WEBSITE DESIGN TEL 095-954-4524
วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ศึกอาชีวะรายวันกดักไล่ฆ่าอริอดีตรุ่นพี่สังเวยดับคาถนน
เปิดศึกอาชีวะไล่ยิงอุกอาจดับ 1 เจ็บคู่ ตำรวจเร่งแกะภาพวงจรปิดใช้ล่าจับ
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ร.ต.ท.ธนาเดช หนูเอียด พงส.สน.นิมิตรใหม่ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บนถนนสามวา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ รุดเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สมโภชน์ ทัศนา ผกก.สน.นิมิตรใหม่ พ.ต.ท.ศรัณชัย เอี่ยมธนดล สวป. พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร สว.กก.สส.บก.น.3 ร.ต.อ.ทศพร ประพาสมณเฑียร รอง สว.สส.สน.นิมิตรใหม่ ฝ่ายสืบสวนสน.นิมิตรใหม่ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบริเวณป่าหญ้าริมถนน ห่างไกลบ้านเรือนประชาชน พบศพนายศรัญยู สิงห์สาหัส อายุ 20 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขายาวลายพรางทหาร มีบาดแผลถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่หน้าท้องจำนวนหลายนัด บริเวณระหว่างขาพบมีดดาบยาวประมาณ 2 ฟุต ตกอยู่ 1 เล่ม ใกล้กันยังพบท่อนเหล็กยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.นพรัตน์ไปก่อนหน้านี้จำนวน 2 ราย อาการสาหัส 1 คน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมเพื่อนกำลังขี่รถ จยย. 3 คัน ไปทั้งหมด 8 คน เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในย่านดังกล่าว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งคาดว่าเป็นนักเรียนคู่อริสถาบันแห่งหนึ่งประมาณ 30 คน รถ จยย.กว่า 20 คัน ดักรอกลุ่มผู้ตายอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้โบกให้กลุ่มผู้ตายให้จอดรถ ก่อนจะถามว่าเป็นเด็กโรงเรียนมีนบุรีโปลีเทคนิคใช่หรือไม่ เมื่อกลุ่มผู้ตายเห็นท่าไม่ดีจึงหันหัวรถกลับ กลุ่มคนร้ายจึงวิ่งไล่ จนเป็นเหตุทำให้ผู้ตายกระโดดลงจากรถ จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พร้อมกับผู้ตายได้ล้มลง ก่อนที่กลุ่มคนร้ายทั้งหมดจะขี่รถ จยย.หลบหนีไป
พ.ต.อ.สมโภชน์ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเคยเรียนจบ ปวช.จากที่โรงเรียนมีนบุรีโปลีเทคนิคมาหลายปีแล้ว โดยตอนนี้ยังไม่ได้ทำงานและช่วยงานที่บ้านอยู่ ส่วนคนเจ็บนั้นทราบชื่อต่อมาคือนายธนพล หรือเต้ มั่นจิตร อายุ 17 ปี ถูกยิงที่หลัง 2 นัดอาการสาหัส และนายมงคล หรือนะโม (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 18 ปี ถูกยิงที่ขา 1 นัด อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนสาเหตุสันนิฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มคู่อริโรงเรียนต่างสถาบันของผู้ตาย โดยทราบว่ากลุ่มผู้ตายจะใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ เมื่อกลุ่มผู้ตายมาถึงก็ได้ลงมือทำร้ายก่อนจะหลบหนีไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนหากล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมเรียกญาติและเพื่อนผู้ตายมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
จับสาวแสบซ่อนยาบ้าใน "ทับทิมกรอบ-ต้มจืดเต้าหู้" เยี่ยมแฟน
ผู้คุมคุกอ่างทองจมูกไว ล็อกสาวแสบ แอบยัดไส้ยาบ้าใส่ขนมทับทิมกรอบ-ต้มจืดเต้าหู้ เยี่ยมแฟน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ร.ต.อ.ณรงค์ ทำบุญรอง สวป.สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดอ่างทอง ให้รีบไปรับตัวผู้พยายามลักลอบแอบส่งยาเสพติดให้นักโทษ จึงรีบไปตรวจสอบ พบ น.ส. ภัทราพร คล้ายจำแลง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/1 หมู่ 7 ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พร้อมของกลาง ยาบ้าที่ซุกมากับขนมทับทิมกรอบจำนวน 10 เม็ด
สอบสวนเจ้าตัวรับว่า แอบนำยาบ้าซุกใส่ขนมหวังแอบให้ นช.เอกพันธ์ เกตุสิทธิ์ แฟนหนุ่มที่ถูกจองจำในคดีจำหน่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปตรวจค้นให้เบาะรถ จยย. ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีแดง ทะเบียน กบฉ 65 อ่างทอง ของผู้ต้องหา ปรากฎพบยาบ้าอีก 10 เม็ดที่ซุกซ่อนอยู่ในต้มจืดเต้าหู้ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556
โจ๋ 16 ซิ่งหนีตายแต่พลาดรถล้มโดนจ้วงแทงไม่ยั้งดับสยอง
โจ๋ 16 ซิ่ง จยย.หนีตายจากกลุ่มอรินับสิบ ก่อนเสียหลักรถคว่ำ จนถูกไล่ตามทัน สุดท้ายโดนมีดจ้วงแทงไม่ยั้ง 5 ครั้งรวด ดับสยองคาที่ รอง ผบก.น.2 เผยคู่กรณีมีเรื่องที่ร้านหมูกระทะ เร่งล่าตัวขาโหด
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ร.ต.ท.เรืองศักดิ์ เนื่องกิจ พงส.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 3 ทุ่ม วันที่ 15 มิ.ย. ได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกแทงเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านทองฮะฮงไถ่ ถนนพหลโยธิน (ฝั่งขาออก) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.ศันย์ชัย พานิชกุล รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.นิคม ศรเหล็ก สว.สส. ฝ่ายสืบสวน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบนฟุตปาธ พบศพนายพัทรพล ขวัญทิพย์ อายุ 16 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น สีน้ำเงิน กางเกงยีนขาสั้น ไม่สวมรองเท้า พบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ชายโครงขวา 1 แผล และแผ่นหลังอีก 4 แผล จากการตรวจสอบในตัวผู้ตายพบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 140 บาท กุญแจรถจยย. จึงเก็บไว้ตรวจสอบ
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายพร้อมเพื่อนรวม 3 คน ขี่มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ขับหนีกลุ่มคู่อริกว่า 10 คน ที่วิ่งตามมาจากทางด้านร้านหมูกระทะแฟมิลี่ มุ่งหน้าสี่แยกเกษตร จากนั้นรถของกลุ่มผู้ตายได้ล้มลง จึงถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวตามมาทัน แต่เพื่อนผู้ตายอีกสองคนวิ่งหนีออกไปทัน จึงเหลือผู้ตายนั่งอยู่เพียงคนเดียว จากนั้นคนร้ายได้ช่วยกันจับผู้ตายเอาไว้ ก่อนใช้มีดจ้วงแทงจนเสียชีวิตคาที่ ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนีไป
พ.ต.อ.เจริญ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ตายไปได้มีเรื่องเขม่นกับกลุ่มคนร้ายมากกว่า 10 คนที่ร้านหมูกระทะดังกล่าว ต่อมาต่างฝ่ายต่างโทรตามพรรคพวก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุจึงเกิดการตะลุมบอนชกต่อยกัน แต่เนื่องจากกลุ่มผู้ตายนั้นมีน้อยกว่า ต่างคนต่างแยกย้ายวิ่งหนีเอาชีวิตรอด โดยที่คนร้ายได้วิ่งไล่ตามผู้ตายจนมาทันที่เกิดเหตุ และใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายจนเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พอจะทราบถึงลักษณะรูปพรรณของคนร้ายแล้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป.
รวบม้งกินปูนร้อนท้องควบกระบะซุกยาบ้ากว่าแสนเม็ดค่า 36 ล้าน
สายแม่สรวย จ.ลำปาง ตั้งด่านตรวจค้นพบม้งควบกระบะต้องสงสัยผ่านด่าน เรียกค้นตัว-ท้ายรถไม่เจอสิ่งผิดกฎหมาย ปรากฎผู้ต้องหากินปูนร้อนท้อง จู่ๆเสนอเงินหมื่นแลกปล่อยตัว เอะใจขอค้นในรถเพิ่ม เจอยาบ้า 1.2 แสนเม็ด
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จ.เชียงราย สืบทราบข้อมูลว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบขนยาบ้าจำนวนมากจาก อ.ปาง จ.เชียงใหม่ ผ่านเข้ามาทาง อ.แม่สรวย เพื่อจะไปส่งให้ลูกค้าที่ กทม. จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ชูศักดิ์ ดีแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.แม่สรวย นำกำลังชุดสายตรวจ ร่วมกับ ชุด ตำรวจบ้าน-ชุมชน ฝ่ายปกครอง ไปตั้งจุดสกัดและด่านตรวจ ที่ตู้ยามบริการประชาชนป่าแดด หมู่ 14 บ้านใหม่เจริญ ต.ป่าแดด บนถนนสายระหว่าง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ กับ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ในเวลาต่อมา พบรถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว แบบแคป ทะเบียน ฒฉ 5726 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านจุดตรวจมา จึงให้สัญญาณหยุดรถ เพื่อทำการตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย
ภายในรถพบ นายสุชาติ แซ่ มั่ว อายุ 33 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 7 บ้านแม่ตะละ ต.สันสลี อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เป็นคนขับรถคันดังกล่าวมาตามลำพังคนเดียว และที่กระบะท้ายไม่ได้บรรทุกสิ่งของอื่นแต่อย่างไร จึงเชิญตัวลงจากรถ ค้นในตัวไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างไร สอบถามแล้วจะเดินทางไป กทม. จากนั้นนายสุชาติ ได้กินปูนร้อนท้องด้วยการที่จู่ๆก็เสนอเงินให้ตำรวจ 10,000 บาท เพื่อขอรีบขับรถเดินทางต่อ ทำให้ตำรวจรู้สึกผิดสังเกตจึงเข้าไปตรวจค้นภายในรถ กระทั่งได้กลิ่นยาบ้าโชยออกมา และบริเวณที่นั่งท้ายคนขับตรงกลางที่นั่งใต้เบาะระหว่างลำโพงข้างซ้าย-ขวา พบยาบ้าวางเรียงกันเป็นมัดๆ ไม่ได้ซุกซ่อนในกระเป๋า หรือไม่มีวัสดุอื่นใดมาปิดให้มิดชิด รวม 60 มัด เป็นยาบ้านับได้จำนวน 120,000 เม็ด จึงนำตัวพร้อมของกลางส่ง พ.ต.ท.จักรี วงค์คำ สวส.สภ.แม่สรวย สอบสวนดำเนินคดี
โดย นายสุชาติ ให้การรับสารภาพ ว่า ถูกว่าจ้างจากชายไม่ทราบชื่อซึ่งชาวเขาเผ่าเดียวกัน ให้ไปรับยาบ้านจำนวนดังกล่าวที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และให้นำไปส่งลูกค้าที่ กทม. โดยจะได้ค่าจ้างจำนวน 4 แสนบาท จึงขับรถออกจาก อ.ฝาง และใช้วิธีไม่ขับเข้า อ.เมืองเชียงใหม่ แต่ขับอ้อมมาออกที่ อ.แม่สรวย หมายจะผ่านไปทาง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง แทน แต่มาถูกจับได้เสียก่อน สำหรับยาบ้าล๊อตนี้ หากเล็ดลอดเข้าไปถึง กทม. จะมีมูลค่ากว่า 36 ล้านบาท จึงแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง.
โจรชิงทรัพย์ปั๊มน้ำมันรองหน.พรรคชาติไทยพัฒนา
โจรเหิมซิ่งจยย.ชิงทรัพย์ปั๊มน้ำมัน รองหน.พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ปรึกษารองนายกฯ กลางเมืองสุพรรณบุรี ฟันพนักงานบาดเจ็บก่อนฉกเงินหมื่นกว่าบาท
เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 15 มิ.ย. ร.ต.ท.ประเทือง น้ำดอกไม้ ร้อยเวรสภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ในปั๊มน้ำมันถาวรออย เลขที่ 56/1 หมู่ 4 ต.สนามชัย ไปตรวจสอบพร้อมพล.ต.ต.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร รองผบก. พ.ต.อ.กฤษดา ดีลีพจนานันทน์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองสุพรรณบุรี
ที่ปั๊มน้ำมันพบน.ส.สุพัตรา ตุ่มศรียา อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 2 ต.มดแดง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ผู้เสียหายอยู่ในอาการตื่นตกใจ พร้อมโชว์บาดแผลที่คนร้ายใช้มีดปลายแหลมฟันที่ชายโครงซ้าย 2 แผล จนบาดเจ็บ และรอยเสื้อถูกมีดฟันเป็นรูโบ๋
น.ส.สุพัตรา กล่าวว่า เป็นเสมียนปั๊มน้ำมัน ก่อนเกิดเหตุอยู่กับน.ส.อรทัย บำรุงชัย อายุ 25 ปี เพื่อนเสมียนด้วยกัน 2 คน ส่วนผู้จัดการอยู่ในสำนักงาน ห่างกันประมาณ 100 เมตร ขณะกำลังรอลูกค้า คนร้ายเป็นชาย 1 คนสวมเสื้อยืดสีเขียว กางเกงขายาวสวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ มีกระจกบังหน้า ขี่รถจยย.ฮอนด้าเวฟ สีแดง จำทะเบียนไม่ได้ มาจอดแล้วทำทีถามหาแกลลอนใส่น้ำมันเพื่อจะซื้อน้ำมันกลับ ทันใดนั้นคนร้ายชักมีดปลายแหลมยาวประมาณ 40 ซม.ที่พกติดตัวออกมากระหน่ำฟันตนไม่ยั้งพร้อมกระชากกระเป๋าคาดเอวของตนภายในมีเงินสดอยู่ประมาณ 10,000 กว่าบาท จึงส่งเสียงร้องให้คนช่วย
เมื่อได้กระเป๋าใส่เงินแล้วคนร้ายทิ้งมีดและรองเท้าแตะไว้ให้ดูต่างหน้า 1 ข้าง ก่อนหลบหนีไป ขณะที่นายโยธิน เพ็งเคลือบ อายุ 21 ปีและนายจตุภัทร เกตุปลั่ง อายุ 22 ปีที่ขับขี่จยย.ซ้อนท้ายกันมาเติมน้ำมันและเพิ่งออกจากร้านไปไม่กี่นาที ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจึงกลับรถมาดู เห็นรถคนร้ายวิ่งสวนทางออกไปจึงพยายามไล่ตามแต่ไม่ทัน เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดเส้นทางหลบหนีของคนร้ายแต่ไร้วี่แวว
สำหรับปั๊มน้ำมันดังกล่าวเป็นของนายถาวร จำปาเงิน รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ส่วนนางมณฑา จำปาเงิน ภรรยาเป็นผู้พิพากษาสมทบ ขณะเกิดเหตุนายถาวรไม่อยู่
ด้านพล.ต.ต.ชัชชรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี มักมีเหตุการณ์ประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชนบ่อยครั้งทั้งที่ได้สั่งตำรวจในปกครองให้ออกตรวจตราความปลอดภัยของประชาชนมาโดยตลอด แต่ก็ยังเกิดเหตุขึ้น ก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์ยิงรถประชาชนในปั๊มน้ำมันของ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา และเหตุก็เกิดในพื้นที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้สั่งการให้รองผบก.ที่รับผิดชอบเร่งสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด.
วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556
กรุงเก่าระดมจับเด็กแว้นกว่า80คัน
ตำรวจเมืองกรุงเก่า นำกำลังสกัดจับแก๊งแว้นซิ่ง บนถนนสายเอเชียกลางดึก รวบได้กว่า 80 คัน
วันนี้(9 มิ.ย.) พ.ต.อ. ชัยยะ เพชรปัญญา ผกก.สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.ศักดินา สุขมาก รอง ผกก.ป.พ.ต.ต.ชัยณรงค์ ทาสุวรรณ สวป.พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ อาสาสมัครตำรวจบ้าน รวมกว่า 50 นาย ทำการจับกุมแก๊งรถจยย. ซิ่ง ได้ 83 คัน บนนถนนสายเอเชีย ที่ลงจากสะพานเกือกม้ามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 17 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา โดยแก๊งซิ่งกลุ่มดังกล่าวมีประมาณกว่า 100 คันได้แข่งขันกันทั้งในเขตเกาะเมืองถนนโรจนะ และ บนถนนสายเอเชีย สร้างความเดือดร้อนรำคราญและเป็นอันตรายต่อ ประชาชนที่สัญจรขับขี่ยานพาหนะผ่านไปมา
เมื่อแก๊งซิ่งเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พากันแตกฮือ แยกย้ายกันขี่รถจยย.หลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 76 คน รถจยย. 83 คัน ซึ่งบางคนได้ทิ้งรถวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถจยย. เอาไว้ตรวจสอบ
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ชัยยะ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่สองฝั่งโรจนะและสัญจรผ่านไปมาในเส้นทางว่า มีแก๊งรถจยย. จำนวนมาก ได้ทำการประลองความเร็วกันเสียงดัง และเป็นอันตรายแก่ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา จึงได้วางแผนจับกุม ซึ่งจากผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมได้ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และขับรถโดยประมาณหวาดเสียว ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี
กรุงเก่าระดมจับเด็กแว้นกว่า80คัน
ตำรวจเมืองกรุงเก่า นำกำลังสกัดจับแก๊งแว้นซิ่ง บนถนนสายเอเชียกลางดึก รวบได้กว่า 80 คัน
วันนี้(9 มิ.ย.) พ.ต.อ. ชัยยะ เพชรปัญญา ผกก.สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.ศักดินา สุขมาก รอง ผกก.ป.พ.ต.ต.ชัยณรงค์ ทาสุวรรณ สวป.พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ อาสาสมัครตำรวจบ้าน รวมกว่า 50 นาย ทำการจับกุมแก๊งรถจยย. ซิ่ง ได้ 83 คัน บนนถนนสายเอเชีย ที่ลงจากสะพานเกือกม้ามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 17 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา โดยแก๊งซิ่งกลุ่มดังกล่าวมีประมาณกว่า 100 คันได้แข่งขันกันทั้งในเขตเกาะเมืองถนนโรจนะ และ บนถนนสายเอเชีย สร้างความเดือดร้อนรำคราญและเป็นอันตรายต่อ ประชาชนที่สัญจรขับขี่ยานพาหนะผ่านไปมา
เมื่อแก๊งซิ่งเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พากันแตกฮือ แยกย้ายกันขี่รถจยย.หลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 76 คน รถจยย. 83 คัน ซึ่งบางคนได้ทิ้งรถวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถจยย. เอาไว้ตรวจสอบ
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ชัยยะ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่สองฝั่งโรจนะและสัญจรผ่านไปมาในเส้นทางว่า มีแก๊งรถจยย. จำนวนมาก ได้ทำการประลองความเร็วกันเสียงดัง และเป็นอันตรายแก่ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา จึงได้วางแผนจับกุม ซึ่งจากผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมได้ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และขับรถโดยประมาณหวาดเสียว ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี
ออกภาพสเก็ตช์โจรจี้แบงค์กรุงไทยร่มเกล้าชิงเงิน 1.3 เเสน
ออกภาพสเก็ตช์โจรจี้แบงค์กรุงไทยร่มเกล้าชิงเงิน 1.3 เเสน
จากกรณีมีคนร้ายเป็นชายรูปร่างท้วม สันทัด อายุประมาณ 30-35 ปี สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาว บุกเข้ามาใช้อาวุธปืนจี้ชิงเงินจากธนาคารกรุงไทย สาขาร่มเกล้า โดยใช้เวาเพียงแค่ 25 วินาที ก่อนกวาดเงินสดจำนวน 1.3 เเสนบาท แล้วขับขี่ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเขียว จำทะเบียนได้แค่ตัวเลขคือ 432 หลบหนีมุ่งหน้าไปทางลาดกระบังตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
วันนี้ (8 มิ.ย.) พ.ต.ท.สายันต์ เพ็ชรยืนยง รอง ผกก.สส.สน.ลาดกระบัง กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้ายคดีนี้ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 ได้เรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดกระบัง และกก.สส.บก.น.3 เข้าร่วมประชุมเพื่อแบ่งงานกันทำในการติดตามจับกุมคนร้าย โดยให้ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางที่คนร้ายขี่จยย.มาก่อเหตุ และเรื่องรถจยย.ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ส่วนฝ่ายสืบสวน สน.ลาดกระบัง ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้ยทางการหลบหนีของคนร้าย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายใช้เส้นทางหลบหนีไปมุ่งหน้าไปทางลาดกะบัง โดยขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบว่าคนร้ายจะใช้เส้นทางหลบหนีไปทางใด
พ.ต.ท.สายันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับการสอบปากคำพยานนั้น เบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำพนักงานส่งเอกสารคนหนึ่งที่กำลังจะมาแลกเช็คที่ธนาคาร และหันไปเห็นคนร้ายขณะกำลังขี่รถจยย.หลบหนีออกไปมาสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว โดยทะเบียนรถจยย.ของคนร้ายนั้นเป็นแบบเก่า ที่มีเส้นสีแดงคาดกลาง ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่า เป็นหมวดอักษรและหมวดจังหวัดใด นอกจากนั้นยังได้ให้พยานที่เห็นหน้าคนร้ายก่อนก่อเหตุไปทำการสเก็ตช์ภาพมาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ด้าน พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.บก.น.3 กล่าวว่า ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมทั้งบริเวณด้านหน้าธนาคาร ร่วมไปถึงเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีเพิ่มเติม ซึ่งคนร้ายหลบหนีมุ่งหน้าไปทางลาดกระบัง และเชื่อว่าน่าจะหลบหนีมุ่งหน้าออกไปถนนมอเตอร์เวย์ นอกจากนี้ยังนำภาพคนร้ายที่กล้องวงจรปิดบันทึกเอาไว้ได้ไปให้ชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุดูว่าพอจะมีใครพอคุ้นกับคนร้ายที่มีรูปพรรณสันฐานแบบนี้หรือไม่ รวมทั้งรอผลการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายบริเวณหน้าธนาคารที่เกิดเหตุจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติมอีกด้วย
พ.ต.อ.ภิรมย์ กล่าวต่อว่า สำหรับรถจยย.ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้น เบื้องต้นทราบว่าเป็นรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สีเขียว ซึ่งพยานจดจำหมายเลขทะเบียนได้คือ 432 ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีอยู่หลายคันเช่นกัน ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ยังได้ตรวจสอบในประเด็นของ รปภ.ของธนาคารที่เกิดเหตุเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากเป็น รปภ.จากบริษัทรักษาความปลอดภัย และซึ่งในวันเกิดเหตุ รปภ.คนประจำธนาคารสาขาที่เกิดเหตุนั้นได้แจ้งลากับทางบริษัท โดยอ้างว่าไปงานศพต่างจังหวัด ทำให้ทางบริษัทต้องส่งรปภ.อีกคนมาแทน แต่จากการตรวจสอบแล้วพบว่า เจ้าตัวไม่ได้เดินทางไปต่างหวัดแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีรปภ.อีก 2 คนที่เคยมาประจำธนาคารสาขาที่เกิดเหตุ และถูกไล่ออกไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบว่าทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556
บุกเดี่ยวจี้แบงค์กรุงไทยสายฟ้าแลบกวาด1.3แสน
คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนร่มเกล้า อาศัยช่วงพักเที่ยง รปภ.ไปกินข้าว ใช้ปืนจี้บังคับพนักงาน-กวาดเงินไปได้ประมาณ 1.3 แสน ก่อนวิ่งไปขี่รถจยย.หลบหนีไป เผยกล้องวงจรปิดของธนาคารสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ เชื่อเป็นมืออาชีพ ใช้เวลาปฏิบัติการแค่ 25 วินาที
เมื่อเวลา 12.45 น.วันนี้ (7 มิ.ย.) ร.ต.ท.ฤทธิไกร ยอมประโคม พนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ภายในธนาคารกรุงไทย สาขาถนนร่มเกล้า ตั้งอยู่เลขที่ 123/1 ปากซอยร่มเกล้า 21/3 ถนนร่มเกล้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กทม.จึงรายงานผู้ยังคับบัญชาก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.คมสัน แตงจุ้ย ผกก.สน.ลาดกระบัง พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.บก.น.3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ลาดกระบัง เจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.3 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 2 ชั้น บริเวณชั้นล่างเจ้าหน้าที่พบ น.ส.ปิยนุช พละเยี่ยม อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่แผนกบริการลูกค้า ประจำเคาร์เตอร์ หมายเลข 4 ยืนตื่นตระหนกอยู่ กล่าวว่า โดยก่อนเกิดเหตุพนักงานภายในธนาคามี 3 คน แม่บ้าน 1 คน และมีลูกค้าที่นั่งอยู่เคาน์เตอร์ของตนที่มาขอแลกเงิน อีกทั้งขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลากลางวัน ส่วนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ออกไปรับประทานอาหารข้างนอก ซึ่งขณะกำลังนั่งให้บริการลูกค้าอยู่นั้น มีชายทำทีเดินคุยโทรศัพท์อยู่ด้านหน้าธนาคาร และดูท่าทีมีพิรุธ ต่อมาไม่นานลูกค้ารายนี้ทำธุรกรรมทางธนาคารเสร็จก็ได้เดินออกไป
น.ส.ปิยนุช เล่าอีกว่า จากนั้นชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าธนาคาร ซึ่งจดจำรูปพรรณได้เป็นชายรูปร่างท้วม สันทัด อายุประมาณ 30-35 ปี สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาว ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีครีม กางเกงยีนขายาวสีน้ำเงินปลายพับขึ้นมา สวมรองเท้าหนัง มีร่องรอยการเปราะเปื้อนดินโคลน สะพายกระเป๋าสีดำ เดินสวนกับลูกค้าแล้วเดินปรี่ตรงเข้ามาหา จึงบอกให้ถอดหมวกกันน็อกก่อน แต่ชายหนุ่มคนดังกล่าวกลับแสดงตัวเป็นคนร้ายทันที่ โดยปิดกระจกหมวกกันน็อกเพื่อบดบังหน้าตัวเอง แล้วชักอาวุธปืนแบบออโตเมติก สีดำ ไม่ทราบขนาด ออกมาจากเอว ส่องปากกระบอกปืนแล้วพูดว่าเอาเงินมา ด้วยความตกใจจึงหยิบเงินให้ไป 1 ปึก เป็นเงินจำนวน 120,000 บาท แต่คนร้ายยังไม่พอใจบอกให้ส่งเงินที่เหลือมาให้หมด จึงกวาดเงินในลิ้นชักส่งไปให้อีกจำนวนหนึ่ง รวมเงินที่คนร้ายได้ไปจำนวนทั้งหมด 130,180 บาท คนร้ายเอาเงินใส่กระเป๋าสะพายสีดำ จากนั้นก็วิ่งไปขับขี่รถ จยย.ฮออด้า รุ่นเวฟ สีเขียว จำทะเบียนได้แค่ตัวเลขคือ 432 ที่จอดอยู่ด้านข้างธนาคารหลบหนีไปทางถนนร่มเกล้าขาออก มุ่งหน้าไปทางลาดกระบัง
ด้าน พล.ต.ต.อนุชัย เปิดเผยว่า คนร้ายคาดว่าเป็นมืออาชีพ โดยอาศัยช่วงจังหวะโอกาสที่พนักงานธนาคารอยู่น้อยและลูกค้าก็มีน้อย เพราะเป็นช่วงเวลาพักเที่ยง รปภ.ไปรับประทานข้าว ทำที่มายืนโทรศัพท์ดูลาดเลาแล้วลงมือก่อเหตุอย่างง่ายดาย โดยใช้เวลาเพียง 25 วินาที นอกจากนี้จากการตรวจสอบธนาคารที่เกิดเหตุนี้เพิ่งเปิดทำการเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ระบบการรักษาความปลอดภัยยังไม่เข้าที่ ซึ่งการสืบสวนจับกุมคนร้ายคงจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุที่จับภาพคนร้ายไว้ได้ แล้วตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง และเส้นทางการหลบหนี เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
โจรใจบาปบุกงัดกุฎิพระนักเทศน์ดัง
โจรใจบาปบุกงัดกุฏิพระนักเทศน์ชื่อดังเมืองสองแคว ขณะกำลังประกอบกิจสวดมนต์ในวันวิสาขบูชา กวาดทรัพย์สินพร้อมพระเครื่องอีกกว่า 30 องค์ มูลค่ากว่า 5 แสนบาท หลบหนีลอยนวล
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 พ.ค. พ.ต.ท.อุบล กันทะเขียว สารวัตรเวร สภ.อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งจากชาวบ้านตำบลวังอิทก ว่ามีคนร้ายบุกงัดกุฎิพระภายในวัดหนองเต่าดำ ต.วังอิทก อ.บางระกำ โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเงินสดพร้อมพระเครื่องไปเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปทำการตรวจสอบพร้อมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 จ.พิษณุโลก ซึ่งภายในวัดซึ่งกำลังมีการจัดงานทำบุญเนื่องในวันวิสาขบูชา จึงมีชาวบ้านเป็นจำนวนมากมายืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับ พระอธิการมานพ รักขิตะวังโส ( พระอาจารย์นพ พระนักเทศแหล่ชื่อดัง ) และนำพาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดเกิดเหตุซึ่งเป็นกุฏิของเจ้าอาวาสที่คนร้ายงัดบุกงัดหน้าต่าง โดยมีรอยเท้าคนร้ายปีนเข้าทางบริเวณหน้าต่างซึ่งมีรอยเปลื้อนคราบดินโคน ติดอยู่ที่ฝาผนังเป็นทางยาว
โดยจุดเกิดเหตุเป็นกุฏิแฝดติดกัน 2 หลัง โดยหลังแรกที่คนร้ายบุกงัดหน้าต่างปีนเข้ามาเป็นกุฏิของ พระสุทัด ปะสันโน อายุ 62 ปี เป็นพระลูกวัดหนองเต่าดำ ตรวจสอบภายในห้อง ข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ และพบว่ามีเงินสดที่เก็บไว้ในย่าม หายไปจำนวน 5,400 บาท หลังจากนั้นกุฏิที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นกุฏิของ พระอธิการมานพ รักขิตะวังโส อายุ 50 ปี เจ้าอาวาสวัดหนองเต่าดำ และยังเป็นพระนักเทศนักแหล่ชื่อดังของจังหวัดพิษณุโลก ที่บริเวณประตูหน้ากุฏิ พบมีดปลายแหลมตกอยู่จำนวน 1 เล่ม และตรวจพบว่าที่ประตูมีร่องรอยถูกงัดจนประตูเปิดอ้าออก ข้าวของภายในห้องถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย ไปทั่ว
ตรวจสอบภายในห้องพบว่าเงินสดจำนวน 5 หมื่นบาท ที่เก็บไว้ภายในย่ามห้อยไว้ที่บริเวณหัวเตียงนอน หายไป และยังพบว่า พระเครื่องที่ทางพระอธิการมานพ เก็บสะสมไว้ได้หายไปทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย พระผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ จ.ระยอง สูญหายไปกว่า 10 องค์ หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน รุ่นต่างๆ ที่เก็บสะสมไว้ ก็สูญหายไปทั้งหมด โดยตีเป็นมูลค่าทั้งหมด น่าจะกว่า 5 แสน บาท
จากการสอบสวนพระอธิการมานพ ให้การว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางวัดได้จัดงานทำบุญเนื่องในวันวิสาขบูชา ตั้งแต่ ช่วง 06.00 น. โดยพระทุกรูปต่างก็ขึ้นไปประกอบกิจบนศาลาการเปรียญ สวดมนต์ จนกระทั่งช่วงเวลา 08.30 น. อาตมาก็ได้ลงจากศาลาเพื่อกลับมาที่กุฏิ ก็พบว่ากุฏิถูกงัดเปิดอ้าอยู่ จึงได้ไปตามชาวบ้านมาช่วยกันดู โดยพบว่าสิ่งของภายในห้องหายไปจำนวนมาก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ โดยมีชาวบ้านพบเห็นรถยนต์ปิกอัพรุ่นเก่าตอนเดียวไม่ทราบยี่ห้อ สีดำขับเข้ามาจอดและเลี้ยวกลับรถที่บริเวณหน้ากุฏิช่วงเวลา 07.00 น. ซึ่งต่างก็ไม่ได้เอะใจสงสัย เพราะคิดว่าเป็นรถที่ขับมาทำบุญ ประกอบกับเสียงเครื่องไฟนั้นดังมาก จนกระทั่งมาพบว่ากุฏิพระถูกงัดจึงเชื่อว่าน่าจะเป็นรถของคนร้ายที่ขับมาโจรกรรมทรัพย์สินในครั้งนี้ไป โดยชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมายืนมุงดูเหตุการณ์ พร้อมกับรุมประณามการกระทำของโจรใจบาปที่ลงมืออุกอาจในช่วงที่พระกำลังสวดมนต์ในวันวิสาขบูชาอยู่บนศาลากาเปรียญ ท่ามกลางญาติโยมที่มาทำบุญกันอย่างหนาแน่น โดยมีชาวบ้านต่างกล่าวสาบแช่งคนร้ายรายนี้ให้ตกนรก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวพระอธิการมานพ พร้อมกับชาวบ้านที่พบเห็นรถคันดังกล่าวไปทำการสอบสวนเพื่อติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป...










