โสกราตีส: และมันไม่จริงหรือที่ตัวเขียนบนกำแพงที่เดลฟีคือสิ่งที่ข้ากำลังพูดอยู่
อัลคิไบอาเดส: ท่านหมายความว่าอย่างไร?
โสกราตีส: เหมือนกับว่าตัวอักขระ ‘จงรู้จักตนเอง’ คือหนึ่งในคำแนะนำที่เทพเจ้ามอบให้กับเรา กล่าวแก่พวกเราว่า ‘จงรู้จักตัวเอง’ ราวกับกล่าวกับเราว่า ‘จงควบคุมตนเอง’
เพลโต เป็นนักปรัชญาที่พยายามสอดแทรกแนวคิดของตนเองเข้าไปอยู่ภายใต้ตัวละครผู้เป็นอาจารย์ของเขาเอง คือ โสกราตีส (Socrates) คำว่า Know Thyself (γνῶθι σεαυτόν) หรือจงรู้จักตนเองเป็นคำพูดที่ลึกลับและไม่สามารถหาที่มาได้ แต่อยู่คู่กับอารยธรรมมนุษย์มาหลายพันปีจากคำถามเชิงปรัชญาสู่คำถามเชิงจิตวิทยา
เป็นที่ถกเถียงกันว่า Know Thyself น่าจะเป็นหนึ่งอักขระที่จารึกอยู่ในวิหารเทพอะพอลโลที่เมืองเดลฟี (Temple of Apollo at Delphi) โดยไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อให้เราขบคิดกับตนเอง แต่มีไว้เพื่อเป็นคำเตือนจากเทพเจ้าในการ รู้จักประมาณตน เนื่องจากผู้ที่เข้าไปกราบไหว้ในวิหารล้วนเป็นมนุษย์ที่ต้องหัดสำรวม ประมาณตน ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์
แต่แล้วคำพูดนี้ก็ถูกนำมาใช้โดย เพลโต ในงานเขียนปรัชญาเชิงสนทนาหลายเล่มตั้งแต่ Charmides, Phaedrus, Protagoras และ Alcibiades I โดยตีความหมายให้กลายเป็นการสำรวจทางจิตใจและปัญญา เช่น เราไม่สามารถปกครองใครได้หากเราไม่รู้จักจิตวิญญาณของตัวเอง, การรู้จักตนเองป็นเหมือนกับการควบคุมตนเอง, การสำรวจจิตใจนั้นสำคัญกว่าการศึกษานิทานปรัมปรา เป็นต้น
Know Thyself ถูกนำมาใช้ตลอดในประวัติศาสตร์ปรัชญา ชาวสโตอิก (The Stoics) อย่างเอพิเททัส (Epictetus) และมาร์คัส ออเรลีอุส (Marcus Aurelius) ใช้คำพูดนี้ในการเน้นย้ำถึงการทำความเข้าใจสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ และไม่ได้ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำให้จิตใจเราแข็งแกร่ง และสามารถอยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน
ในช่วงต้นคริสตกาล นักเทววิทยาและนักปรัชญายุคกลาง เซนต์ออกุสตีน (Saint Augustine) เสนอว่าเราต้องรู้จักตัวเองเพื่อรู้จักพระเจ้า พวกมนุษย์ล้วนเป็นภาพแทนของพระเจ้า การมองเข้าภายในคือหนทางในการทำความเข้าใจวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกันในยุคศิลปวิทยาการ หรือเรเนอซองส์ (Renaissance) กลับมองว่า Know Thyself คือคำพูดเพื่อดึงความเป็นมนุษย์ให้ออกจากศาสนา และสรรเสริญศักยภาพและความฉลาดของมนุษย์แทน
จะเห็นว่า Know Thyself เป็นคำพูดที่ถูกนำมาตีความหลายอย่างในอารยธรรมตะวันตก นักปรัชญาล้วนคิดว่ามันคือคำถามแรกเริ่มที่นำไปสู่ความรู้ทุกอย่างบนโลก ไม่ว่าเราจะศึกษาสิ่งใด เราควรรู้จักตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก และภายหลังถูกนำมาใช้โดยนักจิตวิทยาอย่าง ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) และคาร์ล ยุง (Carl Jung) ในการสร้างกรอบการศึกษาในการสำรวจจิตใต้สำนึก ความต้องการที่ซุกซ่อน รวมถึง อีโก้ (ego) หรือศูนย์กลางของจิตสำนึก
ทำไม Know Thyself ถึงสำคัญในโลกยุคนี้?
เพราะการเข้าใจตนเองคือการสร้างความแตกต่างในการเป็นเจ้าของชีวิตเอง ไม่ใช่ตัวตนที่ถูกเขียนขึ้นโดยคนอื่น
โลกยุคนี้เต็มไปด้วยความรวดเร็ว ข่าวสาร และที่สำคัญคือนิยามการมีคุณค่าในตัวเองผันไปตามกระแสของโซเชียลมีเดีย การที่เราไม่รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง จะทำให้เราหันไปหยิบใช้ หรือเดินบนเส้นทางของคนอื่นที่เราเชื่อว่าจะทำให้ตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น ทั้งๆ ที่เราสามารถมีคุณค่าจากสิ่งที่เราเริ่มคิดหรือทำเองได้ นอกจากนี้ การรู้จักตัวเองคือการสร้างภูมิต้านทานต่ออิทธิพลทางความคิดอื่นๆ ที่ไหลเวียนบนโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นความคิดทางการเมือง หรือความคิดที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเราสามารถเอาชนะ Choice Paralysis หรือภาวะค้างเติ่งจากการต้องตัดสินใจเลือก คนรุ่นใหม่นั้นมีอิสระกับการเลือกมากกว่าเจนก่อนๆ ที่ทางเลือกชีวิตถูกปรับตามสภาพแวดล้อม ภูมิศาสตร์ ครอบครัว และค่านิยมในสังคม แต่บนอิสรภาพในการเลือกนี้ก็สามารถสร้างความยากในการเลือกเส้นทางเดินของตัวเอง ดังนั้น การรู้จักตัวเอง การที่เราเข้าใจสิ่งที่ตัวเองต้องการ สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆ จะกลายเป็นเข็มทิศที่สำคัญในการใช้ชีวิต เราไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่อง Fear of Missing Out หรือหลุดกระแส เพราะเราเข้าใจว่าเราต้องการอะไรอย่างแท้จริง
The School of Life สำนักจิตบำบัดที่ร่วมก่อตั้งโดย เอเลน เดอ โบตอง (Alain de Botton) มีการยึดเรื่อง Know Thyself เป็นสำคัญในการสร้างคำถามเชิงจิตบำบัด เพราะสิ่งที่ดีที่สุดในการบำบัดจิตใจเราคือการรู้จักตัวเองเป็นอันดับแรก และเจตจำนงในการอยากให้ตัวเองดีขึ้น เขาได้ตั้งคำถามสำหรับถามตัวเองว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่ ณ ตอนนี้เป็นผลพวงจากอะไร และอะไรคือปัจจัยสำคัญ เช่น
เรารู้สึกอย่างไรกับบ้านในวัยเด็ก?
อะไรคือสิ่งแรกที่เรารู้สึกว่าเราไม่สามารถทำได้ในครอบครัว?
เรากำลังอิจฉาใคร?
หากเงินไม่ใช่สิ่งของ ปัญหาแบบไหนที่เราอยากช่วยแก้ให้คนอื่น?
เรากำลังกังวลกับอะไรอยู่?
คำถามเหล่านี้อาจฟังดูพื้นฐานในทีแรกที่ได้อ่านหรือได้ยิน แต่เมื่อเราครุ่นคิดอยู่กับคำถามเหล่านี้อย่างจริงจัง เราจะพบกับการตระหนักรู้อะไรบางอย่าง ซึ่งนำมาสู่การสร้างบทสนทนากับตัวเองว่า สิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราเชื่อ และสิ่งที่เราเป็น เกิดมาจากอะไร เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเองเพื่อที่การใช้ชีวิตของเราจะไม่หลักลอยอีกต่อไป
เพราะฉะนั้นแล้ว เราอาจเรียกได้ว่า Know Thyself คือคำพูดสำคัญราวกับคาถาเอาชีวิตรอดในโลกที่วุ่นวาย หรือเกราะกำบังเสียงรบกวนภายนอกที่มีประสิทธิภาพ หากใครที่กำลังวิตกหรือไม่มั่นใจกับตัวเอง เราอยากให้ทุกคนหันมาพูดคุยกับตัวเองมากขึ้น เพื่อ ‘Know Thyself’ เข้าใจตัวคุณเองอย่างถ่องแท้
อ้างอิง:







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น