ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – ลง Driver 300 บาท ซ่อมปกติเป็น 1000 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

WEBSITE DESIGN TEL 095-954-4524

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ทลายรังแชร์ลูกโซ่โคราชเหยื่อ200รายแตกกระเจิง


วันนี้( 13 ต.ค.) พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชลาสินธุ์ ชลาลัย  ผกก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา นำกำลังบุกเข้าไปยังห้องประชุมภายในอาคารแพทตินั่ม ถนนสุระนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา หลังจากที่มีสายข่าวรายงานว่าเป็นแหล่งที่ใช้ในการนัดพบกันของแม่ข่ายและลูก ข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เครือข่ายบริษัท ดิจิตอลคราวน์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแชร์ลูกโซ่ขายตะเกียงน้ำมันหอมระเหยฉ้อโกงประชาชน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน บุกเข้าทำการจับกุมสำนักงานใหญ่เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา
โดยภายในห้องประชุมพบบรรดาแม่ข่าย ลูกข่าย รวมถึงผู้ที่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมขบวนการรายใหม่รวมกว่า 200 คน กำลังจับกลุ่มพูดคุยสัมมนาเพื่อเรียนรู้วิธีการดำเนินธุรกิจ พร้อมกับมีสินค้าตะเกียงน้ำมัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการประกาศแจ้งให้ทางผู้ที่อยู่ภายในห้องประชุมทราบ ว่า สำนักใหญ่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมและอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งถึงสิทธิผู้ที่อยู่ในห้องประชุมว่า เป็นผู้เสียหายถูกทางบริษัทล่อลวง และหากผู้เสียหายที่ต้องการเงินที่หลอกให้ซื้อสินค้าคืน ให้ไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าทีตำรวจที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ในวันที่ 15 ต.ค.ก่อนที่จะทำการตรวจยึดสินค้าทั้งหมดมาไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจังหวัดนครราชสีมา ได้นำหมายค้นศาลแขวงนครราชสีมา เลขที่ ค 139 / 2555 ลงวันที่ 13 ต.ค. เข้าตรวจค้น สำนักงานย่อย บ.ดิจิตอลคราวน์ โฮลดิ้ง จำกัด อาคารราชสีมาเซ็นเตอร์ ชั้น 2 เลขที่ 154/1 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ใช้เป็นสถานที่นัดพบของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ และเป็นสถานที่เก็บและจำหน่ายสินค้า โดยมีสินค้าส่วนหนึ่งถูกเก็บในตู้กระจกอย่างสวยงาม โดยจากการสังเกตในห้องประชุมดังกล่าวยังพบว่ามีป้ายประกาศห้ามถ่ายภาพ ห้ามใช้โทรศัพท์อย่างเด็ดขาด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดสินค้าไว้ตรวจสอบที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้านนางกรอาภา คุณาชนะ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกบริษัทดังกล่าวหลอกให้ลงทุน เปิดเผยว่า บริษัทดังกล่าวหลอกให้ลงทุนไปเกือบ 2 แสนบาท โดยสมัครเป็นค่าสมาชิก 1.2 หมื่นบาท แต่หากต้องการได้ผลตอบแทนสูงต้องลงทุนมาก จึงซื้อสินค้าไปเป็นเงินเกือบ 2 แสนบาท ซึ่งหลังจากที่ลงทุนไปประมาณ 3 เดือน ไม่พบว่าได้ผลตอบแทนตามที่คาดและรู้ว่าน่าจะเป็นขบวนการแชร์ลูกโซ่  จึงต้องการขอคืนสินค้าเพื่อให้ได้เงินคืนบางส่วนซึ่งได้ทำการติดต่อกับ บริษัทเมื่อ เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยในตอนแรกทางตัวแทนบริษัทได้นัดผลัดมาเรื่อย และมีนัดอีกครั้งว่าจะให้คืนในเดือนหน้า จากนั้นจึงมาเกิดเรื่องขึ้น จึงได้เดินทางมาตามเรื่องและเตรียมเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครราชสมีมา  เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวตามกฎหมาย โดยส่วนตนคิดว่าไม่น่าจะได้เงินคืนแล้ว แต่ก็อยากให้ผู้ที่กำลังทำธุรกิจร่วมกับบริษัทดังกล่าวได้รู้ตัวและเข้าแจ้ง ความเพิ่มเติมด้วย
   
Share:

โปลิศศรีสะเกษตั้งด่านคุมเข้มหวั่นข้าวเปลือกต่างประเทศสวมสิทธิไทย


วันนี้( 13 ต.ค.) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ   เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ภ.จว.ศรีสะเกษ ร่วมกันประกอบพิธีถวายสัตยาบรรณ และรับฟังสาร จาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องในวันตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ จากนั้น พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบก.ภ.จว.ศรีษะเกษ ได้มอบโล่ห์ประกาศเกียรติคุณ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6 นาย เพื่อเป็นเกียรติประวัติ และขวัญกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
จากนั้น พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ. ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดน ตั้งด่านสกัด และตรวจค้น ตามจุดตรวจเฝ้าระวังต่างๆ ป้องกันการลักลอบขนข้าวเปลือกจากต่างประเทศเข้ามา เพื่อนำมาสวมสิทธิ ในโครงการประกันราคาข้าว โดยกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจตามเส้นทางถนนสายหลัก และถนนสายรอง โดยเฉพาะทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24 และ 226 ตลอด 24 ชม. เนื่องจาก จ.ศรีสะเกษ มีพื้นที่ติดแนวชายแดน จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้าวเปลือกจากต่างประเทศ และเพื่อเป็นการสนองตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่.
Share:

โปลิศศรีสะเกษตั้งด่านคุมเข้มหวั่นข้าวเปลือกต่างประเทศสวมสิทธิไทย


วันนี้( 13 ต.ค.) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ   เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ภ.จว.ศรีสะเกษ ร่วมกันประกอบพิธีถวายสัตยาบรรณ และรับฟังสาร จาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องในวันตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ จากนั้น พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบก.ภ.จว.ศรีษะเกษ ได้มอบโล่ห์ประกาศเกียรติคุณ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6 นาย เพื่อเป็นเกียรติประวัติ และขวัญกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
จากนั้น พล.ต.ต.พงษ์วุฒิ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ. ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดน ตั้งด่านสกัด และตรวจค้น ตามจุดตรวจเฝ้าระวังต่างๆ ป้องกันการลักลอบขนข้าวเปลือกจากต่างประเทศเข้ามา เพื่อนำมาสวมสิทธิ ในโครงการประกันราคาข้าว โดยกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจตามเส้นทางถนนสายหลัก และถนนสายรอง โดยเฉพาะทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24 และ 226 ตลอด 24 ชม. เนื่องจาก จ.ศรีสะเกษ มีพื้นที่ติดแนวชายแดน จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้าวเปลือกจากต่างประเทศ และเพื่อเป็นการสนองตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่.
Share:

วันตำรวจจับ 4 ผู้ค้ายึดยาบ้า-ไอซ์อื้อ


วันนี้ ( 13 ต.ค.) พ.ต.อ.ชินวิ วิโยธนะภัทร์ รอง ผบก.สส.ภาค 5 สั่งการให้ พ.ต.ต.นพฤทธิ์ กันทา สว.กก.2 บก.สส.ภ.5 พร้อมชุดสืบสวน ไปประสานขอกำลังตำรวจจาก  พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย เนื่องจากสืบทราบว่า มีขบวนการค้ายาเสพติดเป็นเครือข่ายของผู้ต้องขังในเรือนจำกลาง จ.เชียงราย จึงทำการติดต่อล่อสั่งซื้อยาบ้าและยาไอซ์ทางโทรศัพท์มือถือจาก นายพีระนพ อเนกกิจสมบูรณ์ “หนู” ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในคดียาเสพอยู่ในเรือนจำกลางเชียงราย โดยตกลงซื้อขายยาบ้า-ยาไอซ์ เป็นเงิน 600,000บาท และนัดหมายมารับของที่บริเวณลานจอดรถของห้างบิ๊กซี เชียงราย
ต่อมา พบน.ส.จิราภา ผูกพัน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 803/3 ม.9 ต.ปุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ทะเบียน คพม 688 เชียงราย มาพบกับสายของตำรวจที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าสั่งซื้อยาบ้า พร้อมให้ผู้ซื้อขับรถติดตามไปถึงสี่แยกแม่กรณ์ ทางเข้าตัวเมืองเชียงราย ต่อมา น.ส.จิราภา จึงได้เดินไปที่รถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า สีเทา-ฟ้า ทะเบียน 4850 เชียงราย พร้อมหยิบถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่ภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 8,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 100 กรัม ให้กับสายของตำรวจ จึงถูกรวบตัวไว้

ต่อมาสามารถจับกุมตัว นายพงศ์ศักดิ์ ประมวล อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 1 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย และนายขจรศักดิ์ ประมวล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่บ้านเดียวกัน ทั้ง 2 เป็นพี่น้องกัน และขณะที่นั่งรออยู่ในรถยนต์ปิกอัพมิตซูบิชิคันที่นำยาเสพติดมาส่ง ให้การรับสารภาพว่ารับจ้างจาก นายจะทอ ปู่เหล็ก อายุ 38 ปี  อาชีพขายรถยนต์มือสอง อยู่บ้านเลขที่ 411 ม.13 บ้านห้วยทรายขาว ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ในราคา 10,000 บาท ให้มาส่งให้ลูกค้าที่สี่แยกแม่กรณ์  และถูกจับกุมได้เป็นคนที่ 4 และจะออกติดตามจับกุมนายพีระนพ ที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำมาเพิ่มข้อหา จากนั้น จึงนำ 4 ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง ร.ต.ต.สมัย ไทยทาน ร้อยเวร สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดี “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย เพื่อจำหน่าย”.
Share:

อดีตส.ส.กรุงเก่าพรรคเพื่อไทยยอมรับตบส.จ.จริง


จากกรณีที่  อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ก่อเหตุตบนายนวพร ผ่องวาสนา ส.จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างพิธีฌาปนกิจศพนายเกิน บุญเสริม  เหตุเกิดบนเมรุวัดลอดช่อง หมู่ 8 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นายนวพร ต้องเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเกิดความอับอาย เบื้องต้นตำรวจได้ส่งตัวนายนวพร ไปให้แพทย์ตรวจสอบร่องรอยถูกทำร้าย เพื่อที่จะเรียกตัวอดีต ส.ส.คนดังกล่าวมาดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
         
วันนี้( 13 ต.ค.) อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ที่ก่อเหตุ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อแจ้งกับตำรวจว่านายนวพรได้กล่าวพาดพิงถึงตนเองหลายครั้ง ว่าตนเองจะจ้างคนมายิงนายนวพร เนื่องจากความแค้นส่วนตัว ทำให้ต้องมาลงบันทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากหากนายนวพรเป็นอะไรไปยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ซึ่งจากการที่นายนวพรไปพูดตามสถานที่ต่างๆนั้นเอง ยอมรับว่าไม่พอใจ เมื่อพบนายนวพรจึงได้ตบไป 1 ครั้ง ซึ่งก็ยอมรับแบบลูกผู้ชาย แต่ไม่ได้โกรธเรื่องที่นายนวพร ลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.จ.แข่งกับภรรยา แต่อย่างใด เพราะนั่นเป็นเรื่องของการแข่งขัน  และไม่เคยข่มขู่นายนวพรแต่อย่างใด

ด้านนายนวพร เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุ ไปให้แพทย์ตรวจสอบร่างกาย จากนั้นก็ไปพบพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่าถูกอดีต ส.ส.ท่านนี้ทำร้ายต่อหน้าประชาชนทำให้เกิดความอับอาย ส่วนเรื่องที่คิดว่าอดีต ส.ส.ท่านนี้โกรธที่แค้นเพราะไปแข่งเลือกตั้งกับภรรยาของเขา เป็นความคิดของตนเอง เพราะไม่เคยมีเรื่องอื่น แต่เมื่อบอกว่าตนเองไปพูดตามสถานที่ต่างๆว่าอดีต ส.ส.ท่านนี้จะจ้างวานคนมาทำร้ายนั้น ไม่เคยพูด มีแต่ อดีตส.ส.มาถามแล้วก็ทำร้าย ทำให้งงมาก ซึ่งหลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน ร.ต.ท.สันติภาพ สุคนธ์ประดิษฐ์ พงส.(สบ.1) สภ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของคดีกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งทางผู้เสียหายได้พาจนท.ไปชี้จุดเกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นผู้เสียหายบอกว่ามีพยานเห็นจำนวนมาก ซึ่งตำรวจต้องสอบหาพยานก่อน จากนั้นก็จะออกหมายเรียกอดีต ส.ส.ท่านนี้มาสอบสวนรับทราบข้อกล่าวหา หากยอมรับก็อาจจะจบแค่ปรับ แต่หากไม่รับสารภาพก็ต้องดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
Share:

โจรใต้สุดเหี้ยมยิงเจ้าของสวนยางดับอนาถ


วันนี้( 13 ต.ค. ) พ.ต.ท.สมใจ สิงห์เกลี้ยง สารวัตรเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงภายในสวนยางพาราบ้านตอหลัง หมู่ 3 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จึงรีบไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบศพนอนจมกองเลือดอยู่ข้างรถจยย.ยามาฮ่า สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทราบชื่อคือ นายสมาแอ รอยี อายุ 58 ปี เจ้าของสวนยางพารา อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 1 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกไม่ทราบขนาด เข้าบริเวณท้ายทอยทะลุเบ้าตาซ้าย และแผ่นหลัง รวม 2 นัด จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสมาแอผู้ตาย ได้ขี่รถจยย.ออกจากบ้านพักตามลำพัง เพื่อไปกรีดยางพารา เมื่อกรีดยางพาราแล้วเสร็จจึงขี่รถกลับบ้านพัก มาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในสวนยางพารา แล้วเดินถือปืนออกมาขวางถนนในสวนยางพารา ก่อนใช้อาวุธปืนจ่อยิงใส่ 2 นัด จนเสียชีวิตคารถจยย.
Share:

โจรใต้กราดเอ็ม16ใส่อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดับคาที่


วันนี้(13 ต.ค.) ร.ต.ท.สัณฐิติ ทองจันทร์ พงส.(สบ 1) สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ไปตรวจสอบเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บ บนถนนในหมู่บ้านบาโงบือราแง หมู่ 2 ต.ตันหยงลิมอ  ในที่เกิดเหตุพบศพนอนจมกองเลือดในลักษณะถูกรถจยย.ฮอนด้า เวฟ สีบรอนซ์ ทะเบียน ขขต-475 นราธิวาส ทับร่างอยู่ ทราบชื่อนายเนือง ยอดแก้ว อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/1 หมู่ 2 ต.ตันหยงลิมอ และเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ถูกยิงด้วยปืนเอ็ม 16 เข้าหน้าอกและศีรษะ 3 นัด ส่วนคนเจ็บคือ นางแมะกาลือซง ราเซ็ง อายุ 44 ปี ถูกยิงด้วยปืนชนิดเดียวกันเข้าแขนขวา 1 นัด มีพลเมืองดีช่วยนำส่งรพ.ระแง ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ 7 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายขี่รถออกจากบ้านตามลำพังเพื่อไปเยี่ยมญาติ ระหว่างทางถูกคนร้าย 2 คนขี่รถจยย.ตามประกบยิงถล่มเสียชีวิต และกระสุนปืนพลาดไปถูกนางแมะกาลือซงซึ่งนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านได้รับบาดเจ็บ ไปด้วย คาดเป็นฝีมือกลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบสังหารผู้บริสุทธิ์รายวัน
Share:

จับ อบต.เอเยนต์ยาบ้าส่งขายวัยรุ่นอุดร


วันนี้ ( 13 ต.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รองผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.ศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายจิรภัทร หรือน้อย ร่วมพนาธรรม อายุ 40 ปีอยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 6 ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสันสลี ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี เลขที่ 490/2555 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2555 ในข้อหา"มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย"
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่มีมือดีโพสต์ภาพลงในเฟสบุ๊กเป็นภาพ ผู้ปกครองบังคับให้เด็กหญิงสาววัย 4 ขวบเสพยาเสพติด ภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ไปทั่วโลกทำให้มีการวิพากย์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนสอบสวนก็สามารถจับกุมตัวผู้ปกครองที่โพสต์ภาพ ดังกล่าวเป็นเด็กชายวัย 16 ปีที่ติดยาบ้า และให้หลานสาวทดลองสูบ ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการขยายผลถึงที่มาของยาเสพติดที่ระบาดหนักอยู่ใน จังหวัดอุดรธานี พบว่าเครือข่ายยาเสพติดรายย่อยในจังหวัด มีการสั่งยาเสพติดมาจากนายจิรภัทร หรือน้อย ร่มพนาธรรม ที่ทำการจัดส่งยาเสพติดมาให้ ทางเจ้าหน้าที่จึงขอหมายจับศาลและบุกเข้าจับกุมตัว
หลังการจับกุมนายจิรภัทร ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นคนส่งยาเสพติดเองโดยจะรับยามาจากนายทุน ที่ประเทศเพื่อนบ้านนำมาส่งรายย่อย โดยวิธีการส่งจะนำยาบ้ายัดไว้ในตัวของหม้อหุงข้าวซึ่งมีการรื้อเอาอุปกรณ์ ภายในออกแล้วทำเป็นที่เก็บยาบ้า และแพ๊กอย่างดีเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าส่งด้วยรถทัวร์ทำให้ตบตาเจ้าหน้าที่มาได้ หลายครั้ง
Share:

พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นชูวัดอรุณเป็นมรดกวัฒนธรรม


วันนี้ ( 11 ต.ค.) พระครูอรุณธรรมานุวัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม กล่าวว่า ตามที่มูลนิธิพิพิธภัณฑ์โทคุกาวา (Tokugawa Museum) ประเทศญี่ปุ่นได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1 ล้านเยน หรือประมาณ 4 แสนบาท เพื่อบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูป จำนวน 23 องค์ ภายในวัดอรุณฯ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 และทางดร.อรสุดา เจริญรัถ ผอ.กองโครงการสัมพันธ์ สำนักราชเลขาธิการ ได้เดินทางไปรับมอบเงินจำนวนดังกล่าวที่สถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ทางมูลนิธิพิพิธภัณฑ์โทคุกาวายังมีใบรับรองเป็นภาษาญี่ปุ่นใน การดำเนินการครั้งนี้ส่งมายังวัดอรุณฯด้วย โดยในใบรับรองดังกล่าวมีใจความสำคัญว่า ตามที่คณะกรรมการพิจารณาการให้ความช่วยเหลือในการซ่อมแซมมรดกทางวัฒนธรรมของ พิพิธภัณฑ์โทคุกาวาได้เสนอให้วัดอรุณฯเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรได้รับความ ช่วยเหลือเพื่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูประจำปี 2555 เนื่องจากเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรเก็บรักษาไว้นั้น ทางคณะกรรมการฯได้พิจารณาแล้วและมีมติที่จะให้ความช่วยเหลือดังกล่าว จึงขอรับรองว่าวัดอรุณฯเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่คณะกรรมการฯให้ความช่วยเหลือ เพื่อการซ่อมแซมและฟื้นฟู ลงนามโดย นายมาริมาสะ โทคุกาวา ผู้อำนวยการใหญ่ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์โทคุกาวา
พระครูอรุณธรรมานุวัตร กล่าวต่อไปว่า ใบรับรองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าวัดอรุณฯ มีศาสนสถานต่างๆ รวมทั้งพระพุทธรูปโบราณ ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้จำนวนมาก ถึงขนาดที่พิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศยังเห็นความสำคัญ ทั้งนี้ทางวัดอรุณฯ จะมีการจัดพิธีในการรับมอบใบรับรองดังกล่าว พร้อมทั้งรับมอบเงินที่ทางมูลนิธิพิพิธภัณฑ์โทคุกาวามอบมาให้ในวันที่ 14 ต.ค. นี้ เวลา 10.00น. ที่บริเวณโบสถ์น้อย วัดอรุณฯ ซึ่งในวันดังกล่าวจะมีนพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี มาเป็นประธานในพิธีรับมอบด้วย
Share:

คนร้ายบุกเดี่ยวถือปืนจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่นฯกลางเมืองเชียงใหม่ รับวันตำรวจ

วันนี้ ( 13 ต.ค. ) ร.ต.ท.จีรศักดิ์ นาคำ ร้อยเวร สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์พนักงานร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น สาขาศรีปิงเมือง ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังได้รับแจ้ง ไปตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบกับนางสาวกษิรา  ซ่อนทรัพย์อนันต์ อายุ 30 ปี พนักงานในร้านยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่

จากการสอบถามนางสาวกษิรา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้อยู่ที่หน้าร้านเพียงคนเดียว ส่วนอีกคนซึ่งเป็นผู้ชายกำลังเช็คของอยู่ด้านหลังร้าน ซึ่งต่อมานั้นได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน อายุประมาณ 20 – 25 ปี ลักษณะการแต่งกายสวมเสื้อคุลมลายพรางทหาร กางเกงขายาว สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า และในมือขวาถืออาวุธปืน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นขนาดอะไร ชนิดอะไร เดินเข้ามาและใช้อาวุธปืนชี้มาที่ตนซึ่งยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์ แล้วบังคับให้เปิดช่องเก็บเงินและเอาเงินออกมาให้ ซึ่งขณะนั้นตนไม่กล้าโวยวายและเรียกเพื่อนที่อยู่หลังร้านออกมาช่วย เพราะเกรงว่าจะถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง จึงได้จำใจเปิดช่องเก็บเงินตามที่คนร้ายบอก ซึ่งมีเงินสดประมาณ 700–800 บาท เมื่อได้เงินไปแล้ว คนร้ายรีบเดินออกจากร้านไปด้วยความใจเย็น ก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านหลบหนีไป จึงได้รีบตะโกนบอกเพื่อนที่อยู่หลังร้านให้ออกมา และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบดังกล่าว ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางร้าน ก็พบว่าคนร้ายใช้เวลาลงมือประมาณ 2 นาที ก่อนจะหลบหนีไป

หลังการสอบสวนแล้วในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ขอเทปวงจรปิดดังกล่าวมาใช้เป็นหลักฐาน และการกระทำของคนร้ายรายนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก เพราะได้ก่อเหตุในช่วงใกล้เช้า ที่ถือเป็นวันตำรวจด้วย ซึ่งคนร้ายอาจคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะยุ่งและเตรียมการจัดงานในวันสำคัญเนื่องในวันตำรวจอยู่ จึงได้มาก่อเหตุดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ภาพวงจรปิดที่ได้มา ยังไม่สามารถที่จะระบุตัวคนร้ายได้ชัดเจน เนื่องจากเป็นภาพมุมสูง อีกทั้งคนร้ายได้สวมหมวกกันน็อกด้วย ซึ่งจะได้ประสานไปยังบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุว่าที่ใดมีกล้องวงจรปิดบ้าง เพื่อจะได้นำมาประกอบกัน และใช้เป็นหลักฐานติดตามหาคนร้ายที่ก่อเหตุเย้ยกฎหมายในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive