By กรุงเทพธุรกิจ01 ส.ค. 2025 เวลา 14:30 น.
ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าชนบริษัทยา กดดันให้บริษัทยายักษ์ใหญ่ 17 แห่งลดราคายาในสหรัฐลง ‘ภายใน 60 วัน’ พร้อมขู่ใช้มาตรการทุกทาง หากไม่ให้ความร่วมมือ โดยเรียกร้องให้เลิกพึ่ง ‘ตัวกลาง’ แล้วขายยาตรงให้ผู้บริโภคในราคาถูกที่สุด เท่าที่เคยขายในต่างประเทศ
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกร้องให้ “บริษัทยายักษ์ใหญ่ 17 ราย” ลดราคายาในสหรัฐ “ภายใน 60 วันข้างหน้า”
ในโพสต์บน Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้เผยแพร่จดหมายที่เขาส่งถึง บริษัทยา 17 แห่ง ได้แก่ AbbVie, Amgen, AstraZeneca, Boehringer Ingelheim, Bristol Myers Squibb, Eli Lilly, EMD Serono, Genentech, Gilead, GSK, Johnson & Johnson, Merck, Novartis, Novo Nordisk, Pfizer, Regeneron และ Sanofi
ทรัมป์ ขู่ว่า หากบริษัทยาไม่ให้ความร่วมมือ เขาจะใช้ทุกเครื่องมือที่มีอยู่ เพื่อปกป้องครอบครัวชาวอเมริกันจากการกำหนดราคายาที่เอารัดเอาเปรียบอย่างต่อเนื่อง โดยเขาเรียกร้องให้แต่ละบริษัทให้คำมั่นว่า จะบรรลุเป้าหมายหลายประการของเขาภายในวันที่ 29 กันยายน
จดหมายเหล่านี้มีขึ้น หลังจากที่ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อเดือนพฤษภาคม เพื่อฟื้นแผนการอันเป็นที่ถกเถียงที่รู้จักกันในชื่อ “นโยบายประเทศพิเศษที่สุด”
สาระของนโยบาย คือ ทรัมป์ต้องการลดราคายาในสหรัฐ โดยจะผูกราคายาบางตัวในสหรัฐเข้ากับราคาที่ต่ำกว่ามากในประเทศอื่น ๆ หมายความว่า ถ้ายาในประเทศอื่นขายถูกกว่าสหรัฐมาก รัฐบาลจะพยายามบังคับให้ราคายาในสหรัฐ ลดลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกับประเทศเหล่านั้น
เป้าหมายก็เพื่อลดราคายาในสหรัฐ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วแพงกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ถึง 2-3 เท่า และในบางกรณีอาจสูงถึง 10 เท่า ตามข้อมูลจาก Rand Corp. ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะ
ทรัมป์กล่าวว่า จากนี้ไป เขาจะยอมรับเฉพาะคำมั่นจากบริษัทยาที่ให้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมกับประชาชนอเมริกันเท่านั้น และยุติการที่ประเทศยุโรปและประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ได้ประโยชน์จากนวัตกรรมของอเมริกาโดยไม่ต้องลงทุนหรือจ่ายราคาเต็ม เช่น ได้ซื้อยาราคาถูกที่พัฒนาโดยบริษัทสหรัฐ
ทรัมป์กล่าวว่า ความร่วมมือในการลดราคายาในสหรัฐ จะเป็น “หนทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด” สำหรับทั้งบริษัท รัฐบาล และผู้ป่วย
หลังการประกาศดังกล่าว หุ้นของบริษัทยาก็ร่วงลงเมื่อวันพฤหัสบดี โดยหุ้นของ Bristol Myers Squibb และ Novo Nordisk ร่วงเกือบ 5% หุ้นของ GSK และ Merck ลดลงมากกว่า 3% และหุ้นของ Sanofi ดิ่งลงมากกว่า 8%











0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น