดนจะเป็นอย่างไร สิ่งที่เขาต้องการคือ เขาจะสามารถใช้กลไกในการดำเนินข้อพิพาทเรื่องนี้ ขึ้นสู่ศาลโลกได้หรือไม่ และทำให้ประเทศไทยเสียหายในสายตาประเทศอื่น

    และหากพูดกันตรงไปตรงมา ฮุน เซนอายุเยอะแล้ว เขาคงคิดว่านี่คือมรดกที่เขาอยากจะแสดงต่อทุกคน ให้เห็นว่าเขาเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง แต่บางทีหากเราทำเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน เราอาจจะเห็นทรราช ผ่านการกระทำของเหตุการณ์ในวันนี้ได้ ดังนั้น ประเทศไทยต้องรวบรวมข้อมูล ตนยืนยันว่า ไม่ใช่เราห้ามการตอบโต้ เราต้องตอบโต้ ปกป้องผืนแผ่นดินไทย แต่ด้วยวิธีการ เราต้องบรรลุเป้าหมายในการชนะภาพรวมทั้งหมด และต้องไม่ทำให้กัมพูชาได้ในสิ่งที่ต้องการ ทำให้โลกอยู่ข้างไทยไม่ใช่กัมพูชา

    เมื่อถามถึงการโจมตีทางโซเชียลมีเดีย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ต้องยอมรับว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญในการรับมือ คือเราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลข่าวสารที่เขามีปฏิบัติการออกมา คงต้องช่วยกัน รวมถึงเรื่องพิกัดต่างๆ ก็ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะเป็นห่วงว่าจะไปเปิดเผยพิกัด และทำให้เขาอาจจะมีการปรับในการยิงใหม่ กระทบถึงชีวิตของผู้ปฏิบัติในแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน หรือทหาร

Share:

'เสธ.เบิร์ด'ถามหามนุษยธรรม 'ฮุน มาเนต' หากยิงมายิงกลับไม่โกง

 

“เสธ.เบิร์ด” ถามหามนุษยธรรม “ฮุน มาเนต” ร่ำเรียนเมืองนอก แต่ทำร้ายผู้ บริสุทธิ์ ย้ำ เจรจาเรื่องรัฐบาล กองทัพพร้อมปฏิบัติ ลั่น ยิงมายิงกลับไม่โกง

28 ก.ค. พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับ กอ.รมน. กรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังออกรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง โดยมีประโยค ที่พูดถึงพลเอก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในลักษณะทหารถึงทหาร ว่า พลเอก ฮุน มาเนต ปัจจุบันถือหมวก 2 ใบ ใบหนึ่งความเป็นนายกรัฐมนตรี อีกใบเคยเป็นผู้บัญชาการทหารบกมาก่อน ตนคิดว่า หมวก 2 ใบนี้ ท่านเริ่มทิ้งความเป็นทหารไปแล้วใช่หรือไม่ แล้วมาถึงหมวกความเป็นนายกรัฐมนตรี คือนักการเมือง จึงไม่เห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ของผู้บริสุทธิ์ จึงได้ใช้อาวุธยิงระยะไกลทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ชาวไทย เหมือนกับการพรากชีวิตผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ไปจากครอบครัว 

“ความมีมนุษยธรรมของท่านหายไปไหน ในขณะที่ตัวเองไปร่ำเรียนต่างประเทศ เป็นโรงเรียนทางต่างประเทศที่มีชื่อเสียง สิ่งเหล่านั้นมันไม่ได้มีความเป็นมนุษยธรรมอยู่ในจิตใจของท่านเลยใช่หรือไม่ ถึงได้ทำปรากฏการณ์ที่โหดร้ายขนาดนี้ นี่คือสิ่งที่ผมตั้งคำถามถึงฮุน มาเนต ในฐานะความเป็นทหารด้วยกัน”

ส่วนที่วันนี้มีการประชุมหารือระหว่าง ผู้นำกัมพูชา และรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีของไทย ถ้ามีการหยุดยิงในทางปฏิบัติจะสามารถหยุดได้ทันที หรือต้องมีอะไรหรือไม่ พลตรี วันชนะ กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถคาดเดาผลการเจรจาได้ มันเกินกว่าการตัดสินใจ หรือการปฎิบัติเป็นของกองทัพ แต่เป็นเรื่องของผู้นำประเทศ หรือ รัฐต่อรัฐ ในการเจรจา  ส่วนการให้หยุดยิงหรือให้ระงับกำลังต่างๆ ตนคิดว่าเราก็พร้อมจะปฎิบัติทุกอย่างตามที่ฝ่ายรัฐบาลสั่งการ “ถ้าผลของการเจรจาออกมาอย่างไรก็พร้อมปฎิบัติตามนั้น แต่ตอนนี้กองทัพขอสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตัวเอง หมายความว่าถ้าจริงใจต่อกัน หยุดยิง 2 ฝ่าย ก็จบไป แต่ถ้าปากบอกว่าหยุดยิง แต่การปฎิบัติจริงยังคงยิงอยู่ นั่นก็หมายความว่าเราก็ไม่โกงเหมือนกัน ยิงมายิงกลับ ขอสงวนสิทธิ์ในการปกป้องตัวเอง”

ส่วนข่าวปลอมข่าวเท็จว่าใครใช้อาวุธทางเคมีโจมตี จะสื่อสารอย่างไรกับประชาชน พลตรี วันชนะ กล่าวว่า การแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่กล่าวคำเท็จเกินกว่า 90% ออกสู่สาธารณะ ออกสู่ประชาคมโลก มันเป็นการทำให้ความน่าเชื่อถือของประเทศของท่านน้อยลง สิ่งนี้ย้อนกลับไปหาตัวท่านเอง ส่วนการเสพข่าวของคนไทย ขอให้ตรวจสอบข่าวที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะจากสื่อมวลชน ตอนนี้มีระบบการตรวจสอบข่าวอยู่แล้ว ก็ลองตรวจสอบหลายๆแหล่ง แต่สิ่งใดก็ตามที่แถลงออกมาแล้วเป็นประโยชน์ของฝั่งกัมพูชา ก็ต้องมานั่งชั่งใจกันหน่อย 

Share:

“บิ๊กต่าย” สั่ง บช.น. เร่งคลี่ปมแรงจูงใจ เหตุกราดยิงในตลาด อ.ต.ก. เสียชีวิต 6 ศพ


เมื่อวันที่ 28 ก.ค. จากกรณีเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นบริเวณตลาด อ.ต.ก. ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 4 ราย แม่ค้า 1 ราย รวมทั้งผู้ก่อเหตุ รวมเสียชีวิต 6 ราย โดยหลังเกิดเหตุทราบว่า ชายผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตภายในพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลและแรงจูงใจในการก่อเหตุ



สลด! คนร้ายกราดยิงในตลาด อ.ต.ก. ก่อนยิงตัวตายหนีผิด ยอดเสียชีวิต 6 ศพ เจ็บ 2


ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนทุกมิติ รวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิด เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง เพื่อให้สามารถคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว โดยมอบหมายให้ บช.น. ดำเนินการให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนต่อไป


... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/4962499/

Share:

ผัวเมียโหด! ลวงเพื่อนเก่ามัดมือ-รัดคอ-จอบฟาด ร้องขอชีวิต! รอดหนีตายชาวบ้านช่วย..

 

สองผัวเมียโฉด จับเพื่อนเก่า เชือกมัดมือ รัดคอ ด้ามจอบฟาด ซ้อมสะบักสะบอม หนีตายขอชาวบ้านช่วย... เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 28 ก.ค. 68 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในสถานีน้ำมันภายในซอยเทพประสิทธิ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯ รีบไปตรวจสอบ



ที่เกิดเหตุภายในสถานีน้ำมัน พบผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อ นายนิติ มนต์ชัยธนภัทร อายุ 46 ปี อยู่ในสภาพบอบช้ำ เบ้าตาข้างขวาบวมเขียวช้ำ ศีรษะปูด ขาทั้งสองข้างถูกของแข็งทุบตี จนมีร่องรอยฟกช้ำ ที่ลำคอและข้อมือมีรอยถูกเชือกพันธนาการ จนเป็นรอยช้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงให้การปฐมพยาบาล ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรง


.. สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/4960926/

Share:

‘ช่องกร่าง-ศรีสะเกษ’ ทัพเขมรบุกหนัก ก่อนถูกยิงขับไล่ ทหารไทยพลีชีพ 1 นาย..

 


เฮลิคอปเตอร์บินลำเลียงทหารเจ็บจากพื้นที่ชายแดนมารักษา หลังเหตุปะทะทหารเขมร บริเวณ "ชายแดนช่องกร่าง" ระหว่างปราสาทตาควายกับปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก ภายหลังทหารไทยยิงขับไล่ ก่อนเขมรจะล่าถอยออกไป โดยมีทหารไทยพลีชีพ 1 นายเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา มีเฮลิคอปเตอร์บินมาส่งทหารไทยที่บาดเจ็บ หลังจากยิงต่อสู้กับทหารกัมพูชา ในพื้นที่ชายแดนด้าน อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ 1 นาย โดยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนาม ก่อนที่รถพยาบาลฉุกเฉิน รพ.ปราสาท จะมารับไปส่งรักษาด่วนที่โรงพยาบาลปราสาท...

Share:

ไทม์ไลน์ “พ่อค้าคลั่ง” กราดยิงตลาด อ.ต.ก. จ่อหัวแท็กซี่มาก่อเหตุ 5 ศพ สู่จุดจบตัวเอง.

 

สรุปไทม์ไลน์ "พ่อค้าคลั่ง" ก่อเหตุกราดยิงในตลาด อ.ต.ก. แค้นฝังใจมานาน สติแตกจ่อหัวแท็กซี่นั่งรถมาก่อเหตุ มุ่งเป้า รปภ. 4 ศพ ตามหาเมียตัวเองที่เป็นแม่ค้าไม่เจอ ยิงแม่ค้าดับอีก 1 ประชาชนเจ็บ 2 ก่อนยิงขมับตัวเองสู่จุดจบ.เมื่อวันที่ 28 ก.ค. จากกรณีคนร้ายกราดยิงภายในตลาดสดองค์การตลาดเพื่อการเกษตร หรือ ตลาดสด อ.ต.ก. จตุจักร กรุงเทพฯ ใกล้กับบริเวณจุดรับบริจาคของ (ชายแดนไทย-กัมพูชา) “กัน จอมพลัง” เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ รปภ. เสียชีวิต 4 ราย แม่ค้า 1 ราย และหลังก่อเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต รวมเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 6 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล


จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายน้อย ไปรแดน อายุ 61 ปี เคยเป็นพ่อค้าในตลาด อ.ต.ก. และเคยมีปัญหากับ รปภ. เรื่องที่จอดรถภายในตลาด ก่อนหน้านี้เคยถูกกรีดรถ โดยนายน้อย ผู้ก่อเหตุเชื่อว่า ทางรปภ. เป็นคนกรีดรถของตนเองจึงเกิดความแค้นจนมาก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริง


มีรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้มีการโบกรถแท็กซี่นั่งมาจาก SC PARK ถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยมีการเอาปืนจ่อหัวคนขับรถแท็กซี่และบังคับให้มาส่งยังปลายตลาดสด อ.ต.ก. โดยระหว่างเดินทางได้มีการบอกกับคนขับแท็กซี่ว่าจะมายิง รปภ. และพอลงจากรถแท็กซี่ก็ก่อเหตุดังกล่าวทันที ส่วนคนขับแท็กซี่ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำที่ สน.บางซื่อ



โดยคนร้ายเริ่มไล่ยิง รปภ. บริเวณทางเข้าตลาดก่อน 4 ราย จากนั้นเข้าไปด้านในแผงตลาดแล้วก่อเหตุยิงกระสุนหลายนัด โดยทางผู้ก่อเหตุมีความประสงค์จะเข้าไปหาภรรยาของตัวเองที่เป็นคนขายผลไม้อบแห้ง ชื่อร้าน “น้องแป้ว อ.ต.ก.” แต่เมื่อภรรยาได้ยินเสียงปืนหลายนัดจึงได้พยายามวิ่งหนีออกจากร้าน และหลบหนีออกจากผู้ก่อเหตุ


เมื่อหาภรรยาไม่พบ ผู้ก่อเหตุกลับไปก่อเหตุยิง “ป้าตู่“ ซึ่งเป็นแม่ค้าเจ้าของแผงผัก โดยที่ป้าตู่นั้นอยู่ระหว่างหลบหนีเข้าไปภายในแผงร้านขายของแห้ง แต่ผู้ก่อเหตุก็เข้าไปซัดกระสุนยิงจนเสียชีวิต จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินไปนั่งบนม้านั่งตรงข้ามกับแผงร้านของภรรยา “ร้านน้องแป้ว อ.ต.ก.” ตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับด้านขวาของตัวเอง



แม่ค้าแผงปลาสลิดแห้ง เล่าว่า เดิมทีผู้ก่อเหตุเป็นคนขายของอยู่ที่ร้าน ”น้องแป้ว อ.ต.ก.” กับภรรยา แต่ปรากฏว่ามีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับภรรยามาอย่างต่อเนื่อง มีปากเสียงกัน จนในช่วงสุดท้ายพบว่ามีเพียงภรรยามาที่แผงขายของทุกวันเท่านั้น แต่ผู้ก่อเหตุไม่ปรากฏตัวมานานหลายเดือนแล้วจนกระทั่งวันนี้ นอกจากนี้ แผงร้านขายของดังกล่าว ก็เป็นร้านเก่าแก่อยู่มานานแล้ว แต่ก่อนเป็นแผงขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีก็มีการปรับขนาดแผงร้านตัวเองลง


มีรายงานข่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกเหนือจากปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งมีปากเสียงกับภรรยา ยังปรากฏเรื่องปัญหาที่จอดรถภายในตลาดของพ่อค้าแม่ค้ากับ รปภ.ของตลาด เนื่องจากปกติแล้วพ่อค้าแม่ค้าจะมีที่จอดรถประจำของตัวเอง แต่มีรายงานผู้ก่อเหตุไม่พอใจเรื่องการกันที่จอดรถ มีการเอาที่จอดรถของผู้ก่อเหตุไปให้กับผู้อื่นจอดแทน และเข้าใจว่า รปภ.ได้มากรีดรถยนต์ของตนเองจึงสร้างความเคืองใจจนมาก่อเหตุดังกล่าว


ล่าสุด ส่วนฝ่ายประชาสัมพันธ์ของตลาด อ.ต.ก. ได้มีการประกาศเสียงตามสายว่า ตลาดจะมีการปิดให้บริการในวันที่ 29 ก.ค.68 เป็นเวลา 1 วัน


... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/4963018/

Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive