จากการสอบสวนนายเพิ่มศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ทำมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ถูกจับเพราะเป็นอดีตตำรวจ รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี สามารถหลบหลีกได้มาตลอด แต่ครั้งนี้ได้รับจ้างจากพ่อค้ายาเสพติดที่ชายแดนจำนวน 1 แสนบาท ให้นำยาล็อตนี้มาส่งในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ก็ถูกจับกุมตัวได้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงทำการขยายผลไปที่บ้าน และทำการยึดรถยนต์จำนวน 3 คัน เพื่อตรวจสอบที่มาว่าได้มาด้วยการค้ายาเสพติดหรือไม่ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป
WEBSITE DESIGN TEL 095-954-4524
วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556
จับอดีตตำรวจลอบขนยาบ้า-เฮโรอีน
จับอดีตตำรวจลอบขนยาเสพติด รวบได้คาด่านตรวจในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ยึดของกลางทั้งยาบ้า เฮโรอีน สารภาพทำมาแล้วหลายครั้ง-ไม่เคยถูกจับ เพราะอาศัยเป็นอดีตตำรวจ รู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจเป็นอย่างดี
วันนี้ (15 ม.ค.) ที่บริเวณจุดตรวจด่านผาหงษ์ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พ.ต.ต.นิกร สุจริตธรรม สวป.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ทหารกองกำลังผาเมือง ได้ตั้งด่านสกัดจับตรวจค้นสิ่งของผิดกฏหมาย หลังได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาเสพติดจากชายแดนมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง ระหว่างการตั้งด่านตรวจค้นก็ได้มี รถแวนโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ษย 1221 กรุงเทพ ขับผ่านมาโดยมี นายเพิ่มศักดิ์ กาวิน อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 100/1 บ้านห้วยโจ้ หมู่ที่ 7 ต.แม่ข่า อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคนขับ ซึ่งในอดีตนายเพิ่มศักดิ์ เคยเป็นอดีตตำรวจยศ จ.ส.ต. สังกัด สภ.ไชยปราการ แต่ไปมีส่วนพัวพันคดียาเสพติดในพื้นที่ จึงถูกออกจากราชการไป ทางเจ้าหน้าที่ด่านตรวจจึงเรียกตรวจค้น พบใต้เบาะหลังมียาบ้าซุกซ่อนมา จำนวน 19,800 เม็ด และเฮโรอีน 9 หลอด น้ำหนัก 42.5 กรัม มูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง
จากการสอบสวนนายเพิ่มศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ทำมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ถูกจับเพราะเป็นอดีตตำรวจ รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี สามารถหลบหลีกได้มาตลอด แต่ครั้งนี้ได้รับจ้างจากพ่อค้ายาเสพติดที่ชายแดนจำนวน 1 แสนบาท ให้นำยาล็อตนี้มาส่งในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ก็ถูกจับกุมตัวได้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงทำการขยายผลไปที่บ้าน และทำการยึดรถยนต์จำนวน 3 คัน เพื่อตรวจสอบที่มาว่าได้มาด้วยการค้ายาเสพติดหรือไม่ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนนายเพิ่มศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ทำมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ถูกจับเพราะเป็นอดีตตำรวจ รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี สามารถหลบหลีกได้มาตลอด แต่ครั้งนี้ได้รับจ้างจากพ่อค้ายาเสพติดที่ชายแดนจำนวน 1 แสนบาท ให้นำยาล็อตนี้มาส่งในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ก็ถูกจับกุมตัวได้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงทำการขยายผลไปที่บ้าน และทำการยึดรถยนต์จำนวน 3 คัน เพื่อตรวจสอบที่มาว่าได้มาด้วยการค้ายาเสพติดหรือไม่ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป
วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556
ตร.กาญจน์ โชว์ผลงาน จับคนร้ายกระชากสร้อยคอสาวใหญ่ทันควัน
ตร.กาญจนบุรี โชว์ผลงาน จับคนร้ายกระชากสร้อยคอสาวใหญ่ทันควัน ก่อเหตุกลางตลาด รับสารภาพหาเงินไปประกันเมียที่ติดคุกคดีเสพยา
ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
มอบรางวัลเจ้าหน้าที่ตำรวจ
วันนี้ ( 15 ม.ค.) พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ และพระเลี่ยมทอง โดยคนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าดรีม สีน้ำเงิน ทะเบียน ขฉน 57 กาญจนบุรี หลังก่อเหตุได้ขี่หลบหนีไป จึงสั่งการให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ประกอบด้วย ด.ต.สุรโชติ อุ่นทวีทรัพย์ ด.ต.จรัญ เขาถ้ำทอง และ ด.ต.สรายุทธ สายมาอินทร์ ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองกาญจนบุรี ในฐานะสายตรวจเดินเท้า ได้ติดตามจับกุมคนร้ายได้ทันที ทราบชื่อ คือ นายธรรมนูญ หรือนูญ กัญญาดี อายุ 37 ปี จากการตรวจบริเวณใต้เบาะรถพบสร้อยคำทองคำ น้ำหนัก 1 บาท และพระเลี่ยมทอง 1 องค์
โดยจากการสอบสวน นางวิภา วิเศษโวหาร อายุ 47 ปี ทราบว่า ขณะที่ตนกำลังจูงมือพาหลานชายเดินซื้อของ ได้มีคนร้ายเดินมาข้างหลังและกระชากสร้อยที่ตนใส่อยู่ จึงร้องให้คนช่วย ก็มีแม่ค้าที่อยู่ใกล้วิ่งไปดึ่งรถจักรยานยนต์ของร้ายไว้ไม่ให้หลบหนี แต่ก็ไม่สำเร็จ แต่ไม่ถึง 5 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ทันที
ต่อมาพ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัชชัชพงษ์ ศศลักษณานนท์ พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้นำตัวคนร้ายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทันที ก่อนนำตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เบื้องต้น นายธรรมนูญ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง เพราะต้องการนำเงินไปประกันตัวภรรยาที่ถูกจับในคดีเสพสารเสพติด โดยตำรวจพบมีหมายจับในคดีชิงทรัพย์ ซึ่ง นายธรรมนูญ รับว่าจริง
หลังจากนั้น พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้มอบเงิน 3,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ทันควัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป.
โดยจากการสอบสวน นางวิภา วิเศษโวหาร อายุ 47 ปี ทราบว่า ขณะที่ตนกำลังจูงมือพาหลานชายเดินซื้อของ ได้มีคนร้ายเดินมาข้างหลังและกระชากสร้อยที่ตนใส่อยู่ จึงร้องให้คนช่วย ก็มีแม่ค้าที่อยู่ใกล้วิ่งไปดึ่งรถจักรยานยนต์ของร้ายไว้ไม่ให้หลบหนี แต่ก็ไม่สำเร็จ แต่ไม่ถึง 5 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ทันที
ต่อมาพ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัชชัชพงษ์ ศศลักษณานนท์ พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้นำตัวคนร้ายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทันที ก่อนนำตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เบื้องต้น นายธรรมนูญ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง เพราะต้องการนำเงินไปประกันตัวภรรยาที่ถูกจับในคดีเสพสารเสพติด โดยตำรวจพบมีหมายจับในคดีชิงทรัพย์ ซึ่ง นายธรรมนูญ รับว่าจริง
หลังจากนั้น พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้มอบเงิน 3,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ทันควัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป.
หมอพลอย” ฉีดฟิลเลอร์ให้พริตตี้สาวจนคางเบี้ยวมอบตัวแล้ว
“หมอพลอย” ฉีดฟิลเลอร์ให้พริตตี้สาวจนคางเบี้ยวมอบตัวแล้ว รับสารภาพเคยเป็นผู้ช่วยแพทย์ในคลินิกแล้วจดจำมาฉีดให้เพื่อนๆ ปฏิเสธไม่ได้แอบอ้างมหาวิทยาลัยชื่อดังทำอาชีพนี้
วันนี้ ( 15 ม.ค.) จากกรณีที่น.ส.จรูญรัตน์ หรือแป้ง ยากอง อายุ 31 ปี พนักงานบัญชี บริษัทสมาย ออโต้คาร์ ย่านพัฒนาการ และรับงานเป็นพริตตี้ทั่วไป เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสน.สุทธิสาร และสำนักงานคณะกรรมการและคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา ให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่อ้างชื่อว่าเป็น “หมอพลอย” ฉีดฟิลเลอร์ใส่ใบหน้าทำให้คางอักเสบบวมแดงหน้าเกือบเสียโฉม
โดยน.ส.จรูญรัตน์ ต้องการเสริมใบหน้าด้วยการฉีดสารดังกล่าว จึงโพสต์ข้อความถามเข้าไปในเว็บไซต์หนึ่ง กระทั่งมีผู้โพสต์ข้อความตอบพร้อมให้ข้อมูลและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เมื่อโทรศัพท์ไปก็ปรากฏว่าผู้ที่รับสายเป็นประชาสัมพันธ์อ้างว่า ผู้ฉีดสารเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชื่อ “หมอพลอย” จบจากมหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานอยู่ที่รพ.ยันฮี เปิดคลินิกอยู่ที่ย่านราชเทวี ก่อนจะมีการนัดฉีดสารฟิลเลอร์ที่ห้อง 405 ชั้น 4 โรงแรมคาลิปโซ 2 ซอยรัชดาภิเษก 20 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. เสียค่าบริการทั้งหมด 5,500 บาท โดยหลังจากที่ฉีดสารแล้ว น.ส.จรูญรัตน์ มีอาการอักเสบ ปวดใบหน้า เป็นไข้ ตัวสั่นเหมือนจะช็อก คางบวมแดง เกิดเนื้อแข็งที่แก้ม แพทย์รพ.สินแพทย์ ระบุว่า เนื้อเยื่ออักเสบจากใช้ยาปลอม แผลเน่าภายใน ส่วนยาที่ฉีดให้น่าจะเป็นซิลิโคนปั่นเหลว ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.แมน เม่นแย้ม รองผกก.ดส. พ.ต.ท.สาโรจน์ จอกโคกสูง สว.กก.ดส.บช.น. แถลงข่าวการมอบตัวของน.ส.สุพิชญนันทร์ หรือหมอพลอย อู่เพ็ชร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/2 ถนนราษฎร์อุทิศ ต.วัดสิงห์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ผู้ต้องหาที่ฉีดสารฟิลเลอร์บนใบหน้าให้กับสาวพริตตี้จนหน้าอักเสบ พร้อมของกลางผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามต่างๆ อาทิ สารฟิลเลอร์บรรจุขวด วิตามินซี เข็มฉีดยา ถุงมือยาง โดยมี น.ส.จรูญรัตน์ เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา ขณะที่บริเวณคางของผู้เสียหายยังมีอาการบวมอยู่ โดยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชน เกี่ยวกับการฉีดสารต่างๆ เพื่อเสริมความงาม จนทำให้ได้รับอันตราย ซึ่งผู้เสียหายและกระทรวงสาธารณสุขก็ประสานมาที่บช.น. เพื่อให้เร่งรัดสืบสวนจับกุม จนกระทั่งผู้ต้องหาเข้ามอบตัว
ด้านพ.ต.อ.นภันต์วุฒิ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายไปฉีดสารฟิลเลอร์แล้วได้รับผลกระทบ ก็เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ น.ส.สุพิชญนันทร์ หรือหมอพลอย เกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์ การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากมีการโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ ทางสน.สุทธิสาร จึงทำการสืบสวนสอบสวนและประสานไปมาที่กก.ดส. ให้ติดตามตัว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ได้ขออนุมัติหมายจับไว้ แล้วติดตามไปจับกุมที่บ้านพัก ใน จ.ชัยนาท แต่ผู้ต้องหาไม่อยู่บ้าน จากการตรวจค้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎข 233 กรุงเทพมหานคร พบพร้อมของกลางผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามต่างๆ อยู่ในรถ ต่อมาช่วงกลางดึกก็ได้รับการประสานจาก น.ส.สุพิชญนันทร์ ว่าจะขอเข้ามอบตัว โดยข้อหาเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์ การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต น.ส.สุพิชญนันทร์ ยอมรับสารภาพและรู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ข้อหาฉ้อโกง และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายฯยังให้การปฏิเสธ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวน.ส.สุพิชญนันทร์ ส่งสน.สุทธิสาร ดำเนินคดีต่อไป
ขณะที่น.ส.สุพิชญนันทร์ กล่าวว่า ตนเคยเป็นผู้ช่วยแพทย์อยู่ในคลินิกในจ.ชลบุรี ประมาณปีกว่าจึงมีพอมีความรู้ด้านนี้อยู่บ้างเริ่มต้นมาจากเพื่อนๆอยากให้ฉีดสารให้ เคยฉีดมาแล้วประมาณ 10 รายก็ไม่มีปัญหาอะไร ข่าวที่ลงไปไม่ใช่ความจริงจากปากตน อยากแก้ข่าวด้วยว่า ตนไม่เคยแอบอ้างว่าจบมาจากมหาวิทยาลัยมหิดล หรือทำงานอยู่ที่รพ.ยันฮี ตนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่บังเอิญได้ไปรู้จักกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเสริมความงาม จึงเรียนรู้และนำมาทำให้กับเพื่อนสนิทและบุคคลใกล้ชิด ส่วนตัวเองเคยทำเพียงแค่ฉีดวิตตามินให้หน้าขาว ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวอยู่ในหน้าเฟสบุ๊คที่ไม่ใช่ของตน และไม่เคยเปิดเว็บไซต์โฆษณาเกี่ยวกับการเสริมความงาม น่าจะมีคนเอาไปแอบอ้าง แต่ตนยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
โดยน.ส.จรูญรัตน์ ต้องการเสริมใบหน้าด้วยการฉีดสารดังกล่าว จึงโพสต์ข้อความถามเข้าไปในเว็บไซต์หนึ่ง กระทั่งมีผู้โพสต์ข้อความตอบพร้อมให้ข้อมูลและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เมื่อโทรศัพท์ไปก็ปรากฏว่าผู้ที่รับสายเป็นประชาสัมพันธ์อ้างว่า ผู้ฉีดสารเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชื่อ “หมอพลอย” จบจากมหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานอยู่ที่รพ.ยันฮี เปิดคลินิกอยู่ที่ย่านราชเทวี ก่อนจะมีการนัดฉีดสารฟิลเลอร์ที่ห้อง 405 ชั้น 4 โรงแรมคาลิปโซ 2 ซอยรัชดาภิเษก 20 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. เสียค่าบริการทั้งหมด 5,500 บาท โดยหลังจากที่ฉีดสารแล้ว น.ส.จรูญรัตน์ มีอาการอักเสบ ปวดใบหน้า เป็นไข้ ตัวสั่นเหมือนจะช็อก คางบวมแดง เกิดเนื้อแข็งที่แก้ม แพทย์รพ.สินแพทย์ ระบุว่า เนื้อเยื่ออักเสบจากใช้ยาปลอม แผลเน่าภายใน ส่วนยาที่ฉีดให้น่าจะเป็นซิลิโคนปั่นเหลว ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.แมน เม่นแย้ม รองผกก.ดส. พ.ต.ท.สาโรจน์ จอกโคกสูง สว.กก.ดส.บช.น. แถลงข่าวการมอบตัวของน.ส.สุพิชญนันทร์ หรือหมอพลอย อู่เพ็ชร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/2 ถนนราษฎร์อุทิศ ต.วัดสิงห์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ผู้ต้องหาที่ฉีดสารฟิลเลอร์บนใบหน้าให้กับสาวพริตตี้จนหน้าอักเสบ พร้อมของกลางผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามต่างๆ อาทิ สารฟิลเลอร์บรรจุขวด วิตามินซี เข็มฉีดยา ถุงมือยาง โดยมี น.ส.จรูญรัตน์ เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา ขณะที่บริเวณคางของผู้เสียหายยังมีอาการบวมอยู่ โดยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชน เกี่ยวกับการฉีดสารต่างๆ เพื่อเสริมความงาม จนทำให้ได้รับอันตราย ซึ่งผู้เสียหายและกระทรวงสาธารณสุขก็ประสานมาที่บช.น. เพื่อให้เร่งรัดสืบสวนจับกุม จนกระทั่งผู้ต้องหาเข้ามอบตัว
ด้านพ.ต.อ.นภันต์วุฒิ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายไปฉีดสารฟิลเลอร์แล้วได้รับผลกระทบ ก็เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ น.ส.สุพิชญนันทร์ หรือหมอพลอย เกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์ การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากมีการโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ ทางสน.สุทธิสาร จึงทำการสืบสวนสอบสวนและประสานไปมาที่กก.ดส. ให้ติดตามตัว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ได้ขออนุมัติหมายจับไว้ แล้วติดตามไปจับกุมที่บ้านพัก ใน จ.ชัยนาท แต่ผู้ต้องหาไม่อยู่บ้าน จากการตรวจค้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎข 233 กรุงเทพมหานคร พบพร้อมของกลางผลิตภัณฑ์ยาเสริมความงามต่างๆ อยู่ในรถ ต่อมาช่วงกลางดึกก็ได้รับการประสานจาก น.ส.สุพิชญนันทร์ ว่าจะขอเข้ามอบตัว โดยข้อหาเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์ การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต น.ส.สุพิชญนันทร์ ยอมรับสารภาพและรู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ข้อหาฉ้อโกง และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายฯยังให้การปฏิเสธ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวน.ส.สุพิชญนันทร์ ส่งสน.สุทธิสาร ดำเนินคดีต่อไป
ขณะที่น.ส.สุพิชญนันทร์ กล่าวว่า ตนเคยเป็นผู้ช่วยแพทย์อยู่ในคลินิกในจ.ชลบุรี ประมาณปีกว่าจึงมีพอมีความรู้ด้านนี้อยู่บ้างเริ่มต้นมาจากเพื่อนๆอยากให้ฉีดสารให้ เคยฉีดมาแล้วประมาณ 10 รายก็ไม่มีปัญหาอะไร ข่าวที่ลงไปไม่ใช่ความจริงจากปากตน อยากแก้ข่าวด้วยว่า ตนไม่เคยแอบอ้างว่าจบมาจากมหาวิทยาลัยมหิดล หรือทำงานอยู่ที่รพ.ยันฮี ตนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่บังเอิญได้ไปรู้จักกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเสริมความงาม จึงเรียนรู้และนำมาทำให้กับเพื่อนสนิทและบุคคลใกล้ชิด ส่วนตัวเองเคยทำเพียงแค่ฉีดวิตตามินให้หน้าขาว ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวอยู่ในหน้าเฟสบุ๊คที่ไม่ใช่ของตน และไม่เคยเปิดเว็บไซต์โฆษณาเกี่ยวกับการเสริมความงาม น่าจะมีคนเอาไปแอบอ้าง แต่ตนยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
KKD Multitool V.6 โปรแกรมสำหรับสร้าง CD, USB, HDD Multiboot
♥ KKD multitool V.6 คืออะไร
KKD Multitool V.6 คือเครื่องมือที่จะช่วยคุณสร้างแผ่นบูตหรือUSBบูตไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
เช่นเข้าวินโดวส์ปกติไม่ได้ หรือบูตเข้าไปเก็บข้อมูลเป็นต้น
♥ KKD Multitool V.6 มีอะไรบ้าง
จริงๆแล้วคำว่า “KKD Multitool” มันมีความหมายว่าเป็นโปรแกรมที่สามารถสร้างการบูตในหลายๆแบบทั้งการสร้าง CD Boot, USB Boot หรือบูตจากHDD ในโปรแกรมตัวเดียวโดยการใช้ไฟล์ร่วมกัน ซึ่งหากจะพูดถึงว่าตัวโปรแกรมทำอะไรได้บ้าง ผมก็จะแยกออกมาได้ตามนี้ครับ
- สร้าง CD Boot
- สร้าง USB Boot
- สร้างHDDบูต (หมายถึงนำ KKD Multitool V.6 ไปไว้ในไดร์ฟC: โดยไม่ต้องใช้CD,USBในการบูต)
- โปรแกรมBootice เครื่องมือเอนกประสงค์ในการจัดการHDD
- โปรแกรมWincontig สำหรับดีแฟรกไฟล์ISO
- โปรแกรม BGCustomize สำหรับออกแบบพื้นหลังเมนูบูตตามต้องการ
♥ KKD Multitool V.6 ต่างจากHiren’s bootอย่างไร
หากท่านเคยใช้Hiren’s boot ก็จะพบว่ามีความยุ่งยากพอสมควรที่จำทำให้บูตได้จากUSB ซึ่ง KKD Multitool V.6ก็ได้ช่วยเข้ามาเติมเต็มในจุดนี้ ไม่ว่าท่านจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋าการสร้างUSBบูตก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ในส่วนของของโปรแกรมในเวอร์ชั่นหลังๆนี้ของHiren’s bootจะเป็นโปรแกรมแบบฟรีแวร์
ผมจึงคัดเอาโปรแกรมที่คิดว่าช่างอย่างเราๆนั้นต้องใช้ในการทำงานมาใส่ไว้แทนในKKD Multitool V.6ครับ
Update log : KKD Multitool V.6
- เพิ่มฟังก์ชั่นการติดตั้งWindowsXP,7,8จากไฟล์ISO ผ่านUSB
- เพิ่มโปรแกรม Memtest สำหรับทดสอบแรม
- เพิ่มWindows7 Recovery 32+64bit สำหรับรีแพร์วินโดวส์7
- อัพเดทไดรเวอร์ Lan-Usb3-Wireless สำหรับKKD7PE_V.3
- เพิ่มโปรแกรม Teamviewver
- เพิ่มโปรแกรม BOOTICE
- เพิ่มโปรแกรม CPU-Z
- เพิ่มโปรแกรม GetDataBack
- เพิ่มโปรแกรม GetDiskSerial
- เพิ่มโปรแกรม HDtunePro
- เพิ่มโปรแกรม ISOToolkit
- เพิ่มโปรแกรม TestLCD
- เพิ่มโปรแกรม Victoria
- เพิ่มโปรแกรม Wincontig
KKD7PE_V.3 | Final รองรับUSB3-Lan-Wirelessทุกรุ่น!
วิธีการนำไปใช้ :
• เบิร์นลงแผ่นซีดีได้เลย โดยใช้คำสั่ง อิมเมจ,โปรเจค,คัดลอก > ดิสก์อิมเมจหรือบันทึกโครงการ
• ใช้ร่วมกับ KKDMultitoolV5.5
- คลิกขวาที่ Menu.lst ในไดร์ฟUSBของคุณ แล้วเลือกOpen with Notepad
- เพิ่มคำสั่งนี้ลงไปที่ด้านล่างสุด
อ้างถึง
title 8.KKD7PE_V3
find --set-root --ignore-floppies /kkdmultitoolv5/KKD7PE_V3_Final.iso
map /kkdmultitoolv5/KKD7PE_V3_Final.iso (0xff)
map --hook
root (0xff)
chainloader /BOOTMGR
- สั่งเซฟ แล้วก็ปิดMenu.lst ไป
- ก๊อปไฟล์ KKD7PE_V3_Final.iso ไปวางไว้ใน USB\kkdmultitoolv5
- จากนั้นก็ทดลองบูตจากUSBดูครับ โดยเลือกคำสั่งที่ 8.KKD7PE_V3
เครดิต บทความและ ซอฟแวร์ จาก :http://www.eclubthai.com / http://www.gggcomputer.com
http://www.easyosteam.com
ผมเลือกที่จะใช้ควบกับ V.6 เพราะฉะนั้นใครต้องการ V.5.5 ต้องไปหาโหลดเองน่ะครับ
KKD Multitool V.6 + KKD7PE_V.3 UPDATE 10/16/2012 ON SKYDRIVE & CUBBY
โค๊ด: [Select]
https://skydrive.live.com/redir?resid=D90A71507B7AF4C7!1468
โค๊ด: [Select]
https://www.cubby.com/p/b81d1b8aa2c441b8937517be76e7d7e5/Multitool%2bKKD7PEวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556
Watchmen ศึกซูเปอร์ฮีโร่พันธุ์มหากาฬ
เรื่องย่อ :
ณ ดินแดนอเมริกาในโลกเสมือนเมื่อปี 1985 การปรากฏกายของผู้พิทักษ์ความดีในชุดซูเปอร์ฮีโร่เป็นภาพชินตาในชีวิตประจำวันของสังคม จากความชื่นชมและรู้คุณในช่วงแรกจนกลายเป็นการพิทักษ์ความดีที่ไร้ค่าในสายตาประชาชนจนกลายเป็นกระแสต่อต้านรังเกียจเหล่าซูเปอร์ฮีโร่เหล่านั้น จึงทำให้พวกเขาจึงต้องเร้นกายใช้ชีวิตแบบคนปกติในสังคมทั่วไป แต่แล้วเหล่าผู้พิทักษ์ความดีกลับถูกคุมคาม เริ่มต้นด้วยการตายอย่างลึกลับของ เดอะคอมเมเดี้ยน (เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน) จึงเป็นเหตุให้ รอร์แชค (แจ็คกี้ เอิร์ล ฮาลีย์) หนึ่งในกลุ่มฮีโร่ผู้ปกปิดตัวเองคนหนึ่งเริ่มต้นสืบสาวเรื่องราว จนพบว่ามีใครบางคนกำลังวางแผนกวาดล้างซูเปอร์ฮีโร่ทุกคน รวมถึงฮีโร่ที่เกษียณไปแล้วด้วย
นอกจากนี้ รอร์แชค ยังพบเงื่อนงำการวางแผนสร้างมหันตภัยหายนะทำลายโลกเพื่อสนองวัตถุประสงค์บางประการของจอมวางแผนอีกด้วย แล้วเหล่าซูเปอร์ฮีโร่จะพิทักษ์ความดีได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาเองยังถูกคุกคาม!!! ภาพยนตร์แอ็คชั่น ไซไฟ ที่ลึกล้ำเกินจินตนาการ ฉลาดแยบยลด้วยการเขียนบทและการดำเนินเรื่องชั้นเลิศ สุดยอดความระทึกด้วยแอ็คชั่นเลือดสาด
วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556
ปมมรดก100ล้าน"ด.ต."บุกซัลโวพี่ชาย-พี่สะใภ้สยอง2ศพ
นายดาบปืนโหดบุกยิงพี่ชาย กับพี่สะใภ้สยอง 2 ศพคาปั๊มน้ำมัน ก่อนจ่อขมับลั่นไกหนีผิด แต่ดวงไม่ถึงฆาตแค่ปางตาย เผยปมมรณะแย่งมรดกมหาศาล 100 ล้าน มือปืนระแวงพี่ชายที่เป็นผู้จัดการมรดกจะแบ่งสมบัติให้ไม่เท่ากัน
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. พ.ต.ท.จีระพงศ์ ฝ่ายราช พนักงานสอบสวน สภ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายภายในปั๊มน้ำมัน หมู่ 12 ต.ขนอม อ.ขนอม จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก. พ.ต.อ.พิรุณ กลัดทอง ผกก.ขนอม แพทย์ รพ.ขนอม และเจ้าหน้าที่วิทยาการเขต 43 นครศรีธรรมราช
ที่เกิดเหตุภายในสำนักงานของปั๊มน้ำมัน พบผู้เสียชีวิต 2 ราย นอนจมกองเลือด ทราบชื่อนายอลงกรณ์ จิตรกลับ อายุ 47 ปี เจ้าของปั๊ม อยู่บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ 12 ต.ขนอม มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน 9 มม.ที่หน้าอก 1 นัด และศีรษะ 1 นัด
ใกล้กันพบศพนางศรีเพ็ญ จิตรกลับ อายุ 45 ปี ภรรยานายอลงกรณ์ มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันที่โหนกแก้มขวากระสุนฝังใน 1 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาดเดียวกันตกอยู่ 4 ปลอก หัวกระสุนอีก 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ ด.ต.วาที จิตรกลับ อายุ 40 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ขนอม น้องชายของนายอลงกรณ์ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่ขมับขวา อาการสาหัส
จากการสอบสวนทราบว่า ตระกูลของนายอลงกรณ์มีฐานะร่ำรวย มีอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ต่อมาพ่อแม่ได้ยกมรดกให้นายอลงกรณ์กับ ด.ต.วาที โดยแต่งตั้งให้นายอลงกรณ์เป็นผู้จัดการมรดก แต่ ด.ต.วาทีระแวงว่าพี่ชายจะแบ่งมรดกให้ไม่เท่ากัน ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันเรื่อยมา เรียกได้ว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมาเพราะเวลาเจอหน้ากันเมื่อไร ต้องเปิดฉากปะทะคารมกันเรื่องแบ่งมรดกอยู่เป็นประจำ
กระทั่งก่อนเกิดเหตุ ขณะที่นายอลงกรณ์กับภรรยาอยู่ภายในสำนักงานปั๊มน้ำมัน ด.ต.วาทีได้ขับรถยนต์เข้ามาในปั๊ม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง จากนั้นไม่พูดพร่ำทำเพลง ด.ต.วาทีได้ชักอาวุธปืนคู่กาย เปิดฉากยิงใส่นายอลงกรณ์ล้มฟุบเสียชีวิตเป็นศพแรก ก่อนจะยิงใส่นางศรีเพ็ญเป็นศพที่ 2 จากนั้นใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อขมับตัวเองเพื่อหนีความผิด แต่ดวงยังไม่ถึงฆาต แค่บาดเจ็บสาหัส ท่ามกลางตกตะลึงของพนักงานปั๊มและลูกค้า ที่หลังได้ยินเสียงปืนรีบวิ่งเข้ามาดู พบร่าง ด.ต.วาทีนอนจมกองเลือดหายใจรวยริน จึงรีบช่วยกันนำส่ง รพ.และแจ้งตำรวจทราบดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะได้เร่งสอบสวนปากคำพยานแวดล้อมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ที่เกิดเหตุภายในสำนักงานของปั๊มน้ำมัน พบผู้เสียชีวิต 2 ราย นอนจมกองเลือด ทราบชื่อนายอลงกรณ์ จิตรกลับ อายุ 47 ปี เจ้าของปั๊ม อยู่บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ 12 ต.ขนอม มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน 9 มม.ที่หน้าอก 1 นัด และศีรษะ 1 นัด
ใกล้กันพบศพนางศรีเพ็ญ จิตรกลับ อายุ 45 ปี ภรรยานายอลงกรณ์ มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันที่โหนกแก้มขวากระสุนฝังใน 1 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาดเดียวกันตกอยู่ 4 ปลอก หัวกระสุนอีก 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ ด.ต.วาที จิตรกลับ อายุ 40 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ขนอม น้องชายของนายอลงกรณ์ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่ขมับขวา อาการสาหัส
จากการสอบสวนทราบว่า ตระกูลของนายอลงกรณ์มีฐานะร่ำรวย มีอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ต่อมาพ่อแม่ได้ยกมรดกให้นายอลงกรณ์กับ ด.ต.วาที โดยแต่งตั้งให้นายอลงกรณ์เป็นผู้จัดการมรดก แต่ ด.ต.วาทีระแวงว่าพี่ชายจะแบ่งมรดกให้ไม่เท่ากัน ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันเรื่อยมา เรียกได้ว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมาเพราะเวลาเจอหน้ากันเมื่อไร ต้องเปิดฉากปะทะคารมกันเรื่องแบ่งมรดกอยู่เป็นประจำ
กระทั่งก่อนเกิดเหตุ ขณะที่นายอลงกรณ์กับภรรยาอยู่ภายในสำนักงานปั๊มน้ำมัน ด.ต.วาทีได้ขับรถยนต์เข้ามาในปั๊ม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง จากนั้นไม่พูดพร่ำทำเพลง ด.ต.วาทีได้ชักอาวุธปืนคู่กาย เปิดฉากยิงใส่นายอลงกรณ์ล้มฟุบเสียชีวิตเป็นศพแรก ก่อนจะยิงใส่นางศรีเพ็ญเป็นศพที่ 2 จากนั้นใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อขมับตัวเองเพื่อหนีความผิด แต่ดวงยังไม่ถึงฆาต แค่บาดเจ็บสาหัส ท่ามกลางตกตะลึงของพนักงานปั๊มและลูกค้า ที่หลังได้ยินเสียงปืนรีบวิ่งเข้ามาดู พบร่าง ด.ต.วาทีนอนจมกองเลือดหายใจรวยริน จึงรีบช่วยกันนำส่ง รพ.และแจ้งตำรวจทราบดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะได้เร่งสอบสวนปากคำพยานแวดล้อมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ตร.รวบทันควันคนร้ายวิ่งราวทรัพย์เหยื่อสาว
ตำรวจสน.วังทองหลาง สกัดจับคนร้ายก่อเหตวิ่งราวกระเป๋าได้ทันควัน พบประวัติก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง
เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 11 ม.ค. พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผกก.สน.วังทองหลาง พ.ต.ท.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ สว.สส. นำกำลังเข้าจับกุมนายนิรัตน์ แก้วสุกัลยา อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 /49 ซอยพหลโยธิน 57 แยก 4 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์ พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง กระเป๋าสะพาย 1 ใบ เงินสด 3,000 บาท จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกูปี้ไอ สีดำชมพู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน
พ.ต.อ.สรรค์หกิจ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจได้รับแจ้งจากน.ส.มยุรี ศักดิ์สวัสดิกุล อายุ 22 ปี ผู้เสียหาย ว่าถูกคนร้ายขี่รถ จยย.วิ่งราวกระเป๋าสะพายที่บริเวณปากซอยลาดพร้าว 122 แยก 3 และขับหลบหนีไปทางถนนลาดพร้าว มุ่งหน้า ถนนประดิษฐ์มนูธรรม จึงแจ้งสายตรวจและจราจร ดักสกัดจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถ จยย.ต้องสงสัยโดยมีนายนิรัตน์เป็นผู้ขี่มา ตรงจุดแยกประชาธรรม แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. ซึ่งพบว่ามีลักษณะคล้ายกับที่แจ้งมา จึงเข้าจับกุมไว้ได้พร้อมของกลางทั้งหมด
สอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า ตนตกงานมาหลายเดือนแล้ว ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่ห้างแม็คส์แวลู ย่านบางเขน ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถ จยย.มาจากบ้านเพื่อตระเวนหาเหยื่อ พอมาถึงที่เกิดเหตุเห็นผู้เสียหายกำลังเดินพายกระเป๋าอยู่พอดี จึงลงมือก่อเหตุ โดยจะนำเงินที่ได้มาไปใช้จ่าย ก่อนหน้านี้ก็เคยลงมือก่อเหตุวิ่งราวย่านสายไหมมาแล้วหลายครั้งเช่นกัน
เบื้องต้นแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป.











.jpg)
.jpg)
.jpg)

