ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – เเละลง Driver 300 บาท รวมกับ ซ่อมปกติเป็น 700 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

รวบด.ต.ประชาชื่น ค้ายา สารภาพค้ายานรกมานานกว่า 2 ปีแล้ว


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา พล.ต.ต.อิทธิพล ภิริยะภิญโญ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี  ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.จักร อ่อนนิ่ม ผกก.สน.ประชาชื่น และชุดสืบสวนร่วมกันแถลงข่าวการเข้ามอบตัวของ ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ ผบ.หมู่ จร.สน.ประชาชื่น ผู้ต้องหาที่ร่วมกับพวกขนยาเสพติดล็อตใหญ่ พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามยึดทรัพย์มาได้หลายรายการ ประกอบด้วย 1.โฉนดที่ดิน จำนวน 2 ฉบับ 2.แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ต่าง ๆ 10 แผ่น 3.ทองคำแท่งหนัก 20 บาท 1 แท่ง แหวนประดับอัญมณี 4.พระหลวงปู่ทวด 5.สมุดบัญชีเงินฝาก บัตรเอทีเอ็ม 6.อาวุธปืนกล็อก รุ่น 21 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน 1 อัน รถเก๋ง 3 คัน และรถ จยย.อีก 2 คัน รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว จ.ลำปาง จับกุมตัวนายฐิติ หรือเอ๋ เพ็งสุข อายุ 42 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1,280,000 เม็ด ยาไอซ์ 5 กิโลกรัม ซึ่งภายหลังถูกจับกุมได้ให้การซัดทอดว่า ได้รับการว่าจ้างจาก ด.ต.มนัส เป็นเงิน 1 แสนบาท ให้ขับรถนำทางในให้ ก่อนแหกด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของ บช.น.รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น โดยผู้กระทำผิดก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด หลังเกิดเหตุจึงรีบสั่งการให้จัดชุดติดตามตัว โดยร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมทั้งให้ญาติและเพื่อนร่วมงานช่วยกันติดต่อ ด.ต.มนัส ให้เข้ามอบตัว กระทั่งเจ้าตัวทนแรงกดดันไม่ไหวติดต่อเข้ามาขอมอบตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปรับตัวจาก จ.ลำปาง

"เครือข่ายนี้อยู่ทางภาคเหนือ ซึ่งคงจะต้องขยายผลอีกเพื่อสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการว่ารับมาจากใคร ไปส่งให้ใคร อย่างไรบ้าง หลังจากนี้จะทำการสืบสวนขยายผลไปจนถึงที่สุด และจะมีการตรวจค้นในอีกหลายจุด เพื่อดำเนินการกับเครือข่ายที่เหลือทั้งหมด ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาทุกคนรู้สึกเสียใจ แต่เมื่อ ด.ต.มนัส กระทำความผิดก็ต้องว่ากันตามกฎหมาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.งาว จ.ลำปาง ดำเนินคดีต่อไป" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการในการกวดขันผู้ใต้บังคับบัญชา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ทาง บช.น.มีมาตรการในการกวดขันอยู่แล้ว ยิ่งเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็ยิ่งต้องดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนการพิจารณาสอบสวนผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.มนัส เกี่ยวกับความบกพร่องในการดูแลลูกน้อง ต้องขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

จากการสอบสวน ด.ต.มนัส ให้กาล่าว


Share:

ชายญี่ปุ่นชนะประมูล “พรหมจรรย์” นศ.สาวบราซิล


วันนี้ ( 25 ต.ค. ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียว่า ชายชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการเปิดเผยเพียงชื่อว่า “นัทสึ” เป็นผู้ชนะในการประมูลพรหมจรรย์ของนักศึกษาสาวชาวบราซิล ผู้เคยตกเป็นข่าวคึกโครมไปทั่วโลก ด้วยการเปิดประมูลพรหมจรรย์ของตัวเอง เพื่อนำเงินมาเป็นค่าก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้แก่ครอบครัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์สารคดี กำกับโดยผู้สร้างจากออสเตรเลีย
 
ผู้ประมูล 15 ราย พากันเสนอราคา เพื่อได้เป็นผู้ครอบครองพรหมจรรย์ของน.ส. คาทารินา มิกลิโอรินี นักศึกษาสาวชาวบราซิลวัย 20 ปี ในการประมูลเมื่อวันพุธ ก่อนที่ นัทสึ จะเป็นผู้ชนะการประมูลด้วยราคา 780,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 24.1 ล้านบาท ) โดยหลังการประมูล มิกลิโอรินี จะต้องเดินทางมายังออสเตรเลีย เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย และสัมภาษณ์โดยละเอียดจากทีมงาน ก่อนจะถูกส่งตัวให้แก่ นัทสึ ในสถานที่ลับที่จะไม่มีการเผยแพร่เด็ดขาด ซึ่งนัทสึ ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายเช่นกันว่า ไม่ได้ป่วย หรือเป็นพาหะโรคร้ายแรงใดๆ
 
ด้านนายเจสัน ซิสลีย์ ผู้สร้างสารคดีเรื่องดังกล่าว ที่สร้างความอื้อฉาว และทำให้เกิดการประณามไปทั่วโลก เมื่อเขาติดป้ายโฆษณาทั่วเมืองซิดนีย์ และเมลเบิร์น เมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อรับสมัคร “สาวพรหมจรรย์” กล่าวว่า มิกลิโอรินีรู้สึกตื่นเต้นมาก และไม่คิดว่าเรื่องของเธอจะได้รับความสนใจมากขนาดนี้ นอกจากนี้ นายซิสลีย์ยืนยันว่า สารคดีของเขาจะไม่ใช่ การ “ถ่ายทำ” แต่เป็นการ “ตีแผ่”
 
ขณะที่หนังสือพิมพ์ เดอะ เดลี เมล ของอังกฤษ รายงานโดยอ้างคำสัมภาษณ์ของมิกลิโอรินีว่า เธอเห็นเรื่องนี้เป็นธุรกิจ ช่วยให้เธอได้เดินทางไปต่างประเทศ และได้เงินมหาศาลเพื่อครอบครัว แม้การตัดสินใจของเธอได้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่า ไม่ต่างอะไรกับการขายตัว แต่มิกลิโอรินียืนยันว่า เธอจะทำแบบนี้เพียงครั้งเดียวในชีวิต จึงไม่ใช่การขายตัว และสมาชิกครอบครัวทุกคนล้วนเห็นชอบกับการกระทำของเธอ
Share:

แม่ใจยักษ์ยัดลูกใส่กระเป๋าทิ้งหวิดตายอนาถ


เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 24 ต.ค. ร.ต.อ.(หญิง)นพวรรณ พยัฆพรม พงส.(สบ.1) สน.บางยี่เรือ รับแจ้งพบทารกถูกนำมาทิ้งบริเวณริมเขื่อนบางไส้ไก่ ซอยอินทรพิทักษ์ 3 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุพบทารกเพศชายร่างกายแข็งแรง หน้าตาน่ารักน่าชัง อายุประมาณ 7 วัน สวมชุดลายการ์ตูนสีขาว ถูกทิ้งอยู่ในถุงพลาสติกมีซิปสีเขียวลายการ์ตูน เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยเหลือนำไปที่โรงพัก
จากการสอบสวนนายทวีศักดิ์ วิทยากุล อายุ 43 ปี ให้การว่า ขณะกำลังเดินกลับบ้าน เมื่อผ่านจุดเกิดเหตุกลับได้ยินเสียงเด็กร้องดัง ตอนแรกนึกว่าถูกผีหลอก แต่เมื่อเดินไปตรวจสอบใกล้ ๆ จึงพบทารกคนดังกล่าวอยู่ในกระเป๋าที่ถูกรูดซิปแง้มไว้เล็กน้อย เบื้องต้นคาดเป็นฝีมือแม่ใจยักษ์ เจ้าหน้าที่จึงประสานศูนย์ประชาบดี มารับตัวหนูน้อยไปดูแลตามขั้นตอนต่อไป.
Share:

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

"ทายาท"เจ้าสัวกระทิงแดง เข้ากราบขอขมาศพนายดาบตำรวจ

จากกรณี นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 27 ปี ลูกชายคนเล็กของนายเฉลิม อยู่วิทยา ประธานบริษัทเรดบูล คอมปานี ลิมิเต็ด เจ้าของธุรกิจแสนล้านเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถเก๋งสปอร์ตแบบ 2 ประตู ยี่ห้อเฟอร์รารี่ รุ่นพินินฟาริน่า สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ญญ-1111 กทม. พุ่งชนท้ายรถ จยย.สายตรวจของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ บริเวณปากซอยสุขุวิท 49 จนล้มคว่ำก่อนลากร่างของด.ต.วิเชียรไปกับพื้นถนนไกลกว่า 200 เมตร ก่อนจะขับหลบเข้าไปในบ้านพักย่านนั้น ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพบคราบน้ำมันเครื่องรั่วไหลตลอดเส้นทางที่หลบหนี จึงตามกระทั่งไปกดดันบริเวณหน้าคฤหาสน์เลขที่ 9 ภายในซอยสุขุมวิท 53 จนกระทั่งเจ้าตัวยอมออกมามอบตัวกับตำรวจ พร้อมทั้งให้การภาคเสธว่าขับรถชนจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และหลบหนีไม่อยู่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนทนายความจะยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 500,000 ประกันตัวออกไปตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (5 ก.ย.) พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ ประกอบด้วย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 พ.ต.อ.สุคุณ พรหมาน รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.อัครวินต์ สุคนธวิท รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสอบสวน (สบ 3) เจ้าของคดี เข้าประชุมเพื่อเร่งรัดและติดตามความคืบหน้าของคดีโดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที พล.ต.ต.อนุชัยเปิดเผยว่า ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีทั้งในส่วนของการสอบพยานบุคคล พยานแวดล้อม เพื่อให้สำนวนนั้นมีความรอบคอบมากที่สุด ซึ่งคดีก็ถือว่ามีความคืบหน้าไปมากพอสมควร สำหรับหลักฐานในส่วนของภาพจากกล้องวงจรปิดในจังหวะที่ผู้ต้องหาขับรถพุ่งชน ด.ต.วิเชียรนั้น จนถึงขณะนี้ยังตรวจสอบไม่พบแต่อย่างใด กำลังให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่เพื่อความชัดเจน แต่ถึงตรวจสอบไม่พบในจังหวะชนก็ไม่ถือว่าจะทำให้เป็นจุดอ่อนของคดีแต่อย่างใด ถึงแม้ทางฝ่ายผู้ต้องหาอาจจะโต้แย้งว่าไม่มีหลักฐานในจังหวะชนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็มีหลักฐานอย่างอื่นที่จะมาทดแทนเพื่อเป็นการยืนยันได้ แต่คงไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมดว่ามีหลักฐานอะไรบ้าง

พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวต่อว่า สำหรับผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ทาง พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร.กับผู้ชำนาญการกำลังทำการตรวจพิสูจน์อยู่ ทั้งนี้ในส่วนของนายสุเวศ หอมอุบล พ่อบ้านของผู้ต้องหา ซึ่งให้การเท็จกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นคนขับรถในตอนแรกนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งฟ้องศาลไปแล้ว ส่วนการดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของ พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ที่นำตัวนายสุเวศ มารับผิดแทนผู้ต้องหาตัวจริงนั้น ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ทาง บก.น.5 เป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามคดีนี้ยืนยันว่าไม่มีมวยล้มแน่นอน
ด้าน พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า ในส่วนของ สน.ทองหล่อ ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีของ พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนพยานผู้ที่อยู่ในเห็นการณ์ทั้งหมด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ที่บ้านหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนที่รับมอบตัวนายสุเวศ ในตอนแรก ซึ่งผลสรุปน่าจะออกมาภายในช่วงบ่ายวันนี้ในรูปแบบของคณะกรรมการฯว่าจะชี้มูลความผิดหรือไม่ แต่ต้องขอเวลาให้ที่ประชุมสรุปความเห็นเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ให้สัมภาษณ์ว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงอาจจะมีผลต่อตำแหน่งของ ผกก.สน.ทองหล่อด้วยนั้น จะทำให้มีการชี้นำผลการสอบสวนหรือไม่ พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า ทางคณะกรรมการจะทำไปตามข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่มีใครสามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงไปได้ ส่วนเรื่องข้อโต้แย้งนั้นก็เป็นสิทธิ์ขอผู้ถูกกล่าวหาที่สามารถจะโต้แย้งได้ ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปผลออกมาแล้วก็มีหน้าที่เสนอขึ้นไปให้กับทางผู้บังคับชาตามระเบียบของทางราชการ จากนั้นทางผู้บังคับบัญชาก็จะใช้ดุลยพินิจพิจารณาต่อไป ซึ่งในส่วนนี้มีหลายระดับด้วยกันตั้งแต่ระดับกองบังคับการและระดับ บช.น. ส่วนกรณีที่ ผบช.น.ระบุว่า มีผู้ใหญ่ติดต่อมาขอช่วยเหลือ พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ นั้น ในส่วนของสน.ทองหล่อ ยังไม่มีใครมาติดต่อเพื่อขอให้ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ แต่อย่างใด ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะมีการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ หรือไม่นั้น พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่าต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของคดีนั้น เรื่องกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วยังไม่พบภาพจังหวะที่ผู้ต้องหาขับรถพุ่งชน ด.ต.วิเชียร แต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่ แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นไม่มีกล้องขอทางราชการอยู่ ทำให้ต้องประสานกับเจ้าของกล้องที่เป็นเอกชนอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะพบหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดในจังหวะชนหรือไม่นั้น เชื่อว่าทางผู้ชำนาญการมีอยู่หลายท่าน เพราะมีคดีหลายคดีที่สามารถคลี่คลายจากพยานหลักฐานอื่นๆได้แม้จะไม่มีกล้องวงจรปิด สำหรับผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของนายวรยุทธ ผู้ต้องหานั้น ทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งติดตามผลอยู่ ซึ่งในส่วนนี้ต้องรอแพทย์เป็นผู้ลงความเห็นก่อนส่งผลมาให้พนักงานสอบสวนในรูปแบบของเอกสารราชการ

ขณะที่ พ.ต.ท.อัครวินต์ กล่าวว่า สำหรับคดีของนายสุเวศ ที่ให้การเท็จกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถในตอนแรกนั้น หลังสอบปากคำในวันเกิดเหตุก็ได้แจ้งข้อหาแจ้งถ้อยคำอันเป็นเท็จกับเจ้าพนักงานไปแล้ว จากนั้นเจ้าตัวก็ได้ยื่นขอประกันออกไปโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดหลักหมื่นบาท โดยในช่วงเช้าวันนี้ได้ประสานให้นายสุเวศไปพบกับพนักงานสอบสวนที่ศาลแขวงพระนครใต้ เพื่อทำการส่งฟ้องต่อศาลแล้ว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในสน.ทองหล่อว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสน.ทองหล่อ นำรูปภาพและคำพูดของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่พูดบริเวณหน้าบ้านของนายเฉลิมในวันเกิดเหตุ 3 ก.ย. ว่า "ผมยอมให้ตำรวจตายฟรีไม่ได้ ไม่กลัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน" มาติดไว้ที่บอร์ดชั้นล่างของโรงพักด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเพื่อนข้าราชการตำรวจบางนายในโรงพักของ ด.ต.วิเชียร ที่ยังพูดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีอารมณ์ว่า "ย้ายไปให้หมด พวกบิดเบือนความจริง" บ้างก็บอกว่า "ย้ายไปหรือยัง มีอย่างที่ไหนไล่ลูกน้องกลับจากบ้านที่เกิดเหตุ อ้างว่าเจ้าของบ้านไม่ชอบให้คนมาอยู่หน้าบ้านเยอะ"

ต่อมาเวลา 15.00 น.ที่วัดธาตุทอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าครอบครัวของนายเฉลิม อยู่วิทยา ได้เดินทางไปเคารพศพของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เหมือนประจำทุกวัน แต่ในวันนี้นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ได้เดินทางมากราบขอขมาศพของ ด.ต.วิเชียรด้วย โดยแต่งกายสวมชุดสูทสีดำ สวมแว่นตาดำ เข้ามาจุดธูปไหว้ศพ จากนั้นได้นำพวงมาลัยไปไหว้ที่รูปของ ด.ต.วิเชียร ก่อนจะไหว้ขอขมาศพของ ด.ต.วิเชียร พร้อม นางดารณี อยู่วิทยา ผู้เป็นมารดา. 

 

Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive