- โลกที่ผันผวนทำให้มนุษย์มองหาการควบคุมผ่านคอนเทนต์ 'How-to' แต่การยึดติดมากไปอาจนำไปสู่ 'ภาพลวงตาของการควบคุม'
- 'ภาพลวงตาของการควบคุม' คือความเชื่อผิดๆ ว่าเราควบคุมสถานการณ์ได้สูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งนำไปสู่ความวิตกกังวลและความเครียด
- การผูกความสุขและสวัสดิภาพของเราไว้กับปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ จะยิ่งเพิ่มความทุกข์และลดทอนพลังงาน
- การยอมรับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้และไม่ต่อต้านความจริงจะช่วยลดความทุกข์ สร้างความสงบ และทำให้มีสติก้าวต่อไปได้
( 1 min read )
ปัญหาเศรษฐกิจ สงคราม การเมือง การเข้ามาของเอไอ ไปจนถึงความวุ่นวายรายวัน เหล่านี้ล้วนตอกย้ำความจริงที่ว่า เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่สั่นไหว และยากจะควบคุม
เมื่อเผชิญกับความสั่นคลอน มนุษย์จึงตอบสนองด้วยการมองหาวิธีรับมือ ไม่ว่าจะเป็นคู่มือเอาตัวรอด หรือวิธีเยียวยาจิตใจ ยิ่งโลกผันผวน หลายคนอาจยิ่งเสพติดคอนเทนต์ประเภท ‘How-to’ มากขึ้น จนอาจจมดิ่งไปกับมัน เพราะสิ่งนี้มอบความสบายใจให้เราเชื่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่สับสน อย่างน้อยเราก็ยังควบคุม หรือมีอะไรที่ชี้นำเราได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม โลกไม่ได้ทำงานตามสูตรสำเร็จแบบในคู่มือ เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุมของเราโดยสิ้นเชิงนั้นมีมากมาย ทำให้บางครั้งการพยายามบีบบังคับชีวิตให้เข้ากรอบ How-to เพื่อสู้กับความไม่แน่นอนของโลก จึงอาจเป็นการแบกรับความเครียดที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
เพราะการยึดติดกับวิธีการเอาตัวรอดตามคู่มือมากเกินไป อาจทำให้เราเข้าไปติดกับดักทางความคิดอย่าง ‘ภาพลวงตาของการควบคุม’ (Illusion of Control) หรือสภาวะอคติทางความคิด ที่มนุษย์มักจะประเมินความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ของตนเองสูงเกินความเป็นจริง
สิ่งนี้ถูกมองว่าเป็นความสับสนในเรื่องเหตุและผลที่หลอกให้เรารู้สึกว่า การกระทำของเราสามารถส่งผลหรือเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของเหตุการณ์ได้ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว บางสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ หรือหลายครั้งคือความบังเอิญ
อย่างไรก็ตามแม้ความรู้สึกว่าตนเองควบคุมได้จะช่วยให้มนุษย์รู้สึกสบายใจ แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งนี้ก็นำไปสู่ความมั่นใจที่มากเกินเหตุ จนอาจเป็นต้นตอให้คนเราเข้าข้างตัวเองจนประเมินสถานการณ์ผิดพลาดได้ หรืออาจนำไปสู่การกล้าตัดสินใจทำบางสิ่งที่มีความเสี่ยงสูง
ที่สำคัญคือ ภาพลวงตานี้มักนำพาความวิตกกังวลตามมา ซึ่งพฤติกรรมที่อยากจะควบคุมทุกสิ่งนั้น มีรากฐานมาจากความรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะลึก ๆ แล้วจิตใต้สำนึกมักหลอกให้เราเชื่อว่า ถ้าเราสามารถจัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามที่คาดหวังได้ เราก็จะปลอดภัย
ทว่าความย้อนแย้งก็คือ การคิดเช่นนั้นเท่ากับการนำความสุขและสวัสดิภาพของตัวเอง ไปผูกติดกับปัจจัยภายนอกที่เราไม่มีอำนาจจัดการได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความคิดของผู้อื่น ภัยธรรมชาติ หรือวิกฤติระดับโลก ดังนั้น ยิ่งเราดิ้นรนทุ่มเทที่จะบงการโลกให้เข้าที่เข้าทางมากเท่าไร สิ่งที่เราได้รับกลับมาจึงไม่ใช่การควบคุม ทว่าเป็นเพียงความเครียดที่พุ่งสูงขึ้น เมื่อพบว่าท้ายที่สุดแล้ว หลายสิ่งรอบตัวก็ไม่ได้เป็นไปดั่งใจหวังเลย
ซึ่งที่จริงแล้ว เราอาจเพียงต้องเตรียมพร้อม และยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นเท่านั้น เพราะความทุกข์ทรมานทางใจของคนเรา เกิดขึ้นจากการที่เราไม่ยอมรับว่าสถานการณ์บางอย่างอยู่เหนือการควบคุม ยอมรับชีวิตตามเงื่อนไขของความเป็นจริง และไม่ต่อต้านในสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้ จำนน หรือยอมรับสภาพกับสถานการณ์ที่เลวร้าย แต่เป็นการยอมรับตามจริงเพื่อแยกให้ออกว่าอะไรคือสิ่งที่เราควบคุมได้ และอะไรคือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เมื่อเราหยุดต่อต้านความจริงที่เกิดขึ้น เราจะสามารถลดการสูญเสียพลังงานให้กับอารมณ์โกรธ หงุดหงิด หรือความกังวลก็อาจลดลงได้ เหล่านี้จะช่วยให้เรามีสติและมองเห็นหนทางก้าวเดินต่อไปได้แม้โลกจะสั่นไหวอย่างไรก็ตาม
อ้างอิง:







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น