การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 หรือ COP 30 จะจัดขึ้นที่เมืองเบเลม (Belém) ประเทศบราซิล ในระหว่าง 10 - 21 พฤศจิกายน 2025 กลายเป็นที่จับตาอีกครั้ง
- ปีนี้บราซิลในฐานะเจ้าภาพจะใช้เวทีปีนี้เปิดตัวโครงการ Tropical Forest Forever Facility (TFFF) โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผลตอบแทนแก่ประเทศกำลังพัฒนาถึง 74 ประเทศ ที่สามารถรักษาป่าเก่าแก่ไว้ได้
- ขณะที่อีกด้านหนึ่ง บิล เกตส์ (Bill Gates) นักธุรกิจชาวอเมริกัน และหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ออกมาให้ความเห็นต่อการประชุม COP30 ในการประชุม COP30 ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะผู้นำบราซิลในการประชุมสุดยอดครั้งนี้กำลังให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศและการพัฒนามนุษย์เป็นอันดับต้นๆ
( 1 min read )
ในวันที่โลกเข้าสู่ภาวะโลกเดือดตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าโลกยังต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต
การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 หรือ COP 30 จะจัดขึ้นที่เมืองเบเลม (Belém) ประเทศบราซิล ในระหว่าง 10 - 21 พฤศจิกายน 2025 กลายเป็นที่จับตาอีกครั้ง
ในครั้งนี้เวทีการประชุมสิ่งแวดล้อมระดับโลกนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงเช่นเดิมถึงเรื่องอนาคตสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่ต้องเดินไปพร้อมกัน ปีนี้บราซิลในฐานะเจ้าภาพจะใช้เวทีปีนี้เปิดตัวโครงการ Tropical Forest Forever Facility (TFFF) โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผลตอบแทนแก่ประเทศกำลังพัฒนาถึง 74 ประเทศ ที่สามารถรักษาป่าเก่าแก่ไว้ได้
โครงการ TFFF ตั้งเป้าระดมทุนและลงทุนรวม 125,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะมาจากการบริจาคของรัฐบาลและองค์กรการกุศลเริ่มต้นที่ 25,000 ล้านดอลลาร์และดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนอีก 100,000 ล้านดอลลาร์
แม้ TFFF จะเป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดูน่าจูงใจ แต่ในอีกด้านการการลงทุนด้านนี้กลับมีข้อกังวลว่าจะมีความเสี่ยงทางการเงิน เนื่องจากการจ่ายค่าตอบแทนของการรักษาป่าไม้ให้กับประเทศต่างๆ จะขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นด้วย ซึ่งมีความผันผวนและไม่แน่นอน หากตลาดหุ้นตกก็มีความเป็นไปได้ว่านักลงทุนเอกชนต้องปกป้องผลประโยชน์ของตนเองก่อนและการจ่ายเงินค่าตอบแทนการรักษาป่าไม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ตัดออกอย่างแรก
จากการประชุมครั้งที่ผ่านๆ มาสร้างความผิดหวังให้กับกลุ่มประเทศที่ตื่นตัวต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก เช่น ในการประชุมบางครั้งถูกวิจารณ์ว่ามีอิทธิพลจากกลุ่มอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลมากเกินไปและทำให้ประเด็นการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลถูกละเลยมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญคือเป้าหมายการลงทุนเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาถูกวิจารณ์ว่าประเทศพัฒนาแล้วมีข้อตกลงในการระดมทุนให้น้อยเกินไป เช่น ข้อตกลงล่าสุดมีการระดมทุน 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าที่ต้องการจริงที่สูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง บิล เกตส์ (Bill Gates) นักธุรกิจชาวอเมริกัน และหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ออกมาให้ความเห็นต่อการประชุม COP30 ในเว็บไซต์ของเขาที่ชื่อ gatesnotes.com เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2025 ว่า ปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเกินไปและทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรในส่วนนี้มากจนดึงทรัพยากรไปจากเป้าหมายอื่นที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดโลกร้อนมากกว่า
บิล เกตส์มองว่าตอนนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะเปลี่ยนมุมมองและปรับกลยุทธ์ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในการประชุม COP30 ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะผู้นำบราซิลในการประชุมสุดยอดครั้งนี้กำลังให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศและการพัฒนามนุษย์เป็นอันดับต้นๆ
การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะหันกลับมาให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดที่ควรมีความสำคัญมากกว่าการปล่อยมลพิษและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ซึ่งนั่นคือ ‘การพัฒนาคุณภาพชีวิตคน’
“เป้าหมายหลักของเราควรเป็นการป้องกันความทุกข์ยากของผู้คน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสภาวะที่ยากลำบากที่สุดหรือในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก”
“สำหรับคนส่วนใหญ่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อชีวิตและสวัสดิภาพของพวกเขา แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือความยากจนและโรคภัยไข้เจ็บ เช่นเดียวกับในอดีต การเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้เราสามารถมุ่งเน้นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดของเราไปยังกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุด” บิล เกตส์ กล่าว
บิล เกตส์ยังเรียกร้องให้ทุกคนในการประชุม COP30 ตั้งคำถามว่าเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเงินสำหรับช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและเงินที่จัดสรรไว้สำหรับสภาพภูมิอากาศถูกนำไปใช้อย่างถูกวิธีหรือไม่ ซึ่งบิล เกตส์ตอบคำถามนี้เองว่า ‘ไม่’
แม้ บิล เกตส์ จะถูกตั้งคำถามถึงธุรกิจของตัวเองที่สร้างคาร์บอนฟุตพรินต์จำนวนมหาศาลและผู้สนับสนุนเรื่องสภาพภูมิอากาศบางคนอาจไม่เห็นด้วยกับเขา แต่มหาเศรษฐีไมโครซอฟท์ยืนยันว่าชดเชยการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ด้วยคาร์บอนเครดิตถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งกลไกคาร์บอนเครดิตยังคงถูกตั้งคำถามว่าไม่ยั่งยืนและเป็นช่องทางทำให้เกิดการฟอกเขียว ข้อถกเถียงของบิล เกตส์จึงถูกตั้งข้อสงสัยเช่นกัน
แม้บิล เกตส์จะยืนยันแนวคิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาสำคัญและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขควบคู่ไปกับปัญหาอื่นๆ เช่น โรคมาลาเรียและภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งการลดอุณหภูมิลงทุกๆ 1 ใน 10 องศาจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะสภาพภูมิอากาศที่คงที่จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้นได้ง่ายขึ้น







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น