ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ปตท. ขับเคลื่อน “ไฮโดรเจน” พลังงานแห่งอนาคต ก้าวข้ามข้อจำกัดสู่โลกที่สะอาดและยั่งยืนกว่าที่เคย.

 

ในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานสะอาดได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือ “พลังงานไฮโดรเจน” ซึ่งได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ด้วยคุณสมบัติพิเศษคือไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และการเผาไหม้ที่สะอาดโดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ปล่อยเพียงไอน้ำออกมาเท่านั้น ไฮโดรเจนจึงถูกคาดหวังว่าจะสามารถเป็นคีย์หลักในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแม้จะมีจุดแข็งมากมาย ทว่าพลังงานดังกล่าวก็ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านต้นทุนและความท้าทายทางเทคนิค โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดเก็บและการขนส่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไฮโดรเจนจึงถูกจำแนกตามวิธีการผลิตและปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยจากกระบวนการผลิต เช่น ไฮโดรเจนสีน้ำตาล ที่ผลิตจากถ่านหิน, สีเทา ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ,สีฟ้า ที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติเหมือนสีเทา แต่มาพร้อมเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์, สีชมพู แยกไฮโดรเจนจากน้ำด้วยไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ และ สีเขียว ซึ่งสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เนื่องจากไฟฟ้าที่ใช้แยกน้ำผลิตจากพลังงานหมุนเวียนอย่างแสงอาทิตย์หรือลม


หลายประเทศทั่วโลกเริ่มมีการนำไฮโดรเจนมาใช้และเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เช่น เยอรมนี ที่ได้เปิดให้บริการรถไฟพลังงานไฮโดรเจนทดแทนดีเซล ซึ่งสามารถวิ่งได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมเชื้อเพลิงหนึ่งถัง, ฝรั่งเศส ที่พัฒนาจักรยานและเรือพลังงานไฮโดรเจน และ ญี่ปุ่น ที่กำลังทดลองใช้งานรถบรรทุกพลังงานไฮโดรเจนในเชิงพาณิชย์ รวมถึงพัฒนา Data Center ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด... ประเทศไทยเอง ก็เริ่มมีการผลักดันการใช้ไฮโดรเจนมากขึ้น โดยมองว่าไฮโดรเจนนั้นมีศักยภาพสูง สามารถนำไปใช้งานได้ในหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาคอุตสาหกรรม เช่น การปรับปรุงคุณภาพโลหะ หรือการใช้ในกระบวนการผลิตที่ต้องการพลังงานความร้อนสูง ตลอดจนเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแอมโมเนียและเมทานอล ซึ่งจำเป็นต่อภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเคมี นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้ใน ภาคการผลิตไฟฟ้า เช่น การผสมกับก๊าซธรรมชาติในโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ หรือการใช้ในระบบเซลล์เชื้อเพลิง รวมถึงใน ภาคการขนส่ง ที่ไฮโดรเจนสามารถใช้กับยานยนต์เซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หากลงลึกเข้าไปดูก็จะพบว่า ปัจจุบันยานยนต์พลังงานไฟฟ้ามีอยู่สองรูปแบบหลัก ๆ คือ BEV (Battery Electric Vehicle) และ FCEV (Fuel Cell Electric Vehicle) ซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกันไป BEV เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นหรือในเมือง มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับที่พร้อมใช้งาน แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักและระยะทาง ขณะที่ FCEV โดดเด่นด้วยระยะทางวิ่งที่ไกลกว่า เติมพลังงานได้รวดเร็ว และสามารถบรรทุกสินค้าได้มากกว่า จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้กับรถโดยสารหรือรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ที่ต้องขนส่งระยะไกล อนาคตของ FCEV มีแนวโน้มที่จะเติบโตและมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันกับ BEV ได้... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/4920322/

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive