ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – ลง Driver 300 บาท ซ่อมปกติเป็น 1000 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

WEBSITE DESIGN TEL 095-954-4524

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ซิ่งเก๋งไล่ยิงเด็กแว้นเมืองพัทยาดับ1สาหัส2

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผกก.ป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นแก๊งซิ่งรถจักรยานยนต์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากซอยสุขุมวิทพัทยา 41/2 บริเวณหน้าร้านดีฟาร์มาซี ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ เมืองพัทยา
ในที่เกิดเหตุพบรถ จยย. แบบแต่งซิ่ง จำนวน 3 คัน ล้มคว่ำอยู่บนถนน โดยพบหัวกระสุนขนาด .38 ตกอยู่จำนวน 1 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบผู้ถูกอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ยิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนอนจมกองเลือด จำนวนทั้งหมด 3 ราย ทราบชื่อ นายรณชัย พรมสวัสดิ์ อายุ 19 ปี ถูกยิงเข้าที่ ขาขวา 1 นัด นายธีระพัฒน์ เกศแก้วเกลี้ยง อายุ 15 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณกลางหน้าผาก กระสุนฝังใน และ นายทรงอภิรัตน์ แก้วคมตรง หรือฉายาแจ็ค วัดธรรมสามัคคี อายุ 18 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณลำคอ 2 นัด จึงนำส่ง รพ.บางละมุง แต่ภายหลัง นายทรงอภิรัตน์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบสวน นายธงชัย บุญล้อม อายุ 21 ปี หัวหน้าแก๊งซิ่ง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมกับน้องๆในกลุ่ม จำนวนประมาณ 40 คน ซึ่งรวมถึงผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตด้วย ได้นัดกันมารวมตัวเพื่อซิ่งรถเที่ยวยามราตรีที่ชายหาดบางแสน กระทั่งขากลับมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายเป็นชาย ขับรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส สีขาว ฝากระโปรงสีดำ ผ่านมา โดยคนขับได้ลดกระจกลง แล้วชักปืนยิงสาดเข้าใส่กลุ่มของผู้ตายที่ขี่อยู่ท้ายขบวน จนไดัรับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกลว่า
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นฝีมือของวัยรุ่นคู่อริ ซึ่งเคยไปมีเรื่องกันมาก่อน หรืออาจเป็นเพราะมือปืนไม่พอใจที่กลุ่มผู้ตายขี่รถปาดหน้า หรือซิ่งรถกวนเมือง จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
Share:

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 083 -792 -5426


 บริการของเรา

-บริการซ่อมคอมพิวเตอร์
-บริการกล้องวงจรปิด
-บริการจานดาวเทียม
-บริการต่อเติมบ้าน
-บริการติดตั้งแอร์

ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ 083 -792 -5426 เริ่มต้นที่ 500บาท/เครื่อง
(ปล.ให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคชัย 4 )
ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอม

นอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อม บริการด้านไอทีอื่นๆ...


บริการติดตั้งโปรแกรมแบบ Online ทั่วประเทศ

ไม่ว่าจะ Microsoft office , adobe , autocad ๆลๆ

ขั้นตอนการใช้บริการ
1.ติดต่อแจ้งความประสงค์ของลูกค้า call 083-792-5426
2.สรุปราคาค่าบริการ และแจ้งลูกค้า ค่าบริการเบื้องต้น 500 บาทต่อเครื่อง
3.โอนเงินค่าบริการ และส่งหลักฐานการโอนเงินมาทาง Line ID : www.becomz.com
4.Download โปรแกรม TeamViewer และเปิดโปรแกรม Download TeamViewer
5.แจ้ง ID และ Password TeamViewer มาทาง Line ทางเราจะดำเนินการให้ทันที

ปล.หากติดตั้งโปรแกรมไม่สำเร็จยินดีโอนเงินคืนลูกค้า

Share:

เหยื่อคดีชนแล้วหนีวอนขอกระดูกมาทำบุญ

วันนี้ (19 ส.ค.55) ที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายวิโรจน์ โภคทรัพย์  อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 บ้านปวงตึก หมู่11 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ หายตัวไปตั้งแต่คืนวันที่ 19 ก.ค.55 หลังมีผู้พบเห็นว่า ได้เกิดอุบัติเหตุถูกรถเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของนายวิโรจน์จนล้มลงที่บริเวณถนนสุรินทร์-สังขะ กม.6 ใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้านปวงตึกฯ ซึ่งพลเมืองดีกำลังจะเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์ รถยนต์ที่วิ่งสวนมาด้วยความเร็ว ได้ชนลากหายตัวไปพร้อมกับความมืด หลังจากเกิดเหตุครอบครัวและญาติพี่น้องต่างได้พากันออกตามหาทุกแห่งหนแต่ก็ไร้วี่แวว จนถึงวันนี้ 19 ส.ค. เป็นวันที่ครบรอบ 1 เดือนเต็มของงการหายตัวไปของนายวิโรจน์ ซึ่งยังไร้วี่แวว ขณะที่ครอบครัวของผู้สูญหายก็ยังข่มตาไม่หลับ หวังเพียงลึกๆในใจว่านายวิโรจน์จะยังคงมีชีวิตอยู่ หรืออย่างน้อยก็ได้เพียงศพหรือกระดูกกลับมาทำบุญที่บ้านตามประเพณี

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่  84 บ้านปวงตึกหมู่ 11 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ ของนายนายวิโรจน์  ได้พบกับนางสาวมาลี ช่อเพชร อายุ 49 ปี ภรรยา พร้อมด้วยลูกสาว ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านจำนวนมาก ที่ยังคงเดินเข้ามาให้กำลังใจครอบครัวนายวิโรจน์ทุกวัน ตลอด 1 เดือนเต็มตั้งแต่นายวิโรจน์หายตัวไป ซึ่งทุกคนยังคงรอความหวังว่าจะได้พบศพหรือกระดูกนายวิโรจน์กลับคืนมาทำบุญตามประเพณีและคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามคดี และประสานเพื่อขอเปิดดูกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้ เพราะทราบข่าวว่ามีคนพบเห็นรถกระบะสีแดง มีคอกหรือกรงเหล็กที่กระบะหลัง ลากศพห้อยโตงเตงด้านหลังรถเข้าไปในพื้นที่ อ.สังขะ ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุกว่า 60 กิโลเมตร อีกทั้งเพื่อคลี่ปมการสูญหายว่ารถคันดังกล่าวนำศพไปอำพรางไว้ที่ใด


ทางด้าน นางสาวมาลี   ช่อเพชร อายุ 49 ปี  ภรรยายนายวิโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ทำบุญไปแล้ว 1 ครั้ง ทุกวันนี้ยังคงนอนไม่หลับ และยังทำใจไม่ได้  ในใจลึกๆ ยังคาดหวังว่าสามีจะยังมีชีวิตอยู่ และหากเสียชีวิตแล้วก็ยังคงคาดหวังว่าจะได้พบศพหรือนำกระดูกกลับมาทำบุญที่บ้าน ซึ่งความหวังสุดท้ายก็คงต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่อาจจะนำไปสู่การคลี่คลายปม.
Share:

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สุดโหดจ่อยิง”บอย คลองสะแก”โจ๋กรุงเก่าดับกลางซอย


วันนี้ ( 10 ส.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. พ.ต.ท.วสันต์ ทิพยรัตน์  สว.เวร สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายในซอยน้องแดง ม.1 ต.ธนู จึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยพล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.ยพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ธนพล โพธิสุข ผกก.สภ.อุทัย ชุดสืบสวนและหน่วยกู้ภัยสมาคอยุธยารวมใจ ไปยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นถนนในซอยหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอิเลเว่น ก่อนถึงวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครศรีอยุธยา มีประชาชนโดยเฉพาะพนักงานโรงงานเดินออกไปทำงานจำนวนมาก พบศพนายธวัชชัย คล้ายอ่อน อายุ 25 ปี หรือรู้จักกันในนาม บอย คลองสะแก บ้านอยู่ 11 ม. 4 ต.คลองสะแก อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา  สวมเสื้อเชิตสีขาวกางเกงยีนส์สีดำ นอนเสียชีวิตในลักษณะคร่อมอยู่กับ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวป 125 สีน้ำเงิน ทะเบียน ขตร 171 พระนครศรีอยุธยา
สอบสวนน.ส.พรทิพย์  ศิริพิน อายุ 24 ปี บ้านอยู่ ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ซึ่งมากับผู้เสียชีวิตและยืนอยู่ในอาการตกใจในร้านสะดวกซื้อ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ไปเที่ยวที่ร้านอาหารหม่ำหม่ำในย่านตลาดแกรนด์ ต.ธนู จากนั้นผู้เสียชีวิตมีอาการมึนเมา น.ส.พรทิพย์ จึงอาสาขี่จยย.พาไปรับประทานข้าวต้มต่อใกล้กับร้าน จากนั้นก็ขี่พามาแวะซื้อของที่เซเว่นอีเลเว่น ไม่กี่นาทีปรากฏว่ามี รถยนต์ปิกอัพสีดำไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนวิ่งมาจอดประกบ คนที่นั่งมาในรถข้างคนขับได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิง 2 นัดจนผู้เสียชีวิตล้มลง จากนั้นก็ขับรถออกไปอย่างใจเย็น เบื้องต้นจนท.สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นคนที่มาชอบพอกับน.ส.พรทิพย์ หรือเป็นคู่อริเก่า หรือมีเรื่องธุรกิจผิดกฎหมาย นอกจากนี้ พ.ต.อ.ธนพล ยังเปิดเผยว่าผู้เสียชีวิต ไม่มีอาชีพการงานอะไร และชอบมีเรื่อง มีประวัติเป็นขาโจ๋ที่เคยมีเรื่องยิงปืนใส่รถจนท.ตำรวจที่ร้านอาหารหม่ำๆ และเคยถูกตำรวจจับในคดีอาวุธปืนด้วย ซึ่งจนท.จะได้สืบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป
Share:

ตร.กรุงเก่าระดมจับต่างด้าวนับร้อยราย


เมื่อเวลา    07.00 น.วันที่   10 สค   พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม  ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภจว.พระนครศรีอยุธยา และตำรวจสืบสวน 16 อำเภอ ระดมกำลังกวาดล้างแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้นำกำลังตำรวจ 30 นายเข้าปิดล้อมตรวจค้น โรงงานผลิตปุ๋ย ตราม้าบิน ต.บ่อโพง อ.นครหลวง พบแรงงานต่างด้าวจำนวน 40 คนเป็นชาวพม่า และกัมพูชา ชาย 30 คนหญิง 8 คนและเด็ก 2 คน กำลังเข้าทำงาน จึงทำการควบคุมตัวตรวจสอบเอกสาร นอกจากนี้ในส่วนของต่างอำเภอก็สามารถจับกุมได้ รวมทั้งสิ้นกว่า 100 คน หลังจากนี้ก็จะทำการผลักดันกลับประเทศตนเองต่อไป
พล.ต.ต.อนุรักษ์  หลังจากที่มีกระแสข่าวด้านคนงานต่างด้าวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมเป็นประจำ จึงได้มีมาตรการคัดกรองและป้องกัน ด้วยการเน้นย้ำให้แรงงานต่างด้าวที่มีเอกสาร ต้องขึ้นทะเบียนถูกต้อง เพื่อสะดวกต่อการดูแลควบคุม และติดตามเมื่อเกิดเหตุขึ้น
Share:

ยุบอีก!กลางซอยสุขุมวิท31ใกล้บ้าน"มาร์ค"


เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 ส.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุพื้นผิวถนนยุบตัว บริเวณใกล้แยกสวัสดี ซอยสุขุมวิท 31 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านนายอภิสฃิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ไม่มากนัก พบพื้นผิวถนนข้างทางเท้ายุบตัวกว้าง 1 เมตร ยาวตลอดแนวทางเท้ากว่า 6 เมตร ลึก 1 เมตร ทำให้การจราจรบริเวณซอยดังกล่าวติดขัดเป็นอย่างมาก
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในพื้นที่ ทราบว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาที่เกิดเหตุได้มีการวางท่อประปา ของการประปานครหลวงแต่ยังไม่แล้วเสร็จ แล้วประกอบกับมีฝนตกลงมา ประกอบกับช่วงเช้ามีรถที่สัญจรไปมาจำนวนมาก จึงทำให้เกิดการยุบตัวจนมีรถเปล่าของโรงเรียนแห่งหนึ่งตกหล่มด้วย โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ซ่อมแซมจุดดังกล่าวแล้ว.
Share:

ระทึก!เครนยักษ์ถล่มทับโรงเรียนดังหวิดตายหมู่


เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 10 ส.ค. ร.ต.อ.ภูสิทธิ์ ชาญศรี พงส.(สบ1) สน.ดินแดง รับแจ้งเกิดเหตุเครนก่อสร้างพังถล่มมีผู้บาดเจ็บ ของโครงการคาซ่า  คอนโด ริมถนนอโศก-ดินแดง ใกล้แยกประชาสงเคราะห์ แขวงและเขตดินแดง จึงรีบไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ก่อสร้างคอนโดหรู 26 ชั้น พบเครนขนาดใหญ่พังถล่มล้มลงมากองอยู่บริเวณชั้น 6 โดยมีบางส่วนหักทับนั่งร้านและตัวอาคารบางส่วนจนเสียหายเศษปูนแตกหักปลิวกระจายไปตกใส่อาคารบ้านเรือนประชานชนในละแวกได้รับเสียหายนับสิบหลังคาเรือน ทั้งยังมีเหล็กเส้น 2 มัดหนักกว่า 10 ตัน ร่วงหล่นใส่โรงอาหารและโรงยิมของโรงเรียนแม่พระฟาติมา พังย่อยยับ โดยมีผู้บาดเจ็บเป็นแรงงานชาวต่างด้าว 3 ราย ซึ่งรายที่หนักสุดถึงขั้นขาขวาขาดสะบั้น นอกจากนี้ยังไม่ชายสูงวัยที่ขี่รถ จยย.ผ่านจุดเกิดเหตุถูกเศษปูนปลิวกระเด็นใส่ด้วย
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนขับเครนกำลังขนเส้นเหล็กมัดใหญ่ขนไปด้านบน แต่ระหว่างนั้นเส้นลวดสลิงที่ใช้ผูกโยงกลับขาดส่งผลให้เหล็กเส้นมัดใหญ่หนักนับสิบตันร่วงหล่นใส่อาคารของโรงเรียนแม่พระฟาติมา โชคดีที่ไม่มีนักเรียนอยู่ในบริเวณ หลังสลิงขาดตัวเครนเกิดแรงเหวี่ยงกลับอย่างแรงจนหักพังตั้งแต่ชั้น 13 โค่นลงมาอย่างรวดเร็วดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตัววิศวกรผู้ควบคุมไปสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.
Share:

นครบาลซิว 2 หนุ่มเครือข่ายยานรกภาคเหนือ ยึดของกลางได้เกือบครึ่งแสนเม็ด


เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (10 ส.ค.) พล.ต.ต.รัษฎากร ยิ่งยง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ชยุต รัตนอุบล รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.กมลสันติ กลั่นบุศย์ รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผกก.สส.บก.น.9 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายธนกฤษ สินสูงสุด อายุ 32 ปี และนายทินกร จันทร์มณี อายุ 22 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 40,000 เม็ด มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท พร้อมรถยนต์ฮอนด้า ทะเบียนป้ายแดงอีก 1 คัน ที่ใช้ในการส่งยาเสพติด โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าห้างโลตัส สาขาพระราม 2 ถนนพระราม 2 แขวง-เขตแสมดำ
 
พล.ต.ต.รัษฎากรเปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เป็นเครือข่ายค้ายาบ้าทางภาคเหนือ โดยมีนายขวัญ ไม่ทราบนามสกุล เป็นหัวหน้าแก๊ง ซึ่งรู้จักกันในเรือนจำกลางจังหวัดลำปาง โดยว่าจ้างให้ไปรับยาบ้าจากย่านลาดพร้าวไปส่งให้ลูกค้าที่ห้างโลตัสพระราม 2  เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้ดังกล่าว ส่วนนายขวัญไหวตัวทันหลบหนีไปได้หวุดหวิด โดยตนเพิ่งทำเป็นครั้งแรก นอกจากนี้นายทินกรเคยถูกต้องโทษคดีฆ่าคนตายอีกด้วย ซึ่งจะขยายผลตามจับนายขวัญมาดำเนินคดีต่อไป.  
Share:

หนุ่มใหญ่ร้องขอความเป็นธรรมถูกสื่อเผยแพร่ภาพ – ชื่อ โยงคดียาบ้า


จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) นำกำลังไล่ล่าแก๊งค้ายาเสพติด มาจนมุมที่บริเวณหน้าฐานทัพอากาศดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต ก่อนจะวิสามัญคนร้าย 1 คน เสียชีวิตภายในรถคือนายพล ชัยยะพันโท สัญชาติลาว และตรวจค้นยาบ้าได้กว่า 3 แสนเม็ด ส่วนคนร้ายอีก 2 คน ที่มาด้วยกัน อาศัยช่วงชุลมุน กระโดดหนีเข้าไปในพงหญ้ากว้าง ก่อนจะยอมมอบตัวในที่สุดนั้น ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (10 ส.ค.)  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายประสงค์ สุทธิชนโสภากุล อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 ซอยทวีวัฒนา 19/1 ถนนทวีวัฒนา แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. ได้เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าวประจำบช.น. ว่า ถูกสื่อมวลชนนำชื่อและภาพถ่ายไปเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์  ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ายาเสพติด ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกสังคมกล่าวหาว่าเป็นคนไม่ดี เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี 2554 ได้ทำบัตรประชาชนหายไป คาดว่ากลุ่มคนร้ายคงจะเก็บได้แล้วเอาไปใช้ในกระทำความผิด พร้อมทั้งนำหลักฐานเป็นภาพบัตรประชาชนตัวจริงมาแสดงแก่สื่อมวลชนด้วย

นายประสงค์เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเป็นพนักงานของบริษัทดิจิตอลคอม จำกัด ย่านเพลินจิต ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัย การติดตั้งกล้องวงจรปิด เมื่อวันที่ 8 ส.ค เพื่อนของตนได้โทรศัพท์มาหาพร้อมกับสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ข่าวว่าหลบหนีคดียาเสพติดอยู่ ตนจึงตอบไปว่าไม่ได้หลบหนี ยังใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวและทำงานตามปกติ และไม่ได้ค้ายาเสพติดด้วย ซึ่งเพื่อนได้บอกว่าโทรทัศน์หลายช่องลงภาพใบหน้าและมีการเอ่ยชื่อของตน ส่วนหนังสือพิมพ์ก็ลงชื่อของตนว่าอยู่ในขบวนการค้ายาเสพติด แต่หลบหนีอยู่ ตนจึงเปิดอินเทอร์เน็ตและหาข่าวจากหนังสือพิมพ์ รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความที่สน.ตลิ่งชัน เพื่อแสดงตัวก่อนเนื่องจากใกล้บ้าน อีกทั้งกลัวว่าจะถูกวิสามัญฆาตกรรม จากนั้นทางตำรวจสน.ตลิ่งชันได้แนะนำให้ตนเดินทางไปแสดงตัวและหลักฐานที่บช.ปส. ตนจึงเดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.พงศกร อนันตยศกรกิจ พงส.(สบ3) กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บก.ปส.3 เพื่อชี้แจงว่าก่อนหน้านี้ตนได้ทำบัตรประชาชนหายไป และทำบัตรใหม่แล้วเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2554 อาจจะถูกนำบัตรไปใช้แอบอ้าง
จากนั้นพ.ต.ท.พงศกร ได้ให้ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวมาชี้ตัวว่าตนอยู่ในขบวนการด้วยหรือไม่ ซึ่งผู้ต้องหาบอกว่าไม่ใช่ อีกทั้งตำรวจไม่ได้จับกุมตน เพราะรู้ว่าไม่เกี่ยวข้อง ในวันเกิดเหตุตำรวจพบบัตรประชาชนของตนอยู่ในรถของผู้ต้องหา ทางตำรวจจึงไปนำข้อมูลของตนจากทะเบียนราษฎร์ออกมาเพื่อเตรียมขยายผล โดยที่ไม่ได้แจกจ่ายให้กับผู้สื่อข่าว เพราะยังไม่แน่ใจว่าตนจะมีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ แต่ปรากฏว่าผู้สื่อข่าวแอบมาถ่ายภาพดังกล่าวไปกันเอง และเอาไปนำเสนอ ตำรวจจึงบอกให้ตนไปร้องเรียนกับสื่อมวลชน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ตนถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี ลูกชายไปโรงเรียนไม่ได้ ทั้งนี้ไม่ได้คิดที่จะฟ้องร้องแต่อย่างใด แต่อยากขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนให้ช่วยแก้ข่าวให้ด้วย.
Share:

ตำรวจพิษณุโลกเปิดศูนย์รับแจ้งตรวจสอบตรวจทุจริตจำนำข้าว


ตำรวจพิษณุโลกเปิดศูนย์รับแจ้งตรวจสอบตรวจทุจริตจำนำข้าว เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธร จังหวัดพิษณุโลก พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กล่าวแถลง เปิดศูนย์ปฏิบัติการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตการรับจำนำข้าว การเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันสาธารณภัยและการใช้จ่ายเงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมรับเรื่องราวร้องทุกข์และการแจ้งเบาะแสการทุจริต ว่า หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับนโยบายจากรัฐบาลให้ทำงานสืบสวนสอบสวนร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบ การทุจริตการรับจำนำข้าว การเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันสาธารณภัยและการใช้จ่ายเงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของ จ.พิษณุโลก ทางตำรวจภูธรจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ฯพร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปประจำโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 แห่ง ในพื้นที่ 5 อำเภอของ จ.พิษณุโลก ประกอบด้วย อ.เมือง อ.พรหมพิราม อ.บางกระทุ่ม อ.บางระกำ และ อ.วังทอง พล.ต.ต.ธรรมนูญ กล่าวว่า สำหรับผลการปฏิบัติงานนั้นได้พบการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตการจำนำข้าวในลักษณะการสวมสิทธิการรับจำนำข้าว ในพื้นที่ อ.พรหมพิราม จำนวน 8 ราย 8 คดี ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดี ซึ่งทางตำรวจหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงและมีข้อมูลการทุจริตแล้วจะรีบดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ตามกฏหมายอย่างเฉียบขาดจริงจัง เพื่อป้องปรามและไม่ให้เป็นแบบอย่างในการทุจริต นอกจากนี้ยังได้มีการตรวจสอบการรับจำนำข้าวที่อาจส่อไปทางทุจริต อาทิ การทุจริตด้านความชื้น เครื่องช่างน้ำหนัก และการสวมสิทธิเพื่อให้โควต้าการจำนำของเกษตรกรเพิ่มขึ้นเฉพาะรายด้วย ส่วนการทุจริตการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันสาธารณภัยหากมีการร้องเรียนทางตำรวจก็จะเข้าไปร่วมตรวจสอบ เช่นเดียวกับคดีเกี่ยวกับการทุจริตการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการร้องเรียนผ่านสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และมีการตรวจสอบสืบสวนแล้วส่งเรื่องให้ทางตำรวจดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้มีเรื่องที่กำลังดำเนินการตรวจสอบ 6 คดี แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ทางตำรวจได้ส่งเรื่องให้ ปปช.ดำเนินการแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่ทราบการทุจริตสามารถแจ้งเบอร์โทรสายด่วน 191 หรือ เวปไซด์ www.plpolice.com หรือ โทรสายด่วน 1789 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive