ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – ลง Driver 300 บาท ซ่อมปกติเป็น 1000 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

WEBSITE DESIGN TEL 095-954-4524

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

นศ.กระทืบรปภ.รามฯ มอบตัว-ถูกยัดห้องขัง

จากกรณีมีการโพสต์ทางเฟซบุ๊ก เป็นรูปภาพชายแต่งตัวคล้ายพนักงานรักษาความปลอดภัยถูกชายวัยรุ่น 5 คนรุมทำร้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมกับมีการโพสต์ข้อความอ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ย่านหัวหมาก ซึ่งคาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของนักศึกษาภาคพิเศษคนหนึ่ง ที่ขับรถเก๋งเชฟโรเลต ครูซ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฎม.7373 กรุงเทพมหานคร เข้าไปจอดรถในที่ห้ามจอด แล้วถูกทาง รปภ. คนดังกล่าวห้าม ก่อนที่จะมีปากเสียงกัน จากนั้นได้นักศึกษาผู้ก่อเหตุจึงพาพรรคพวกอีกประมาณ 7 มาไล่รุมกระทืบซ้ำจน รปภ.ได้รับบาดเจ็บขาหัก ศีรษะแตก ถูกส่งไปรักษาตัวที่ รพ.ราชวิถี เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่17 มี.ค.ที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวไปนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 20.00 น. วันนี้ (20 .มี.ค.) ทางศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ นายปัญจพล เตือนภักดี อยู่บ้านเลขที่ 51 ซอยเรืองทอง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามหมายจับเลขที่ 264/2556  ลงวันที่ 20 มี.ค. 2556 โดยผู้ต้องหาเป็นเจ้าของรถเก๋งเชฟโรเลต ครูซ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฎม.7373 กรุงเทพมหานคร ที่มีปากเสียงกับรปภ.คนดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 20 .มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปัญจพล เตือนภักดี อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 264/2556  พร้อมเพื่อนและบิดา ได้เดินทางเขามอบตัวกับพ.ต.อ. ณรงค์ฤทธิ์  พรหมสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก  พ.ต.ท. ธารา  เครือละม้าย สว.สส.สน.หัวหมาก ที่สน.หัวหมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาสอบสวนต่อที่ห้องพนักงานสอบสวนทันที
ล่าสุดเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 21 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนายปัญจพล เตือนภักดี อายุ 23 ปี นศ.ภาคพิเศษคณะบริหารธุรกิจปี 3 ม.รามคำแหงซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกออกหมายจับคดีทำร้ายร่างการเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส จากกรณีทำร้ายร่างกายรปภ.ม.รามคำแหงเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา และได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่สน.หัวหมากตั้งแต่เวลา 23.30 ของวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากสอบปากคำไปกว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ยังคงสอบปากคำและควบคุมตัวนายปัญจพลต่อไป โดยมีทนายฝ่ายบิดา ร่วมให้ปากคำด้วย นอกจากนี้ยังมีญาติมิตรมาเฝ้าให้กำลังใจที่หน้าสน.หัวหมากท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันอย่างคับคั่ง

ด้านพ.ต.ท.โกเมน สุภาพ พงส.ผนพ.สน.หัวหมากกล่าวว่า สำหรับการที่ผู้ต้องหาเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ เนื่องจากว่าถูกออกหมายจับ อีกทั้งเป็นเจ้าของรถเก๋งเชฟโรเลต ครูซ สีบรอนซ์ ทะเบียน ฏม 7373 ซึ่งเป็นรถที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ทั้งนี้เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและไม่ขอให้การในชั้นสอบสวน โดยจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัว และได้ควบคุมตัวสอบปากคำต่อไป โดยในวันนี้เวลา 10.00 น. จะนำตัวไปแถลงข่าวที่บช.น.ต่อไป
Share:

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

ผัวเฒ่า76ปีหึงโหดยิงเมียวัย46พร้อมลูกเลี้ยงก่อนปลิดชีพตัวเอง

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 มี.ค.2556   ร.ต.อ.นครินทร์  มุกรินทร์ระไมมาศ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตาย 3 ศพที่บ้านเลขที่ 33 บ้านดอนใคร หมู่ 7 ต.กลาย อ.ท่าศาลา   จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.โกศล ท่าสอน รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมบัติ จำปาทอง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ณธรรศ ม่วงแก้ว สว.สส.และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยท่าศาลา รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง บริเวณลานดินหน้าบ้านเจ้าหน้าที่พบศพผู้ตายจำนวน 3 ศพ ศพแรกบริเวณหน้าบ้านชื่อ ด.ญ.พรพิมล  ดำมี อายุ 13 ปี สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธขนาด .38 เข้าลำตัวจำนวน 1 นัดนอนตายในลักษณะคว่ำหน้า  และห่างไปประมาณ 10 เมตร บริเวณข้างบ้านพบศพผู้ชายและผู้หญิง 2 ศพในสภาพนอนหงายศีรษะหันไปคนละฝั่งแต่เท้าเกยทับกัน ข้าง ๆ ศพของสองสามีภรรยาต่างวัยพบสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลตัวหนึ่งที่ครอบครัวของผู้ตายเลี้ยงเอาไว้นอนเฝ้าศพไม่ยอมห่าง และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ศพ เจ้าหน้าที่ต้องให้ญาติ ๆ ของผู้ตายจับสุนัขตัวดังกล่าวออกไปก่อนเข้าตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ  ซึ่งศพผู้ชายชื่อนายเรียม  ผิวล้วน อายุ 76 ปี สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนขนาด .38 เข้าขมับขวา 1 นัดกระสุนฝังใน ข้างศพที่ใกล้มือด้านขวาพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอกตกอยู่ใกล้ ๆ ทราบว่าเป็นอาวุธปืนของนายเรียม ผู้ตาย ศพ ส่วนศพผู้หญิงชื่อนางภรรัตน์ สุขงอม 46 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุ  สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเดียวกันเข้ากลางหน้าอกซ้ายกระสุนฝังใน 1 นัด เลือดสด ๆ ไหลทะลักนองพื้นที่ส่งกลิ่นเหม็นคราวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ  ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน.38 ตกอยู่จำนวน 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบคดีต่อไป
จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่านายเรียม ผู้ตาย 1 ใน 3 ศพ เป็นผู้ก่อเหตุสยองครั้งนี้ ในอดีตเป็น อส.ประจำอำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช ส่วนนางภรรัตน์ ได้เลิกรากับสามีเก่าเมื่อ 3 ปีก่อน และได้มาอยู่กินกับนายเรียม ที่บ้านที่เกิดเหตุ โดยนางภรรัตน์ ได้มีลูกติด 2 คนเป็นลูกชายวัย 19 ปี และ ด.ญ.พรพิมล ลูกสาววัย13 ปี ซึ่งนางภรรัตน์ มีอาชีพขายผักตามตลาดนัด โดยทุกวันนางภรรัตน์ จะขับรถยนต์กระบะตระเวนไปขายผักตามตลาดนัดทั้งในและต่างอำเภอ
ก่อนเกิดเหตุนางภรรัตน์ ได้ขับรถยนต์กระบะกลับจากขายผักตามตลาดนัดแห่งหนึ่ง เมื่อกลับบ้านพัก ได้นำรถเข้าโรงจอดรถข้างบ้าน ในขณะที่นายเรียม ยืนรอเมียรักอยู่หน้าบ้าน และตรงเข้าไปหานางภรรัตน์ พร้อมสอบถามเรื่องที่นางภรรัตน์ กลับบ้านผิดเวลา  ทั้งนี้เนื่องจากนายเรียม เกรงว่านางภรรัตน์ เมียรักคราวลูกคราวหลานจะปันใจไปให้ชายอื่นจึงเกิดหึงหวงเมียสาว  พร้อมต่อว่านางภรรัตน์ ต่าง ๆ นานา จนทั้งคู่เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ในขณะที่ ด.ญ.พรพิมล แอบยืนดูแม่และพ่อเลี้ยงทะเลาะกันอยู่ห่าง ๆ
จนกระทั้งนายเรียม บันดาลโทสะชักอาวุธปืนออกมาจ่อยิงนางภรรัตน์  1 นัดล้มคว่ำเสียชีวิตคาที่ ด.ญ.พรพิมล บุตรสาวของนางภรรัตน์ เห็นแม่ถูกยิงจนล้มฟุบจมกองเลือดจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือแม่จึงถูกพ่อเลี้ยงใจโหดจ่อยิงจนล้มฟุบเสียชีวิตเป็นศพที่ 2 หลังจากนั้นนายเรียม เฒ่าจอมหึงโหดได้หันปากกระบอกปืนจ่อยิงหัวตัวเองฆ่าตัวตายตามเป็นศพที่ 3 เพื่อหนีความผิดดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่วิพากวิจารณ์ของชาวบ้านอย่างกว้างขวาง และถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญคดีแรกที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป.
Share:

หนุ่มน้อยใจแฟนสาวคว้า.38 ยิงศีรษะดับสยอง


เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 มี.ค.พ.ต.ท.จำลอง รัตนคาม สารวัตรเวร สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านพักฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนวัดเขาสมอระ บัง ต.หนองปลาไหล อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรุดตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรรพ.เขาย้อย เจ้าหน้าที่พิสูจรณ์หลักฐานเพชรบุรี และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จ.เพชรบุรี อีกหลายนาย
 
ที่เกิดเหตุเป็น บ้านไม้ยกสูง และบนพื้นบ้านพบร่างผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นข้างโต๊ะรีดผ้า สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ไม่สวมเสื้อ และพบอาวุธปืน .38 ลูกโม่ ตกอยู่ข้างลำตัว นาฬิกาข้อมือและโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง ทราบชื่อต่อมาคือนายธีรภัทร์ หรืออั๋น สุขพันธ์ อายุ 30 ปี เลขที่ 54 หมู่ 2 ต.หนองปลาไหล อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ที่ขมับขวามีร่องรอยการถูกยิงด้วย อาวุธปืนจนทะลุบริเวณเหนือขมับด้านซ้าย 1 แห่ง จนมันสมองกระจายไปทั่วบริเวณ และหัวกระสุนได้ทะลุไปถูกบริเวณฝาบ้านที่เป็นไม้จนเป็นรู
 
จากการสอบถามเบื้องต้น นางอรัญญา เขียวอยู่ มารดา นายธีรภัทร์ หรืออั๋น สุขพันธ์ผู้ตาย เล่าว่าลูกชายทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่โรงเหล็กเกษมศักดิ์ ดอนทราย ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเล่าให้ฟังว่ามีปากเสียงกับแฟนสาวคนใหม่อย่าง รุนแรงโดยตนได้พยายามปลอบโยนลูกว่าอย่าคิดมาก ต่อมาลูกชายได้มีการพูดแปลกๆว่าอยากจะดื่มน้ำล้างเท้าของมารดา ซึ่งตนก็นำน้ำมาล้างเท้าและบุตรชายก็เอาน้ำล้างเท้าของตนมาดื่ม และช่วงกลางวันบุตรชายได้โทรศัพท์ไปหาตนพร้อมกับบอกตนว่าอั๋นรักแม่มากนะ ก่อนที่จะวางหูโทรศัพท์ไป จนกระทั่งช่วงเย็นตนได้โทรศัพท์มาหาลูกชายเพื่อจะให้ไปทานอาหารแต่ก็โทรไม่ ติดจึงได้มาดูที่บ้านและพบว่าไฟที่บ้านปิดก็เลยปีนขึ้นบันได้ด้านหลังบ้าน และเปิดไฟพบว่าลูกนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนบ้านดังกล่าว

Share:

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

จับโชเฟอร์ฉกเงิน 9.2 ล้านแบงก์กรุงไทย อ้างฉายเดี่ยว ยึดเงินคืน 8.9 ล้าน

กรณี 3 พนักงานรถขนเงินธนาคารกรุงไทย นำเงินสด 27 ล้านบาทจากกรุงไทย สาขาข่วงสิงห์ จ.เชียงใหม่ ขึ้นรถตู้ไปที่ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ริม ก่อนจอดรถไว้ใต้ถุนธนาคาร แล้วพากันออกไปกินข้าว แต่เมื่อกลับมาที่รถกลับพบว่าเงินสด 9.2  ล้านบาทที่ใส่ถุงไว้ 3 ใบหายไป โดยตำรวจโรงพักแม่ริมได้ออกหมายจับ 2 ใน 3 พนักงานขับรถขนเงินคันเกิดเหตุ ซึ่งสงสัยว่าจะมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว ความคืบหน้า วันนี้ (19 มี.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวน บชภ.5  ได้จับกุม นายสุเมธ เลิศภาณุพัฒน์ ซึ่งเป็นคนขับรถของธนาคารกรุงไทยเช่นกัน แต่เป็นคนละคันกับที่เกิดเหตุ โดยจับกุมได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหา ในอ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง เงินสด 8.9 ล้านบาท ที่ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ในบ้านพักหลังดังกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภ.5  เปิดเผยว่า สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นผู้ขโมยเงินจากรถขนเงินคันดังกล่าวจริง และทำเพียงคนเดียว โดยใช้รถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ขฉ 5708 เชียงใหม่ ของตัวเองเป็นพาหนะในการก่อเหตุและขนเงินหลบหนี โดยวันเกิดเหตุได้วางแผนขับรถเก๋งไปจอดขวางจุดที่รถขนเงินจะต้องเข้าจอดประจำ ซึ่งจุดนั้นจะมีกล้องวงจรปิด ทำให้รถขนเงินไม่สามารถเข้าจอดได้ จึงต้องขับไปจอดในจุดอื่นที่ไม่มีกล้องวงจรปิดคอยจับภาพ จากนั้นจึงอาศัยจังหวะที่พนักงานรถขนเงินทั้งหมดไปกินข้าว ใช้ความชำนาญเกี่ยวกับระบบรถขนเงิน ลงมือฉกเงิน 9.2 ล้าน ใส่รถขับหลบหนีไป อย่างไรก็ดี ทางตำรวจกำลังเร่งขยายผลว่ามีคนอื่นรู้เห็นอีกหรือไม่ และขณะนี้กำลังควบคุมตัว นายสุเมธ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำตัวไปแถลงข่าวต่อไป.
Share:

จักรยานยนต์พุ่งเสยท้ายสิบล้อพ่วงเลี้ยวเข้าโรงงานตาย1เจ็บ1

เมื่อเวลา 03.00น.  วันที่ 19 มีนาคม 2556  ร.ต.ต. ณัฏฐพล อุดน้อย ร้อยเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วงมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตให้มาตรวจสอบ  ที่เกิดเหตุถนนเลียบคลองสาม หน้าบริษัท รังสิตรีไซเคิล จำกัด เลขที่ 25/5 หมู่ที่ 10 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง  หน่วยกู้ชีพบัวเพชร แพทย์เวรร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นมีโอสีดำ หมายเลขทะเบียน มมค 495 กทม.ล้มคว่ำอยู่กลางถนนสภาพด้านหน้ารถพังยับเยินชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์กระเด็นกระจัดกระจาย ใกล้กันพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน1รายซึ่งเป็นผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ทราบชื่อต่อมานายธนพล  เสนีวงศ์ อายุ 17ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/76 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีบาดแผลถลอกตามร่างกายกู้ชีพบัวเพชรนำส่งร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ใกล้กับพบผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตอยู่บริเวณกลางถนนในลักษณะคว่ำหน้าศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ แขนขาทั้งสองข้างหัก ทราบชื่อผู้ตายเพียงชื่อเล่นนายเบส อายุ20ปี ห่างกันเล็กน้อยพบรถบรรทุกพ่วง18ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาวหมายเลขทะเบียนตัวแม่ 81-4436 เพชรบูรณ์ ลูกพ่วง 80-3482 เพชรบูรณ์ จอดอยู่ริมทางบริเวณไฟเลี้ยวด้านขวาท้ายรถมีร่องรอยการถูกชนจนได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบนายสมบูรณ์  ศรีจันทร์ อายุ39ปี ผู้ขับขี่รถพ่วงยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่

นายสมบูรณ์  ศรีจันทร์ อายุ39ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ ต.นางั่ว อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วงให้การว่า ตนได้ขับรถบรรทุกกระดาษใช้แล้วมาเต็มคันรถจากจ.เพชรบูรณ์ เพื่อนำมาส่งที่โรงงานรังสิตรีไซเคิลจำกัด เมื่อมาถึงหน้าโรงงานตนกำลังชะลอความเร็วรถลงเพื่อเลี้ยวเข้าโรงงานจู่ๆก็มีรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายอย่างแรงจนได้ยินเสียงดัง จึงจอดรถลงไปตรวจสอบก็พบมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบพร้อมประสานหน่วยกู้ภัย

ทางด้าน ร.ต.ต.ณัฏฐพล อุดน้อย ร้อยเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้เชิญตัวผู้ขับขี่รถยนต์สิบล้อพ่วงไปสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมทั้งให้อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป
   
Share:

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

วัยรุ่นซ่ารุมสกรัมชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 01.40น. วันที่ 18 มีนาคม 2556  พ.ต.ท.ธนะวัฒน์  สุมานัส สารวัตรเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง รับแจ้งมีชายชาวต่างชาติถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บให้มาตรวจสอบ ที่เกิดเหตุภายในซอยโรงแรมแมนฮัตตั้น หน้าร้านปิ่นทองเครื่องเขียน เลขที่49/17-18 หมู่ที่14  ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยกำลังตำรวจสายตรวจและอาสาสมัครร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบชายชาวต่างชาตินั่งอยู่บริเวณหน้าร้านเครื่องเขียน จากการตรวจสอบพบถูกทำร้ายร่างกายถูกทำร้ายด้วยอาวุธหมัด มีบาดแผลบริเวณฉีกขาดบริเวณคิ้วซ้ายเป็นแผลยาวประมาณ2ซ.ม.มีเลือดกำเดาไหล และมีบาดแผลบริเวณข้อศอกด้านขวา ทราบชื่อคือ  MR Dijk   Nicolaas A  อายุ 47ปี สัญชาติเนเธอร์แลนด์   โดยมีนายวัลลภ   กาญเกษม อายุ 30 ปี พลเมืองดีช่วยเป็นล่ามในการสนทนา อาสาสมัครร่วมกตัญญูทำการปฐมพยาบาลแล้วนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

นายวัลลภ พลเมืองดีทำหน้าที่ล่าม เปิดเผยว่า จากการสนทนาทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บได้มาพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแมนฮัตตั้นได้เป็นวันที่สาม ขณะเกิดเหตุผู้บาดเจ็บกำลังเดินไปเที่ยวสถานบันเทิงที่มีอยู่ด้านท้ายซอยแมนฮัตตั้น หลังจากนั้นเมื่อเดินมาถึงบริเวณหน้าร้านโบล์เกมส์ได้ถูกวัยรุ่นขับขี่จยย.รุมทำร้ายร่างกายก่อนหลบหนีไป

ผู้เห็นเหตุการณ์อีกรายหนึ่งซึ่งเป็นพ่อค้าใกล้เคียงที่เกิดเหตุพบว่า ชายชาวต่างชาติกำลังเดินมุ่งหน้าท้ายซอยโรงแรมแมนฮัตตั้นซึ่งมีสถานบันเทิงจำนวนมาก เมื่อเดินเท้ามาถึงหน้าร้านโบล์เกมส์อินเตอร์เนตได้มีวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน3-4คัน ประมาณ6คน โดยมี3คนลงมารุมทำร้ายก่อนหลบหนีไปทางถนนพหลโยธิน

พ.ต.ท.ธนะวัฒน์  สุมานัส สารวัตรเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางพร้อมทั้งสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อหาสาเหตุในการก่อเหตุในครั้งนี้เพื่อติตดามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
     
Share:

นักศึกษาอดีตรองแชมป์ความจำประเทศไทย ช็อกดับคาร้านคอมพ์

เมื่อเวลา 01.45 น. วันที่ 18 มี.ค. ร.ต.ท.พิเชษฐ์ แสงหาชัย พงส.สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตคาร้านเกมส์ ไม่มีชื่อ เลขที่ 30 ซ.รามคำแหง 24 แยก 14 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น บริเวณชั้นล่างเปิดเป็นร้านเกมส์คอมพิวเตอร์จำนวน 30 เครื่อง พบศพนายเอกรินทร์ มะลิวัลย์ อายุ 22 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 9 ซ.เทศบาล ถ.สายไร่ทาม-สงเปือย ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย จ.เลย นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง และเคยคว้ารองชนะเลศอันดับ 2  การแข่งขันความจำชิงแชมป์ประเทศไทย ระดับบุคคลทั่วไปปี 2555 สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดฟุตบอลแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวผ้าร่มสีดำ นอนเสียชีวิตอยู่กลางร้าน จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลตามร่างกาย บนโต๊ะของผู้ตายยังพบหนังเรียนภาษาอังกฤษ พร้อมแฟลชไดร์ฟและแผ่นซีดีจำนวน 1 แผ่นวางไว้อยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ

จากการสอบสวนพนักงานร้านเกมส์ดังกล่าวทราบว่า ผู้ตายได้เข้ามาที่ร้านเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 17 มี.ค. จากนั้นก็ขอเปิดใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 1 เครื่องเพื่อทำรายงาน ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 00.40 น. วันที่ 18 มี.ค.  ทางพนักงานของร้านสังเกตเห็นผู้ตายนั่งนิ่งคอตกอยู่บนเก้าอี้จึงเดินไปเรียก แต่ทันทีที่เดินเข้าไปสะกิดผู้ตายก็ได้ล้มลงกับพื้น เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า ผู้ตายอาจจะพักผ่อนไม่เพียงพอเลยทำให้เกิดหัวใจวายเฉียบพลัน หรืออาจจะเกิดจากโรคประจำตัว อย่างไรก็ตามจะได้นำศพส่งสถาบันนิติเวชรพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนเรียกญาติมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป
 
Share:

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2556

กวาดล้างแผ่นหนังเถื่อนและลามกอนาจาร

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (16 มี.ค.) พ.ต.ท.บุญโชค ยันต์วิเศษ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา สตช.  พ.ต.ท.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล สว.สส.สน.พลับพลาไชย 1 พร้อมพวก ลงพื้นที่ตลาดคลองถม ถนนวรจักร แขวงและเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กวาดล้างแผงค้าดีวีดีภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์และลามกอนาจาร โดยสามารถจับกุมผู้ค้าแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ 10 ราย ยึดของกลาง เป็นแผ่นดีดวีดี ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์และลามกอนาจาร จำนวน 30,000 แผ่น รวมมูลค่าความเสียหายนับแสนบาท  พ.ต.ท.บุญโชค เปิดเผยว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ่้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่า มีการค้าขายซีดี ดีวีดี ภาพยนตร์ผิดลิขสิทธิ์จำนวนมากในบริเวณดังกล่าวจึงประสานพื้นที่เข้ากวาดล้างจับกุมผู้ต้องหา 10 คน แบ่งเป็นชาย 5 คน และ หญิง 5 คน  สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาต่างให้การว่าเป็นเพียงลูกจ้างดูแลร้าน
เบื้องต้นจึง แจ้งข้อหา”ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายภาพยนตร์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าพนักงาน” “มีไว้ซึ่งวีซีดีและดีวีดีที่ไม่ผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อจำหน่ายอันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2552 มาตรา43” และ”เพื่อประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้าเพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงแก่ประชาชนซึ่งภาพยนตร์อันลามก” จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.พลับพลาไชย 1 แจ้งข้อหาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
Share:

ขัดแย้งธุรกิจมืดตามยิงถึงห้องพักเสียชีวิต


เมื่อเวลา  14.00 น.วันที่ 16 มี.ค. พ.ต.ท. อาวุธ อุดมรัตน์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.สำเหร่ รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายภายในโรงแรม เวนิส โฮเต็ล ซอยเจริญนคร 35  แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุรเดช เด่นธรรม พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ขำคง. รองผบก.น.8. พ.ต.ท.บวร สุภิสิงห์ สว.กก.สส.บก.น.8. ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.จุฬา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมม่านรูด 3 ชั้น จุดเกิดเหตุอยู่ภายในห้องนั่งเล่นภายในหมายเลขห้อง A2 ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องสูทขนาด 2 เตียง พบศพ นาย ไพรัตน์ รอดอุสาห์ อายุ 46 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด  9 มม. ที่หน้าอกด้านซ้าย ทะลุสีข้างซ้าย นอนตะแคงข้างเสียชีวิต จมกองเลือดข้างโต๊ะกินข้าว ในที่เกิดเหตุพบ ปลอกกระสุนขนาดเดียวกัน 2 ปลอกและหัวกระสุนฝังคากำแพงห้องน้ำ 1 หัว และโทรศัพท์มือถือ  นอกจากนี้  พบ ยาไอซ์น้ำหนัก 5 กรัม บรรจุซองพลาสติกใสขนาดเล็ก พร้อมอุปกรณ์การเสพ  ขวดน้ำ บนโต๊ะอาหารพบสำรับข้าวกระจายเกลื่อน สอบสวนเบื้องต้น นายรุ่งโรจน์ สำเภาดี อายุ40 ปี พนักงานต้อนรับของโรงแรม ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา พบผู้ตายกับเพื่อนขับขี่รถจยย.ยามาฮ่า โนวา สีเหลือง ทะเบียน ปตท 449 กทม. ซ้อนท้ายกันเข้ามาเปิดห้องพักที่เกิดเหตุ กระทั่งช่วงเช้ามืดวันนี้ พบเพื่อนผู้ตายออกจากจากห้องพัก ก่อนที่ผู้ตายจะตามไปในช่วงสาย แล้วย้อนกลับเข้ามาเพียงคนเดียว ในช่วงบ่าย จากนั้น ประมาณ 10 นาที คนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ60 ปี สวมเสื้อยืดแขนและกางเกงขาสามส่วนสีขาว จึงขับขี่รถจยย. มาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้าไปหาผู้ตายในห้อง สักพักจึงได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ก่อนคนร้ายจะวิ่งออกจากห้องขึ้นรถจยย.ขับขี่หลบหนีไป ตนและพนักงานยจึงรีบวิ่งเข้าไปดูในห้อง และพบผู้ตายเสียชีวิตในลักษณะดังกล่าว จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ
ด้านนายกรกฏ รอดอุส่าห์ อายุ 43 ปี น้องชายผู้ตายให้การว่า ปกติพี่ชายทำงานให้กับนายจรัส หรือศักดิ์ ติงลี่ ซึ่งเป็นเจ้ามือโต๊ะรับพนันบอล หวยปิงปอง และธุรกิจผิดกฎหมายอีกหลายอย่าง โดยพี่ชายจะเปรียบเสมือนมือขวา ที่นายศักดิ์ให้ความไว้วางใจเป็นพิเศษ จึงไม่ทราบสาเหตุว่าเหตุใดจึงต้องยิงฆ่าพี่ชายตน ส่วนเรื่องประเด็นที่พี่ชายถูกระบุว่าเกี่ยวข้องพัวพันกับยาเสพติดตนไม่ทราบ  ด้าน พ.ต.ท. อาวุธ เผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและเพื่อนได้ เปิดห้องพักที่เกิดเหตุ และเดินทางเข้า-ออก โรงแรมหลายครั้ง กระทั่งช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ หลังผู้ตายกลับเข้ามาที่ห้องพักเพียงคนเดียว นาย จรัส แย้มวงศ์เดือน หรือ”ศักดิ์ ติ่งลี่ ”อายุ 62 ปี ได้ตามผู้ตายเข้าไปในห้องพักก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จากนั้น นายจรัส จึงรีบวิ่งหนีออกจากห้องไปขึ้นรถจยย.หลบหนีไป  แนวทางการสืบสวนทราบว่า นาย สมจรัส แย้มวงศ์เดือน หรือ”ศักดิ์ ติ่งลี่ ” เป็นขาใหญ่ย่านฝั่งธนบุรี มีทั้งกิจการโต๊ะบอล ยาเสพติดและธุรกิจผิดกฎหมาย ส่วนผู้ตายเป็นลูกน้องคนสนิทของ นาย สมศักดิ์ เองในชั้นนี้คาดว่าสาเหตุที่ฆ่ากันตายน่าจะมาจากเรื่องขัดผลประโยชน์ธุรกิจบางอย่าง เนื่องจากตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์พบว่านายจรัสได้โทรเข้าเครื่องผู้ตายหลายครั้งเพื่อตกลงปัญหา และไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้นายศักดิ์ ไม่พอใจจึงตามมายิงผู้ตาย อย่างอุกอาจเช่นนี้ อย่างไรก้ตามชุดสืบสวนจะได้ติดตามจับกุมนายจรัสมาดำเนินคดีต่อไป.
Share:

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556

"ภ.1"ลุยตรวจผับดังย่านรังสิตจับนักเที่ยวพกปืน-มีด

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 16 มี.ค. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ทวิชาติ พละศักดิ์ ผบก.บก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ตระกูล เกลียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนกว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นสถานบันเทิง "โซดิแอคผับ" ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดที่อยู่ในพื้นที่

เมื่อไปถึงพบว่าร้านดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา และด้านในยังเปิดให้บริการพร้อมกับเปิดเพลงเสียงดังสนั่น มีนักเที่ยวทั้งชายหญิงกำลังดื่มสุราและเต้นตามเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจึงสั่งให้ปิดเสียงเพลงและเปิดไฟ ก่อนจะประกาศให้นักเที่ยวอยู่ในความสงบ พร้อมทั้งทำการตรวจบัตรประชาชนและสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบปัสสาวะสี่ม่วงจำนวน 3 ราย พกพาอาวุธมีด 1 ราย และไปตรวจสอบรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณหน้าร้านยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์อีก 1 กระบอก
พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นในครั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายของผบ.ตร.และนโยบายของทางตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งจะออกตรวจตามสถานบันเทิงในพื้นที่ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด และจากการตรวจสอบวันนี้เบื้องต้นพบปัสสาวะสีม่วงในกลุ่มนักเที่ยวจำนวน 3 รายซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้เสพยามาก่อนหน้านี้ จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดี และยังพบนักท่องเที่ยวพกอาวุธมีดและพบอาวุธปืนที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จึงควบคุมตัวเจ้าของมีดและปืนไปสอบสวนพร้อมกับแจ้งข้อหาเช่นเดียวกัน นอกจากนี้จากการตรวจสอบใบอนุญาตผู้ประกอบการสถานบันเทิงยังพบว่าหมดอายุอีกด้วย จึงได้สั่งการให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่คณะของผบช.ภ.1 กำลังจะกลับนั้น ได้มีรถยนต์ยี่ห้อ แดวู สีเทา ทะเบียน วณ 9113 กรุงเทพมหานคร โดยมีคนขับทราบชื่อต่อมาคือนายศิรสิทธิ์ ใบศลสกุณี อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 194 ซอยช่างอากาศอุทิศ 10 แยก 1-2-2 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง พร้อมหญิงสาวนั่งคู่มาด้วยขับเข้ามาบริเวณลานจอดรถหน้าร้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พยายามถอยรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงทำการสกัดพร้อมขอตรวจค้น จากการตรวจค้นอย่างละเอียดพบยาไอซ์จำนวน 2 กรัม ซุกซ่อนอยู่ที่บริเวณใต้คอลโซลหน้ารถ และเงินสดในกระเป๋าอีกจำนวน 39,000 บาท  จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไ
Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive