ในสังคมปัจจุบัน ความตายได้กลายเป็นเรื่องต้องห้ามที่ผู้คนพยายามเบือนหน้าหนีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเราต่างสูญเสียถ้อยคำที่จะใช้บรรยายถึงมันตรงๆ และหันไปพึ่งพาคำสละสลวยเพื่อหลีกเลี่ยงความจริง เมื่อรู้ตัวอีกที เราก็กลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกระบวนการธรรมชาติที่ครั้งหนึ่งมนุษย์เคยคุ้นเคย
"ห้วงเวลาสุดท้ายของชีวิตอยู่ตรงนี้" (With the End in Mind) โดยคุณหมอแคทริน แมนนิกซ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองมากว่า 30 ปี จึงเป็นคู่มือที่ช่วยให้เรากลับมาทำความเข้าใจ "ความตาย" ในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิต เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสง่างาม
ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า การตายตามธรรมชาติมีรูปแบบที่คาดการณ์ได้และมักจะสงบกว่าที่คิด กระบวนการมักเริ่มจากการที่ร่างกายเหนื่อยล้ามากขึ้น ต้องการนอนหลับมากขึ้น และตื่นอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ป่วยจะเข้าสู่สภาวะไม่รู้สึกตัวหรือโคม่า ซึ่งไม่ใช่การหลับธรรมดาแต่เป็นการที่สมองค่อย ๆ หยุดทำงานจนผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าหมดสติไป ในระยะสุดท้าย ลมหายใจจะเปลี่ยนไป บางครั้งลึกและช้า บางครั้งตื้นและเร็ว จนในที่สุดจะหยุดไปอย่างแผ่วเบาโดยไม่มีความเจ็บปวดจู่โจมในเฮือกสุดท้าย
หากแต่มนุษย์มีวิธีการรับมือกับข่าวร้ายและภาระทางอารมณ์แตกต่างกันไปตามบุคลิกภาพ หนังสือถ่ายทอดเรื่องราวของ เอริก ครูใหญ่ผู้พยายามควบคุมทุกอย่างแม้กระทั่งเวลาตายของตนเอง แต่สุดท้ายเขาก็พบว่าการเปิดใจรับความจริงช่วยให้เขาใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายได้อย่างมีค่า
หรือกรณีของ “แซลลี่” ที่เลือกใช้การปฏิเสธความจริง เป็นเกราะป้องกันความทุกข์ใจ ซึ่งในบางกรณี การคงความหวังของผู้ป่วยไว้ก็เป็นสิ่งที่ครอบครัวและทีมแพทย์ต้องเคารพเพื่อให้ผู้ป่วยมีความสงบในวาระสุดท้าย
หนังสือเน้นย้ำถึง ความสำคัญของการใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา แทนที่จะใช้คำสละสลวยเพื่อเลี่ยงความจริง เช่นการใช้คำว่า "ตาย" อย่างเรียบง่ายเพื่อให้เกิดความชัดเจน การพยายาม "ปกป้อง" คนรักด้วยการไม่พูดความจริงมักจะนำไปสู่ความโดดเดี่ยวและเสียดายภายหลัง
บทเรียนสำคัญจากหนังสือเล่มนี้คือ เวลาที่จำกัดคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า การตระหนักว่าชีวิตลดน้อยถอยลงในทุกวันช่วยให้เราเห็นความงามในสิ่งธรรมดาสามัญได้ชัดเจนขึ้น แง่คิดที่ควรนำมาปรับใช้ตั้งแต่วันนี้คือ อย่ารอที่จะเอ่ยถ้อยคำสำคัญ 4 ประการต่อคนรอบข้าง คือ "ฉันขอโทษ" "ฉันให้อภัยคุณ" "ขอบคุณนะ" และ "ฉันรักคุณ" เพราะหากเราเตรียมตัวและสื่อสารกันอย่างซื่อสัตย์ เราจะมีโอกาสเขียนบทสุดท้ายของชีวิตให้จบลงอย่างงดงามและน่าจดจำที่สุด
และหากคุณกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องเผชิญกับการจากลาใครสักคนที่คุณรักเขาสุดหัวใจ
มีประโยคหนึ่งในหนังสือที่เราอยากส่งต่อให้คุณได้อ่าน
'ลาก่อน' คือคำที่ผิด
จริง ๆ แล้วต้องเป็น 'au revoir'
ที่แปลว่าจนกว่าเราจะได้พบกันใหม่







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น