วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556
เด็กแว้นยกล้อโชว์ถูกอีกแก๊งรัวยิงตายคาถนน
เด็กแว้นสุดเหิม ยิงถล่มหนุ่มลูกจ้างชั่วคราวกรมชลประทานตายสยอง หลังนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อนออกไปวิ่งกินลม คึกคะนองยกล้อโชว์กลุ่มวัยรุ่นที่ขี่รถสวนมากว่า 20 คัน เลยถูกตะโกนด่าให้ของลับ ก่อนสาดกระสุนใส่ดับคาถนน
เมื่อเวลา 03.00 น.วันนี้ (7 ก.ย.) ร.ต.ท.ไมตรี มะลิลา พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณใต้สะพานพระราม 7 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ฝั่งขาเข้า แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ตำรวจ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนช่องทางซ้ายสุด พบศพ นายจักรพันธ์ ศรีสุข อายุ 23 ปี ลูกจ้างชั่วคราวของกรมชลประทาน อยู่บ้านเลขที่ 492 ซอยสีน้ำเงิน แขวงและเขตบางซื่อ สภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีกรมท่า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่กลางหลัง 4 นัด ข้อศอกขวา 1 นัด และน่องขาขวาอีก 1 นัด นอกจากนี้ยังมีบาดแผลถลอกตามร่างกายอีกหลายแห่ง ขณะเดียวกันยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ถูกส่ง รพ.บางโพไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ นายนิพนธ์ ประสวนศรี อายุ 29 ปี ถูกยิงเข้าที่กลางหลัง 3 นัด กระสุนทะลุปอด อาการสาหัส ต่อมา นายวรพจน์ ศรีสุข อายุ 45 ปี กับ น.ส.กาญจนา พรรณสันฐาน อายุ 40 ปี พ่อแม่ผู้ตายพร้อมญาติพี่น้อง ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ เมื่อทั้งหมดเห็นสภาพศพผู้ตายก็ร่ำไห้เสียใจพร้อมทั้งโผเข้าไปกอดศพอย่างน่าเวทนา
สอบสวน นายนพพร พรรณสันฐาน อายุ 18 ปี ญาติผู้ตาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับผู้ตายและผู้บาดเจ็บพร้อมเพื่อนๆรวม 8 คน ได้พากันออกไปขี่รถ จยย.เล่น โดยมากันทั้งหมด 4 คัน ซึ่งนายจักรพันธ์ผู้ตายซ้อนท้ายคันที่นายนิพนธ์เป็นคนขับขี่ ซึ่งในระหว่างที่กำลังจะขี่กลับบ้านพักย่านบางซื่อ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าโรงเรียนการัญศึกษา ถนนพิบูลสงคราม จ.นนทบุรี ก็ได้สวนกลับกลุ่มวัยรุ่นเด็กแว้นที่ขี่รถ จยย.อีกประมาณเกือบ 20 คัน มาจากสะพานพระราม 5 จังหวะนั้น หนึ่งในกลุ่มตนก็มีการยกล้อโชว์ จึงถูกกลุ่มวัยรุ่นฝั่งตรงข้ามตะโกนด่าให้ของลับ ทางกลุ่มตนจึงขี่รถย้อนกลับไปฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่หลายนัด กระสุนถูก นายจักรพันธ์ เสียชีวิต และ นายนิพนธ์ ได้รับบาดเจ็บ ด้าน พ.ต.อ.ปราศรัย จิตตสนธิ ผกก.สน.ประชาชื่น เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพยานให้การว่า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บถูกกลุ่มคนร้ายยิงใส่ในพื้นที่ของ สภ.เมืองนนทบุรี จึงประสานไปยังเจ้าของพื้นที่มาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งทางสน.ประชาชื่น จะรับผิดชอบในการชันสูตรศพผู้ตาย ก่อนจะประสานงานกันในการติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป.
แม่อำมหิตฆ่ารัดคอ โยนลูกในไส้ทิ้งขยะ
ตร.สันนิษฐาน ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูก ใช้เชือกรองเท้ารัดคอฆ่าเหี้ยมลูกในไส้ ใส่ถุงพลาสติกโยนทิ้งถังขยะกลางเมืองอุตรดิตถ์ เร่งไล่ล่าตัวชดใช้ผิด
เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 7 ก.ย. พ.ต.ท.พรวน คล้ามสมอ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ รับแจ้งพบศพเด็กทารกแรกเกิด ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ 200 ลิตร บริเวณหน้าโรงงานน้ำแข็งสุวัฒน์ แยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ ถนนหลังโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ สาขา 1 จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพทารกถูกห่อด้วยถุงพลาสติก 2 ชั้น มีขาโผล่ออกมา 1 ข้าง ตรวจสอบเป็นทารกเพศชายน่าตาน่ารักน่าชัง ที่สะดือยังมีสายรกติดอยู่ โดยที่บริเวณลำคอถูกเชือกรองเท้าสีฟ้ารัดไว้แน่น นอกจากนี้ยังพบกางเกงขาสั้นลายสก็อต 1 ตัว กางเกงชั้นในผู้หญิง 1 ตัว ผ้าอนามัย และซองมาม่า อยู่ภายในถุงพลาสติกด้วย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-6 ชั่วโมง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นพ่อแม่เด็กที่ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูก เมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว จึงตัดสินใจใช้เชือกรองเท้ารัดคอจนเสียชีวิต และนำศพมาทิ้งในถังขยะเพื่อหนีความผิด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในละแวกจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นหอพักนักศึกษาจำนวนมาก ตรวจหาว่ามีหญิงรายใดที่ท้องแก่และใกล้คลอดในระยะนี้บ้าง เพื่อติดตามแม่ใจยักษ์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
พบโครงกระดูกนิรนาม เสียชีวิตในป่ากระถิน
พบโครงกระดูกชายนิรนาม เสียชีวิตในป่ากระถิน คาดเป็นคนเร่ร่อน
เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ร.ต.ท. ถิรายุ วงศ์สิงห์ พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม รับแจ้งเหตุพบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนูษย์ อยู่ภายในป่ากระถิน ริมถนนบางขุนเทียนชายทะเล ฝั่งตรงข้ามซอยเทียนทะเล 20แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาให้ทราบพร้อมรุกไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.คมกริช มั่นจิตต์ สว.สส.สน.ท่าข้าม,ร.ต.อ.ขจรธูปประกายศรี รอง สว.สส.สน.ท่าข้าม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อาสามูลนิธิ ร่วมกตัญญ และแพทย์เวร ร.พ.ศิริราช
ที่เกิดเหตุเข้าไปในป่ากระถินริมถนนประมาณ 50 เมตร พบหัวกะโหลก มนูษย์และโครงกระดูกชิ้นอื่นๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ โดยทั้งหมดเป็นเพศชาย ชาวเอเชีย อายุประมาณ 30-35 ปี สูงประมาณ 165-170 ซม ใส่เสื้อหนาวสีดำแขนยาว ส่วมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำคาดเหลือง ในตัวไม่พบหลักฐานที่แสดงตัวตนแต่อย่างใด ใกล้กันประมาณ 5 เมตร พบกระเป๋าเป้ แบบสะพายหลัง สีดำ ภายในพบเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า และกางเกงยีนส์ขายาวสีนำเงิน สภาพใหม่ 1 ตัว นอกจากนี้ยังพบ กระปุกขวดยา สีขาวมีมียาอยู่ข้างใน ฝาขวดเขียนอักษรย่อว่า “ptc” และขวดน้ำตกอยู่ 1ขวด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
พ.ต.ท.คมกริช เผยว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุค่อนข้างเก็บข้อมูลยาก เนื่องจากสภาพศพ ถูกสุนัขรื้อแทะจนกระจัดกระจายจนไม่เห็นสภาพศพที่แท้จริงแล้วอีกทั้งบางชิ้นส่วนยังได้หายไป แต่ชิ้นหลักๆยังอยู่ครบ จากการตรวจสอบทั้งภายในกระเป๋าและ ในตัวไม่พบหลักฐานแต่อย่างใด ส่วนเวลาที่เสียชีวิตนั้นคาดว่าน่าจะเกิน 30วันซึ่งส่วนใหญ่เหลือแต่กระดูกแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นคนเร่ร่อนเข้ามาหลบพักผ่อนแล้วเกิดอาการช็อคเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าจะตรวจสอบว่าได้มีการแจ้งคนหายไว้หรือไม่ เพื่อเปรียบเทียบเบื้องต้น อย่างไรก็ตามจะส่งโครงกระดูกไปชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนจะนำ ดีเอนเอไปส่งเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ ของผู้เสียชีวิตต่อไป
วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556
อดีตนางแบบดังตกอับ เร่ร่อนข้างถนนไร้ที่ซุกหัวนอน
"ยุ้ย-รจนา เพชรกัณหา" อดีตนางแบบดังระดับโลก ตกอับไร้ที่ซุกหัวนอน เผยชีวิตเล่นยา-เหล้าจนติดงอมแงมต้องเข้ารพ.
จากกรณีที่มีผู้พบเห็นอดีตซูเปอร์โมเดลระดับโลก ''ยุ้ย'' รจนา เพชรกัณหา เจ้าของตำแหน่งชนะเลิศจากการประกวดซูเปอร์โมเดล ออฟ ไทยแลนด์ 1994 เมื่อ พ.ศ. 2537 โดยขณะนั้นมีอายุเพียง 18 ปี ล่าสุดพบว่าชีวิตตกอับกลายมาเป็นคนเร่ร่อนไร้บ้าน หนำซ้ำพบว่ามีอาการหลอน ๆ เบลอ ๆ อีกทั้งยังติดสุราอย่างหนัก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. พ.ต.ท.จุมพล กาญจนเสถียร สวป.สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา สายตรวจได้รับแจ้งมีผู้ก่อความเดือดร้อนรำคาญ อยู่บริเวณหน้าร้านกาแฟ ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ปากซอยเพชรเกษม 50 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ จากการตรวจสอบพบว่าเป็น ยุ้ย-รจนา เพชรกัณหา อายุ 37 ปี อดีตนางแบบระดับโลกชื่อดัง แต่ไม่พบว่าเจ้าตัวจะก่อกวนหรือก่อความรำคาญต่อประชาชนแต่อย่างใด จึงเรียกตัวมาเพื่อสอบถามและตักเตือนเบื้องต้น ก่อนจะปล่อยตัวไป
ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 30.ส.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนแจ้งเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก ภายในบริเวณปากซอยเพชรเกษม 42 จึงไปตรวจสอบพบนางแบบคนดังอีกครั้ง สภาพการแต่งกายชุดเดิมใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำเงิน ส่วมรองเท้าแตะสีเขียว เดินลากถุงขนาดใหญ่ 1 ใบ โดยมักจะดมยาดมอยู่ตลอดเวลา จากนั้นอดีตนางแบบคนดังได้เล่าเรื่องราวหนหลังให้ฟังว่า หลังจากไปเป็นนางแบบอยู่ที่เมืองนอกในอายุเพียง 18 ปี ได้หันไปใช่ยาเสพติดเมื่ออายุ 20 ปี ก่อนจะติดยาอย่างหนักโดยใช้ชีวิตเที่ยวเตร่จนอายุ 24-25 ปี ติดสุราอย่างหนักทำให้เสียงานเสียการ สุดท้ายต้นสังกัดได้ยกเลิกสัญญา เลยเดินทางกลับเมืองไทยเมื่อปี 45 พร้อมกับจบชีวิตนางแบบระดับโลกโดยใช้เวลาเพียง 8 ปี ต่อมาก็ได้ทำอีกหลายอาชีพทั้ง สาวโรงงาน เดินแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ จนกระทั่งไม่มีงานเข้ามา เนื่องจากตนเมื่อครั้งกลับมาไทยยังมีอาการติดสุราอย่างหนัก แต่ได้ทำการบำบัดยาเสพติดควบคู่กันไปซึ่งยังคงมีอาการหลอน ๆ อยู่ตลอดเวลา
อดีตนางแบบคนดังเล่าต่ออีกว่า หลังจากกลับมาอยู่เมืองไทยได้กลับไปอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ จ.อุบลราชธานี โดยพักอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง จากนั้นจึงมีปากเสียงทะเลาะกัน ตนเลยหนีออกจากบ้านเข้าในกรุงเทพโดยไปพักอยู่กับพี่ชาย จากนั้นเดินเร่ร่อนอยู่บนถนนเพชรเกษม และได้โทรเรียกรถแท็กซี่ที่รู้จักกันให้มารับ เพื่อไปส่งที่ถนนเพชรเกษม โดยมีเพียงถุงหูหิ้วขนาดใหญ่ ภายในมีเสื้อผ้าเก่า มีเศษอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ จึงได้ติดต่อไปตามเบอร์โทรศัพท์ ในมือถือของยุ้ยจนพบเบอร์ของพ่อ ก่อนจะพูดคุยได้ใจความกันว่า หลังจากที่ลูกสาวได้หนีออกจากบ้านไป ตอนนี้ทางบ้านไม่รู้จะทำอย่างไร ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการได้เลย เพราะทางบ้านไม่สามารถที่จะดูแลเลี้ยงดูได้แล้ว โดยบอกเพียงว่านางแบบคนดังเคยมีประวัติเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ ที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา พบว่า อดีตนางแบบชื่อดังได้เข้ามาทำการรักษาจริงเมื่อช่วงสายของวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยในตอนนี้รักษาอยู่ที่อาคารพวกชมพู มีแพทย์และพยาบาลดูแลกันอย่างใกล้ชิด โดยไม่อนุญาตให้เข้าพบเยี่ยมโดยคนไข้พูดเพียงว่าให้ เพียงคนชื่อโจ อดีตเพื่อนเก่าเข้าพบเท่านั้น แต่ตั้งแต่คนไข้เข้ามาทำการรักษา ยังไม่มีทางญาติหรือเพื่อน เข้ามาติดต่อทางโรงพยาบาลแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านเลขที่ 30 ภายในซอยอ่อนนุช 74 แขวงและเขตประเวศ ซึ่งเป็นบ้านที่ยุ้ย-รจนาได้ซื้อไว้ให้มารดาอยู่ โดยจากการสอบถามน.ส.วิภาพร สุราฤทธิ์ อายุ 36 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า แม่ของนางแบบสาวได้ขายบ้านหลังดังกล่าวไปหลายปีแล้ว แต่เมื่อ 6 เดือนก่อนยุ้ยได้แวะเวียนมาหาตนที่บ้าน โดยบอกว่าได้หนีออกจากบ้านที่จังหวัดอุบลราชธานีมา ตนรู้สึกสงสารจึงได้ให้อยู่อาศัยด้วยเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนที่จะหนีออกไป แต่ระหว่างที่มาอาศัยกับตนไม่มีคนในครอบครัวติดต่อมาเลย
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่มีข่าวว่า นางแบบสาวมีอาการทางจิตหรือไม่ น.ส.วิภาพร กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่ายุ้ยเคยเข้ารับการรักษาที่รพ.สมเด็จเจ้าพระยา อย่างไรก็ตามโดยปกติหากยุ้ยได้ทานยาเข้าไปจะไม่มีอาการให้เห็น แต่บ้างครั้งอย่างตอนที่มาอยู่กับตนมีอารมณ์รุนแรง ตาแข็ง พูดน้ำเสียงดุดัน อาละวาดทำลายข้าวของเศษกระจกเต็มบ้าน หรือแม้กระทั่งในเวลากลางคืนจะไม่ยอมนอน บางครั้งทำให้คนในละแวกนี้หวาดกลัวก็มี แต่ถ้าในเวลาปกติเป็นคนดีมาก คอยช่วยเหลือคนอื่น
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 28/204 หมู่บ้านปรีชา10 ซ.รามคำแหง 188 ซึ่งเป็นบ้านของนางสุดใจ เพชรกัณหา ป้าของนางแบบสาวได้รับการเปิดเผยว่า ไม่ได้ติดต่อหรือได้ข่าวคราวกับยุ้ยมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว แต่เมื่อช่วงบ่ายวันนี้พ่อของยุ้ยได้โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่า ตำรวจโทรศัพท์มาบอกว่าเจอยุ้ยอยู่แถวเพชรเกษมมีอาการหลงลืม เลยบอกไปว่าให้พาไปรักษารพ.สมเด็จเจ้าพระยา











