ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – ลง Driver 300 บาท ซ่อมปกติเป็น 1000 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

WEBSITE DESIGN TEL 095-954-4524

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หนุ่มหล่อแต่งตัวหลากสไตล์ - สตาร์เทรนดี้


นั่งดูแบบเสื้อผ้าสาว ๆ กันมาก็เยอะจน “ก้อยโกะ” เอียนตาลายแล้ว วีคนี้เลยขอไปส่องเสื้อคุณผู้ชายกันบ้าง แหม!ทำให้ชีวิตดูมีสีสันกระชุ่มกระชวยขึ้นเยอะ งานนี้ขอบอกว่าไม่ธรรมดา หนุ่มหล่อหลายคน แต่งตัวหลายสไตล์มาให้ได้ชมกัน เอ้า!ไปดูกันเลยดีกว่าว่าแต่ละหนุ่มแต่งตัวแซบแค่ไหน             

กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ              
 
“กันมาในชุดกึ่งทางการ เสื้อด้านในเป็นเสื้อสีดำเรียบ ๆ แต่ด้านนอกเป็นสูทสีเทา-ดำ มีสีเหลืองคาดช่วยเพิ่มความสดใส คาดเข็มขัดหลุยส์วิตตอง ใส่กางเกงยีนเข้ารูปช่วยให้ดูทะมัดทะแมง สวมรองเท้าสีน้ำตาล ดูรวม ๆ แล้วโอเค”
ดัง-พันกร บุณยะจินดา             

“ดังมาในมาดเก๋ ๆ ด้านในใส่เสื้อสีดำธรรมดา สวมแจ๊กเกตหนังสีดำลวด ลายเก๋ สวมกางเกงยีนรัดรูปเน้นให้เห็นรูปร่าง ถือกระเป๋าแอร์เมสสีแดงแรงฤทธิ์ ใส่รองเท้าหนังสีน้ำตาล”

ตูมตาม-ยุทธนา เบื้องกลาง              

“ด้านตูมตามแต่งตัวเรียบร้อยเป็นทางการมากกว่าใครเพื่อน ด้านในสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ใส่สูทสีดำทับผูกโบไท สวมกางเกงสีน้ำตาลคาดเข็มขัดหลุยส์วิตตอง เสริมให้ชุดดูหรูหราไม่แพ้ใคร สวมรองเท้าสีน้ำตาลเข้ากับโทนสีกางเกงเป๊ะ ๆ”

ปูไข่-พงศ์สิรี บรรลือวงศ์               

“ปูไข่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ สวมแจ๊กเกตหนังสีน้ำตาล ดูเท่ไม่แพ้ใคร ใส่กางเกงยีนสีน้ำเงิน คาดเข็มขัดสีน้ำตาลเข้ากับแจ๊กเกตหนังเป็นอย่างดี ใส่รองเท้าสีน้ำตาลเข้ม โดยรวมแล้วแมตช์กับเจ้าตัวเป็นอย่างดี”

พีช-พชร จิราธิวัฒน์              

“เห็นหนุ่มคนนี้แล้วหล่อบาดใจจริง ๆ พีชสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน ทับด้วยสูทสีครีมดูเนี้ยบสุด ๆ สวมกางเกงสีดำ สวมรองเท้าหนังสีดำ หวีผมเก็บเรียบร้อย”             
ฮั่น-อิสริยะ ภัทรมานพ              

“ฮั่นมาแนวหล่อสดใส ด้านในใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว สวมแจ๊กเกตสีน้ำเงินอมฟ้าสดใส ติดโบไทโทนสีเดียวกับแจ๊กเกตเป๊ะ ๆ ใส่กางเกงสีดำ รองเท้าสีน้ำเงินอมฟ้าเข้ากับ
แจ๊กเกตเป็นอย่างดี”

แอมป์-สิริพงศ์ ชูศักดิ์สกุลวิบูล              

“แอมป์ใส่เสื้อเชิ้ตขาวด้านในสวมเสื้อยืดสีแดงทับและใส่แจ๊กเกตลายทางยาวสี น้ำเงิน-แดงทับอีกที สวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน รองเท้าบู๊ตสีขาว ชุดนี้ลงตัวดูดีไม่แพ้คนอื่น”.
ก้อยโกะ
Share:

'เนย' ขอควง 'ป๊อปปี้' ปั้น 'เค้ก ป๊อป' - ฟรีไทม์


ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเหลือเกิน วันนี้เราเลยชวน 2 สาว เนย ซินญอริต้า หรือ ลลิตา สิงโตทอง  และสาว ป๊อปปี้-ชัชชญา ส่งเจริญ จากวง ทรี ทู วัน ไปนั่งทำ “เค้ก ป๊อป” ขนมเค้กสไตล์ใหม่ที่ผสมผสานกับอมยิ้ม กันแบบเบา ๆ ณ สตูดิโอของร้าน “ป๊อป มี อัพ” ต้องบอกว่าสองสาวดูตื่นเต้นกับการทำครั้งนี้มาก เพราะเค้กที่ทำเสร็จแล้วนั้นน่ารักและน่ากินสุด ๆ โดยวันนี้ทั้งคู่จะทำเป็นรูปกล่องของขวัญและลูกบอลแฟนซีกัน

ก่อนอื่นขอแนะนำส่วนผสมสักหน่อย ซึ่งก็เป็นของน่ารักกระจุ๊กกระจิ๊กทั้งนั้น ได้แก่ เค้กรสชาติที่เราชื่นชอบ สีผสมอาหารที่นำมาผสมกับช็อกโกแลต ท๊อปปิ้งตกแต่งรูปต่าง ๆ น้ำตาลปั้น น้ำตาลผสมสี ไม้เสียบ และอุปกรณ์ปั้นน้ำตาล

เริ่มที่การทำกล่องของขวัญ ขั้นตอนแรกทั้งสองสาวต้องปั้นเนื้อเค้กให้เป็นรูปเหลี่ยมก่อน ซึ่งต้องบอกว่าปั้นยากพอสมควรเหมือนกัน เนื่องจากเนื้อเค้กร่วนออกมาตลอด แต่ทั้งเนยและป๊อปปี้ก็ไม่ย่อท้อ ตั้งใจปั้นจนได้เป็นรูปทรงที่พอใจ หลังจากนั้นก็ถึงขั้นตอนชุบลงในช็อกโกแลตสี ซึ่งถ้าขั้นตอนแรกยากแล้ว ขั้นตอนนี้คงยากยิ่งกว่า เพราะต้องอาศัยความรวดเร็วในการชุบ มิฉะนั้นช็อกโกแลตก็จะแห้งแข็งกลายเป็นก้อน ซึ่งรอบแรกสาวเนยไม่รู้ถึงเทคนิคนี้ เลยได้กล่องของขวัญที่ค่อนข้างจะเละไปสักหน่อย แต่เจ้าตัวก็ไม่ท้อ ลองใหม่อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ก็ได้กล่องที่สวยถูกใจ ด้านฝ่ายสาวป๊อปปี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเหมือนมีพรสวรรค์ด้านนี้โดยเฉพาะ เจ้าตัวเลยชุบสีออกมาได้เรียบเนียนจริง ๆ เสร็จแล้วนำไม้มาเสียบแล้วพักไว้ก่อน

หลังจากนั้นก็ถึงขั้นตอนการทำโบติดกล่องของขวัญ งานนี้ต้องใช้น้ำตาลปั้นมารีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นก็ต้องค่อย ๆ ตัดออกมาให้เป็นเส้นคล้ายริบบิ้น ทั้งสองสาวก็ขะมักเขม้นในการตัดมาก ๆ เพราะต้องระวังไม่ให้ขาด จากนั้นก็นำโบที่ได้มาพันรอบกล่องของขวัญที่ทำไว้ โดยใช้ช็อกโกแลตขาวเป็นเสมือนกาว ซึ่งก็ผ่านฉลุยทั้งสองคน ได้ของขวัญที่สวยงาม น่ากินอย่างที่ตั้งใจ

แต่งานนี้ดูเหมือนทั้งเนยและป๊อปปี้จะติดลมบนซะแล้ว เพราะทั้งคู่ขอลองทำอีกอันนึง ซึ่งคราวนี้เลือกทำเป็นลูกบอลแฟนซี ที่ดูแล้วน่าจะง่ายกว่าอันแรก เพราะแค่ปั้นเค้กเป็นก้อนกลม ชุบสี แต่คราวนี้ความสนุกจะอยู่ตรงที่การตกแต่งลูกบอลให้สวยงามตามจินตนาการ ซึ่งทั้งสองสาวก็ทำอย่างคล่องแคล่วกันมากขึ้น ดังนั้นทั้งเนยและป๊อปปี้เลยใช้เวลาไม่นานก็ได้ “เค้ก ป๊อป” ออกมาอีกคนละหนึ่งอัน

สาวเนย เปิดใจให้ฟังว่า “วันนี้สนุกมากเลยค่ะ เราเคยเห็นแต่ยังไม่เคยทำ พอมาทำก็รู้สึกว่าของจริงยากมาก ต้องใช้ความประณีตและใจเย็นมากค่ะ ถามว่าขั้นตอนไหนยากที่สุดสำหรับเนย เนยว่าเป็นตอนที่เอาช็อกโกแลตมาชุบเค้ก เพราะหนูก็พังไปอันนึงแล้ว (หัวเราะ) เลยรู้ว่าขั้นตอนนี้ต้องเร็วมากค่ะ คือตอนแรกอยากทำรูปไมค์นะ แต่พอเริ่มปั้นก็รู้ว่าทำไม่ได้แน่ค่ะ เลยพักไว้ก่อน ซึ่งงานนี้ก็ถือว่าเป็นความแปลกใหม่และสามารถสร้างไอเดียที่ดีค่ะ”
  
ด้าน ป๊อปปี้ เสริมว่า “ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะปั้นดินน้ำมันเล่นที่บ้านยังปั้นเป็นรูปไม่ได้เลย (ยิ้ม) พอมาปั้นเป็นของกินน่ารักก็เลยยิ่งยากค่ะ ซึ่งป๊อปปี้ว่ามันยากทุกขั้นตอนเลยนะ เพราะมันต้องใช้สมาธิมากเลย ก็ถือว่าเป็นการฝึกสมาธิของเราด้วยค่ะ”.
อ้อมเอลฟ์
Share:

"ณเดชน์" ปัดควง "ญาญ่า" ผูกดวงโต้ฟันค่าตัวโฆษณาปีนี้ 80 ล้าน


แฟนคลับยังไม่เลิกลุ้นตั้งแต่จับคู่กันดังในละคร สำหรับพระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ กับนางเอกสาว ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์  ยิ่งตอนนี้ละคร “ธรณีนี่นี้ใครครอง” ออนแอร์แล้วเคมียังโดนใจคนดูยิ่งเชียร์ให้เป็นแฟนกัน ไหนจะมีคนตาดีเห็นหนุ่มณเดชน์ควง ญาญ่า ไปผูกดวงคู่รักที่วัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร ล่าสุดเจอตัวหนุ่มณเดชน์ในงานแถลงข่าว “ทรูมูฟ เอช ชวนคนไทยทั้งประเทศเปลี่ยนเป็น 3 จีพลัส โทรฯชัด เน็ตแรงทั่วไทย” ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เลยต้องถามถึงเรื่องนี้ พร้อมเรื่องข่าวว่าปีนี้ฟันค่าโฆษณาไปถึง 80 ล้านบาท เจ้าตัวเลยชี้แจงทุกเรื่องให้ฟัง

ณเดชน์ เผยว่า “จริง ๆ ผมเคยไปวัดท่าไม้กับน้องญาญ่า แต่ไม่ได้นัดกันไปเพื่อผูกดวง ตอนนั้นที่ไปก็มีพี่ป๋อพี่เอ๋ไป เราก็นัดกันไปนมัสการพระอาจารย์ครับ ผมเองก็ทำงานหนักพอว่างก็ไปกับคุณแม่ และไปกับญาญ่าและคุณแม่ของญาญ่าด้วยครับ ไม่ได้ไปทำพิธีผูกดวงครับ” มีความเชื่อเรื่องการผูกดวงหรือเปล่า? “ไม่ค่อยนะครับ ไม่ค่อยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตเท่าไหร่” ตอนไปไปด้วยกันหรือว่าแยกกันไป? “จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย เราเป็นเพื่อนกันไปด้วยกันก็ไม่เสียหายครับ มีผู้ใหญ่ไปด้วย และเราก็ไม่ได้ไปทำอะไรเสียหายที่วัดครับ เราไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไปเข้าวัดทำบุญครับ” รู้สึกยังไงบ้างที่มีคนเชียร์อยากให้ผูกดวงกัน? “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนนี้ก็เป็นพี่น้องกันครับ ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องอนาคตอะไร ผมว่าบางคนก็รู้สึกอิน บางคนก็เฉย ๆ บางคนก็บอกว่าเล่นกันน่ารักดี เข้ากันได้ดี ตรงนี้ผมว่าแล้วแต่ความคิดของแต่ละคนมากกว่าครับ” มีคนเชียร์เยอะ ๆ แบบนี้มีเผลอใจบ้างมั้ย? “น้องเขาก็น่ารักดี แต่คงไม่จีบหรอก ผมถือว่าเป็นน้องที่น่ารักคนหนึ่งครับ” แต่ก็มีข่าวว่าตอนนี้กำลังคุยกับสาวนอกวงการอยู่? “ไม่มีครับ มีแต่เพื่อน ๆ กันคุยกันครับ แต่ไม่ได้จีบ และที่มีข่าวว่ามีสาว ๆ มาขอเบอร์ผม ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาผม (หัวเราะ) เขาก็คงเกร็งและผมก็คงเกร็งไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ตอนนี้โสดครับ ขอเรียนจบก่อนครับ อีก 2 ปี ตอนนี้ปี 3 แล้วครับ” กลัวเรตติ้งตกหรือเปล่า? “ไม่เกี่ยวครับ มันอยู่ที่หลาย ๆ อย่างด้วย เรื่องของเวลาและคนอื่นที่มองเราด้วย รออีกสักพักพร้อมเมื่อไหร่จะบอกครับ ที่ไม่มีแฟนพี่เอ-ศุภชัย ไม่ได้สั่งห้ามครับ พี่เอบอกว่าเราทำงานมาเหนื่อยแล้วความรักแบบเพื่อนหรือแฟนบางทีมันก็จำเป็น มันเป็นการช่วยพูดให้กำลังใจกัน แต่ตอนนี้ถามว่าจะคบใครแบบจริงจัง คงยังครับ ผมเป็นคนค่อนข้างสันโดษเหมือนกันครับ ในบางครั้งเราทำงานเสร็จแล้วก็อยากอยู่คนเดียวบ้าง อีก 2 ปีเรียนจบค่อยว่ากันใหม่ ส่วนกับญาญ่าจะมีพัฒนาหรือเปล่าไม่รู้เหมือนกันเรื่องของเวลาครับ”

ดูเหมือนปีนี้งานโฆษณาเยอะอีกแล้ว? “ก็ไม่ค่อยเยอะนะครับ เป็นสินค้าเดิม ๆ ที่ต่อสัญญาครับ” โดนจัดอันดับให้เป็นนักแสดงชายที่มีรายได้สูงสุด 70-80 ล้านบาท? “โห ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ไม่ถึงจำนวนนี้แน่นอนครับ ถามสรรพากรได้เลย ผมรู้สึกเฉย ๆ กับข่าวนี้นะครับ ก็อยากได้ขนาดนั้นครับ (หัวเราะ) จะเห็นว่าผมทำงานหนัก แต่รายได้ไม่เยอะขนาดนั้นครับ ถือเป็นโชคดีของผมเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ที่ยังทำงานได้อยู่ ต้องขอบคุณลูกค้าและเอเจนซี่ทุกคนที่ให้โอกาสเราครับ”.
Share:

อุทธรณ์ยืนปรับหนุ่มเก็บขยะ2แสน ตั้งแผงขายซีดี


ที่ห้องพิจารณา 915 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันนี้( 10 ก.ค.)  ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีดำ อ.3060/52 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา อายุ  26  ปี ลูกจ้างประจำงานเก็บขยะมูลฝอย  เขตสะพานสูง  กทม.เป็นจำเลยในความผิดฐานมีแผ่นซีดีเพลง,ภาพยนตร์เพื่อเสนอจำหน่ายโดยไม่ ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551  มาตรา 38 วรรค 1
กรณีเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2551 จำเลยตั้งแผงจำหน่ายซีดีเพลง 13 แผ่น  แผ่นวีซีดีภาพยนตร์ 83 แผ่น มีลูกค้า 2 คนกำลังดูสินค้าอยู่  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก มาขอตรวจดูใบอนุญาตจำหน่ายซีดี ตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ แต่จำเลยไม่มี เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงควบคุมตัวดำเนินคดี จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับ เงินจำนวน  2 แสนบาท และลดอัตราส่วนโทษให้ คงปรับจำเลย 133,400 บาท  หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนไม่เกิน 1 ปี
ต่อมากรมคุ้มครองสิทธิ์ กระทรวงยุติธรรม ได้ช่วยเหลือประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี  โดยจำเลยยื่นอุทธรณ์  อ้างว่า  พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551   ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เรื่องความเสมอภาค
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า จำเลยไม่เคยยกมาตราใดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ  ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่างไร  ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลสืบพยานเกี่ยวกับของกลางในคดีตามบันทึกจับกุม ว่า เป็นของกลางที่ตรงกับของจำเลยหรือไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้มีการต่อสู้และศาลชั้นต้นได้มีคำวินิจฉัย ซึ่งตามบันทึกจับกุม จำเลยได้ลงลายมือชื่อรับไว้  และภายหลังจับกุม จำเลยได้ให้บุคคลใกล้ชิดตรวจดูของกลางก็มีการเซ็นชื่อรับไว้เช่นกัน ขณะที่ ในการสืบพยานจำเลยก็ไม่ได้นำพยานซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดมาเบิกความต่อสู้ ประเด็นดังกล่าว  ศาลเชื่อว่าของกลางตามบันทึกจับกุมเป็นของจำเลยจริง ศาลอุทธรณ์จึงไม่วินิจฉัยเพื่อสืบพยานใหม่ 
สำหรับที่จำเลยอุทธรณ์ต่อสู้ว่า ไม่ใช่ผู้ประกอบการ ตามความหมายของพ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฯ แต่เป็นเพียงผู้เสนอขาย จึงไม่ต้องรับโทษตามมาตรา38 วรรค1 นั้น ศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สภาพของกลางแผ่นซีดีเพลง วีซีดีภาพยนตร์ มีแผ่นปกระบุรายละเอียดชื่อภาพยนตร์ ชื่อนักแสดงไว้ชัดเจน และแผ่นพลาสติกใสห่อหุ้มแผ่นซีดี และวีซีดีในสภาพเรียบร้อย ไม่น่าเชื่อว่าเป็นแผ่นซีดีที่เก็บได้จากกองขยะ แต่เป็นแผ่นที่ได้มาจากแหล่งผลิตแล้วจำเลยนำมาวางจำหน่าย ซึ่งตามบันทึกการจับกุมก็มีการทดลองเปิดแผ่นดู พบว่าสามารถรับชมรับฟังได้  แม้จะวางปนเปกับสินค้าอื่นๆ แต่ก็ฟังได้ว่าเป็นจำเลยเป็นผู้จำหน่าย ผู้ประกอบการ ตามความหมายในมาตรา38วรรค1 ที่จำเลยต่อสู้ว่าโทษปรับสูงเกินไป เห็นว่า มาตรา 79 ของกฎหมายนี้ มีโทษปรับตั้งแต่ 2 แสนบาท ถึง1ล้านบาท โดยศาลชั้นต้นลงโทษปรับ 2 แสนบาท และลดอัตราส่วนโทษให้ก็นับว่าลงโทษสถานเบาที่สุดแล้ว ศาลอุทธรณ์ไม่อาจลงโทษเป็นอย่างอื่นได้ อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำพิพากษา นายสุรัตน์ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์สวมกุญแจมือ จนนางส้มโอภรรยาต้องเบือนหน้า ส่วนลูกสาวคนโตก็ได้แต่กอดน้องคนเล็กไว้แล้วบอกว่าจะไปรอพ่อข้างล่าง(ห้อง ควบคุมตัว)
ด้านนางส้มโอ  มณีนพรัตน์สุดา ภรรยา กล่าวว่า ทุกวันนี้สามีเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว เงินเดือน 9,900 บาทไม่พอใช้จ่าย  ตนเองก็ถักสร้อยขาย อยากให้หน่วยงานราชการมาช่วย เพราะชาตินี้ ตนไม่เคยจับเงินแสน ไม่รู้จะหาเงินจากไหน  กระทรวงยุติธรรมได้ช่วยเหลือประกันตัวให้เฉพาะศาลชั้นต้น แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนประกันตัวสามีเลย.
Share:

เลขาธิการ ปปง.ร่วมประชุมสืบสวนทางการเงินโลก



วันนี้ ( 10 ก.ค.) พ.ต.อ.ดร. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ระหว่างวันที่ 10-13 ก.ค.นี้จะเป็นตัวแทนประเทศไทยในฐานะหัวหน้าหน่วยสืบสวนทางการเงิน ร่วมประชุมใหญ่ประจำปีกลุ่ม Egmont  ครั้งที่ 20 ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ในเรื่องการสนับสนุนเนปาลและบังคลาเทศในการเข้าเป็นสมาชิก และการเข้าร่วมพิจารณาตัดสินตัวอย่างคดีดีเด่น ​กลุ่ม Egmont ​เป็นกลุ่ม​ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้าน​การสืบสวนทาง​การ​เงิน) ของประ​เทศต่าง ๆ มีจุดประสงค์​ใน​การ​แลก​เปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้าน​การป้องกัน​และปราบปราม​ การฟอก​เงิน  ​และ​การต่อต้าน​การสนับสนุนทาง​การ​เงิน​แก่​การก่อ​การร้าย ​โดยปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนกว่า 130 ประ​เทศ
สำนักงานป้องกัน​และปราบปราม​การฟอก​เงิน (ปปง.)  ​ได้​เข้า​เป็นสมาชิกกลุ่ม Egmont ​ตั้งแต่เดือนมิ.ย.44 ​ใน​การประชุมประจำปีครั้งที่  9 ณ กรุง​เฮก ประ​เทศ​เน​เธอร์​แลนด์ ระหว่างวันที่ 13-15 มิ.ย.44 ​ซึ่ง​การ​เข้า​เป็นสมาชิกดังกล่าว​เป็นประ​โยชน์​ใน​การ​แลก​เปลี่ยนข้อมูล ข่าวกรอง​ในด้าน​การฟอก​เงิน​และ​การสนับสนุนทาง​การ​เงิน​แก่​การก่อ​การ ร้ายจากประ​เทศต่าง ๆ รวม​ทั้ง​เพิ่มบทบาทของ​ไทย​ใน​เวที​ความร่วมมือระหว่างประ​เทศอีกด้วย.
Share:

ฉาวอีก คลิปนร. หวิดวางมวย ครู




วันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บนเว็ปไซด์ยูทูป ได้มีการเผยแพร่คลิปนักเรียนจะต่อยครู โดยใช้ชื่อคลิปนี้ว่า ชาวร็อคโมโหโดนครูด่าวางมวย ซึ่งภายในคลิปฉาวดังกล่าว มีใจความประมาณว่า นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีปากเสียงอย่างรุนแรงกับอาจารย์ชายคนหนึ่งในห้องเรียนอย่างรุนแรง ก่อนที่นักเรียนชายจะลุกขึ้นมาผลักอกอาจารย์ชายคนดังกล่าวจนเซหงายหลังไป ก่อนที่กลุ่มเพื่อนนักเรียนหญิงจะเข้าไปห้าม พร้อมทั้งพานักเรียนคนก่อเหตุดังกล่าวออกจากนอกห้องเรียนไป ท่ามกลางสายตานักเรียนร่วมชั้นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการเข้าไปตรวจสอบเฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่า เสือกสมาคม ซึ่งได้นำลิ้งคลิปฉาวดังกล่าวจากเวปไซด์ชื่อดังแห่งหนึ่ง มาโพสต่อไว้บนเฟสบุ๊ค เสือกสมาคม ก็มีได้มีกระแสจากผู้ที่ใช้เฟสบุ๊คจำนวนมากเข้ามาวิพากษ์วิจารย์กันอย่างถึง พริกถึงขิง อย่างไรก็ตามการแสดงความคิดเหตุกับคลิปฉาวดังกล่าวก็แบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายนักเรียน กับ ครู
Share:

รวบโจรงัดแงะห้อง-สารภาพงัดวันละ 3 ห้อง


วันนี้ (10 ก.ค.) พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี แถลงข่าวจับกุม นายธีรยุทธ หรือเด๋ง โกศลสิทธิ์ อายุ 29 ปี และนายโทน ฤกษ์กรี อายุ 38 ปี พร้อมของกลางพระเครื่องกว่า 30 องค์ โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง ซีพียูคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือ 6 เครื่อง กล้องถ่ายรูป 1 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 6 เรือน กระปุกออมสิน 3 กระปุก และอุปกรณ์งัดแงะจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ตามอพาร์ทเมนท์ในพื้นที่ สน.มีนบุรี หลายครั้ง โดยเฉพาะในอาคาร 2 ดีดีแมนชั่น ซอยสีหบุรานุกิจ แขวงและเขตมีนบุรี จึงให้ฝ่ายสืบสวนซุ่มตรวจอยู่ที่ตึกดังกล่าว กระทั่งช่วงสายวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบนายธีรยุทธเดินออกมาจากตึกดังกล่าวเพียงคนเดียว พร้อมกับถือของกลางเป็นกระปุกออมสิน 3 กระปุก พระพุทธรูป และซีพียูคอมพิวเตอร์ไว้ในมือ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบก็พบว่าเป็นของทั้งหมดเป็นของที่เพิ่งถูกขโมยมาจาก ห้องพักในอาคารดังกล่าว จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
หลังสอบสวนทราบว่า นายธีรยุทธนำของกลางไปขายให้กับนายภักตร์ ขอสงวนนามสกุล จึงนำกำลังไปตรวจค้นที่ห้องพักของนายภักตร์ ย่านลำผักชี ก็พบของกลางที่เหลืออยู่ภายในห้องอีกจำนวนมากเลยตรวจยึดไว้ แต่นายภักตร์ไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งออกหมายจับต่อไป และหากใครสงสัยว่าเป็นของตัวเองที่ถูกขโมยมาสามารถมาขอดูของกลางได้ที่ สน.มีนบุรี
จากการสอบสวนนายธีรยุทธ ให้การรับสารภาพว่า เข้าไปงัดห้องพักภายในอาคารดังกล่าวจริง โดยทำมาแล้วหลายครั้ง หลังได้ของมาแล้วก็จะนำไปขายให้กับนายภักตร์ ได้เงินมาก็เอาไปซื้อยามาเสพ ส่วนใหญ่จะเลือกงัดตามอพาร์ทเมนท์ในพื้นที่ บก.น.3 มากกว่าหมู่บ้านใหญ่เพราะคนจะไม่สงสัย และจะเลือกพาร์ทเม้นท์ที่ไม่มียาม งัดได้ประมาณ 3 ห้องต่อวัน โดยใช้คีมงัดกุญแจให้หลุดออกแล้วงัดลูกบิดอีกทีใช้เวลาไม่นานก็สามารถเปิด ห้องได้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัตินายธีรยุทธพบว่า เมื่อปี 2547 เคยก่อเหตุลักทรัพย์ในท้องที่ สน.มีนบุรี ปี 2549 ถูกจับคดียาเสพติดที่ สน.ร่วมเกล้า และสน.คันนายาว ปี 2552 ถูกจับคดีเสพยาเสพติด สน.ฉลองกรุง และปี 2553 ก่อเหตุลักทรัพย์ท้องที่ สน.จระเข้น้อย กระทั่งล่าสุดมาถูกตำรวจ สน.มีนบุรี จับกุมอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายธีรยุทธ ลักทรัพย์ในเคหสถาน ส่วนนายโทนตรวจปัสสาวะแล้วพบเป็นฉี่ม่วง จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดีต่อไป
Share:

เร่งล่ามือฆ่าปาดคอโซเฟอร์แท็กซี่


วันนี้ ( 10 ก.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. ดูแลงานด้านสืบสวน เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคนร้ายฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ นายเสาร์ นามโพ อายุ 48 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ภายในซอยหมู่บ้านสัมมากร 16 ซอยรามคำแหง 112 แขวงและเขตสะพานสูง เมื่อกลางดึกของวันที่ 10 ก.ค. ว่า คนร้ายมีด้วยกัน 2 คน หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนสน.บางชัน ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงพบว่าสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ ชัดเจน 1ราย แต่จะต้องหาภาพวงจรปิดในจุดอื่นๆอีก เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม
พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นพบว่าคนร้ายได้เรียกแท็กซี่คันดังกล่าวจากหน้าปากซอยเวลาประมาณ 01.40 เมื่อเข้าไปภายในหมู่บ้านซึ่งเป็นซอยเปลี่ยวก็ก่อเหตุชิงทรัพย์ แต่ผู้ตายตะโกนร้องขอความช่วยเหลือและบีบแตรรถเสียงดัง ทำให้คนร้ายตกใจ กลัวว่าจะมีคนมาเห็น จึงรีบลงจากรถและวิ่งหลบหนี โดยที่ไม่ได้ทรัพย์สินของผู้ตาย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่นครบาลเกิดเหตุชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ ประมาณ 2-3 ครั้ง ในพื้นที่สน.แสมดำ สน.บางซื่อ และล่าสุดสน.บางชัน ซึ่งคนขับถูกฆ่าเสียชีวิต
สำหรับสถิติคดีปล้น –ชิงทรัพย์ รถแท็กซี่ในพื้นที่สน.ต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.50 – 30 มิ.ย.55 พบว่า มีทั้งหมดจำนวน 28 คดี แบ่งเป็นปล้นทรัพย์ 11 คดี และชิงทรัพย์ 17 คดี พื้นที่ที่เกิดเหตุมกาที่สุด ได้แก่สน.ประเวศ สน.บางนา สน.ตลิ่งชัน และสน.อุดมสุข
Share:

ศาลไต่สวนการตายแท็กซี่แดงถูกยิงแอร์พอร์ตลิงค์


ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันนี้( 10 ก.ค.)  ศาลนัดไต่สวนชันสูตรศพ ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญายื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนการเสียชีวิตของ นาย พัน คำกอง ชาวจ.ยโสธร อาชีพขับรถแท็กซี่ ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่ถูกยิงเสียชีวิตหน้าคอนโดมิเนียม ใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์สถานีราชปรารภ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2553 ระหว่างเหตุการณ์ทหารกระชับพื้นที่บริเวณราชประสงค์
ในวันนี้พนักงานอัยการนำพยานขึ้นเบิกความจำนวน 5 ปาก ประกอบด้วย ร.ต.ท. วิทยา วงศ์แก้ว พงส.สน.พญาไท ร.ต.ท. สากล คำยิ่งยง พงส.สน.พญาไท ร.ต.อ. หญิง สุรีรัตน์ อัมพันศิริรัตน์ พงส.สน.ดินแดง พ.ต.อ.นพ.พรชัย สีธีรคุณ แพทย์รพ.พญาไท 1 และ นพ. ชัยยุทธ ต่างใจ แพทย์รพ.เกษมราษฎร์ประชาชื่น เข้าเบิกความ
โดยนาย โชคชัย อ่างแก้ว ทนายความญาติผู้ตาย กล่าวว่า การไต่สวนวันนี้พยานกลุ่มพนักงานสอบสวน เบิกความในประเด็นการไปร่วมชันสูตรศพนายพัน ที่ภายหลังถูกยิงแล้วถูกนำตัวรักษาที่รพ. โดยพยานกล่าวตอนหนึ่งว่า ในวันที่ 15 พ.ค. 2553  นอกจากนายพันจะถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ชุมนุมอื่นๆถูกยิงเสียชีวิตกว่า 15-16 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่ง พงส.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมพื้นที่อยู่ ขณะที่พยานกลุ่มแพทย์ ได้เบิกความประกอบเอกสารรายงานการตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตของนายพัน ระบุว่าถูกกระสุนขนาด .223 ที่ใช้กับอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนทราโว่ของเจ้าหน้าที่ และยังเป็นกระสุนปืนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ยิงนาย สมร ไหมทอง คนขับรถตู้ ผู้เสียหายที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและประจักษ์พยานในคดีด้วย ภายหลังศาลไต่สวนพยานเสร็จสิ้นแล้วนัดไต่สวนครั้งต่อไปวันที่ 11 ก.ค. นี้ เวลา 09.00 น.
Share:

วางกำลัง3กองร้อยคุมเข้มศาลรัฐธรรมนูญ


วันนี้ (10 ก.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลความสงบเรียบร้อย กลุ่มมวลชนที่จะเดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรอฟังคำพิจารณาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 13 ก.ค.ว่า เบื้องต้นได้จัดกำลังไว้ 3 กองร้อย เพื่อรับมือกับกลุ่มมวลชนที่จะเดินทางมา ซึ่งอาจจะมีทั้งคนที่สนับสนุนและคัดค้าน โดยจะจัดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมอยู่โดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย มีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ป้องกันมือที่สามหรือการพกพาอาวุธเข้ามาก่อเหตุความวุ่นวาย ส่วนพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนจะเข้ามาติดต่อราชการก็มีกำลังเจ้า หน้าที่ตำรวจคอยดูแลอยู่ด้วย ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว หากมีกลุ่มมวลชนมาจำนวนมากก็สามารถรับมือได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจะเดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า จะเดินทางมาหรือไม่เป็นก็เรื่องของกลุ่มแกนนำ ทางตำรวจมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย ในอนาคตหากมีการชุมนุมอีกไม่ว่าจะในลักษณะใด ก็จะวางกำลังเข้มงวดแบบเดียวกัน ขณะนี้กำลังที่มีอยู่น่าจะเพียงพอ ตำรวจจะป้องกันเหตุวุ่นวายต่างๆ ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย จะไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น ทางตำรวจได้ประสานงานกับศาลรัฐธรรมนูญไว้แล้วว่าพื้นที่ด้านหน้าศาลสามารถ ชุมนุมได้ แต่จะต้องไม่รบกวนการทำงานของหน่วยงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ เช่น กรมคดีสอบสวนพิเศษ ดีเอสไอ

เมื่อมีผู้สื่อข่าวถามว่าจากการข่าวคาดว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า คาดว่าไม่น่าจะมีความรุนแรง เพราะเป็นแค่เรื่องของการแสดงความคิดเห็น สนับสนุน ต่อต้าน ทางตำรวจจะไม่ใช้ความรุนแรงในการควบคุมฝูงชน จะปฏิบัติหน้าที่ไปตามขั้นตอน ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้จัดกำลังเพิ่ม เนื่องจากตุลาการมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอยู่แล้ว การเข้า-ออก ก็มีช่องทางพิเศษ อีกทั้งตุลาการก็ไม่ได้ร้องขอกำลังอารักขาเพิ่ม แต่หากมีมวลชนมาขัดขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะนำกำลังไปเคลียร์พื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งในวันที่ 12 ก.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีการนำกำลังลงพื้นที่เพื่อไปเตรียมความพร้อม
Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive