ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – เเละลง Driver 300 บาท รวมกับ ซ่อมปกติเป็น 700 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

รวบแก๊งเวียดนามใช้ถุงตัดสัญญาณกันขโมยลักเสื้อผ้าในเซ็นทรัลเวิลด์


เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 24 มี.ค. ที่สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน รรท. ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ สว.สส.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.สรกานต์ ดำกระบี่ สว.สส.สน.ปทุมวัน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ร่วมกันแถลงจับกุมนายวู ง๊อก ควง อายุ 34 ปี สัญชาติชาวเวียดนาม พร้อมของกลางเสื้อ กางเกง และหมวกยี่ห้อยูนิโคล่  จำนวน 206 ชิ้น มูลค่าเกือบ 2 แสนบาท และถุงกระดาษภายในเคลือบด้วยกระดาษฟลอยด์ เพื่อป้องกันสัญญาณกันขโมยของร้านค้า จำนวน 2 ใบ และกระเป๋าเดินทางอีก 2 ใบ

พ.ต.ท.พนม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเป็นชาวต่างชาติ ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ตามร้านค้าภายในศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ อยู่บ่อยครั้ง จึงนำกำลังไปดักซุ่มจับกุม จนกระทั่งช่วงค่ำที่ผ่านมาพบตัวนายวู ง๊อก ควง นั่งเฝ้ากระเป๋าใบดังกล่าวอยู่ที่บริเวณด้านหน้าห้างด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้นปรากฏว่าว่ าพบเสื้อผ้าของกลางซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางจำนวนมาก จึงประสานไปยังร้านยูนิโคล่ในห้างดังกล่าว และได้รับการยืนยันว่าเป็นสินค้าของทางร้านที่ถูกขโมยไปจริง ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่สน.ปทุมวัน

จากการสอบสวนนายวู ง๊อก ควง ให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค.เพิ่งเดินทางขึ้นเครื่องบินจากประเทศเวียดนาม เพื่อเข้ามาหาญาติในประเทศไทย และได้รู้จักกับ น.ส.ฟลุค กับนายบั๋น ชาวเวียดนามด้วยกันบนเครื่องบิน จากนั้นทั้งสองคนชักชวนให้มาช่วยขนเสื้อผ้ากลับไปขายที่ประเทศแล้วจะให้เงินค่าจ้าง โดยเมื่อช่วงเย็นเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ผ่านมา ทั้งสองคนพามานั่งรอที่ด้านหน้าห้าง โดยบอกว่าจะเข้าไปซื้อของด้านในห้าง จากนั้นทั้งสองคนเดินถือถุงนำเสื้อผ้าออกมาถ่ายใส่กระเป๋าเดินทางอยู่หลายรอบ สอบถามทั้งสองคนบอกว่าไปซื้อมา จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอตรวจค้นจับกุม ส่วนน.ส.ฟลุค กับนายบั๋น หลบหนีไปได้

พ.ต.ท.พนม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สืบสวนด้วยทราบว่า เสื้อผ้ายี่ห้อนี้จะผลิตในประเทศเวียดนาม เพื่อส่งไปขายตามต่างประเทศเท่านั้น ไม่สามารถจำหน่ายในประเทศเวียดนามได้ กลุ่มผู้ต้องหา จึงออกตระเวนลักตามห้างในประเทศไทย เพื่อส่งกลับไปขายที่ประเทศเวียดนามอีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจรกับนายวู ง๊อก ควง พร้อมทั้งจะติดตามจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งอีก 2 คนมาดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.ท.พนม กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้จับกุมนาย ลี จื้อ ด๋ง อายุ 34 ปี สัญชาติเวียดนาม ได้ที่บริเวณประตูทางออกชั้น 3 ห้างมาบุญครอง ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน พร้อมของกลางเงินสด 6,000 บาท บัตรวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดของนายธุระนัย ส่งประยูรวงษ์ ผู้เสียหาย จำนวน 3 ใบ และเอกสารสำคัญอีกจำนวนหนึ่ง หลังจากเจ้าตัวเดินเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ในห้างดังกล่าวและอาศัยทีเผลอเข้าไปล้วงกระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหาย แล้วรีบนำไปทิ้งถังขยะโดยเก็บบัตรวีซ่ากับมาสเตอรืการ์เอาไว้ เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพว่า เข้ามาก่อเหตุที่ห้างดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีต่อไป
Share:

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

สืบบางเขนฟิต รวบคนร้ายวิ่งราวทองทันควัน

วันนี้ ( 23 มี.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.ต.พงศ์สุรวัฒน์ วงษ์สารัมย์ สว.สส.สน.บางเขน และฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ร่วมกันจับกุมตัว นายจำนงค์ แก้วคำแสง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/3 หมู่9 ต.หนองยาว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี พร้อมของกลางสร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 2 เส้น มูลค่า 120,000 บาท โดยจับกุมได้ที่หน้าทางเข้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสะพานใหม่ ปากซอยพหลโยธิน50 ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.

พ.ต.ต.พงศ์สุรวัฒน์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ขณะนำกำลังออกตรวจพื้นที่อยู่ที่หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสะพานใหม่ ก็ได้รับแจ้งจากน.ส.ยุพิน เจริญมาตย์ อายุ 29 ปี พนักงานขายทอง ห้างทองเยาวราช กรุงเทพ ที่อยู่ชั้นที่1 ของห้าง ว่ามีคนร้ายเป็นผู้ชายขโมยทองไปจากร้านแล้ววิ่งหนีไปทางประตูทิศตะวันออก จึงนำกำลังออกติดตาม ก็พบนายจำนงค์ สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อตสีส้มแดง กางเกงขายาว วิ่งหน้าตาตื่นออกมา และรีบไปที่รถจยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีครีม-ขาว ทะเบียน กจฉ 423 ปทุมธานี ที่จอดอยู่ตรงบันไดใกล้ประตูทางเข้า จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางสร้อยข้อมือที่อยู่ในมือข้างขวาของนายจำนงค์ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.บางเขน

ด้านน.ส.ยุพิน กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่า ขณะเกิดเหตุนายจำนงค์ได้เดินเข้ามาในร้านแล้วขอดูสร้อยข้อมือหนัก5 บาท แต่ที่ร้านมีแต่น้ำหนัก 3 บาท นายจำนงค์ก็ยังขอดูพร้อมบอกว่าจะซื้อ จากนั้นทำทีถามตนว่ารูดบัตรเครดิตได้หรือไม่ จึงตอบไปว่ารูดได้แต่ต้องเสียค่าบริการ นายจำนงค์เลยบอกว่าจะออกไปกดเงินสดมาซื้อ เวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที นายจำนงค์กลับเข้ามาอีกครั้ง และขอดูทองเส้นเดิมอีก ซึ่งตนเกิดความสงสัยตั้งแต่แรกที่บอกว่าจะรูดบัตรเครดิตแล้ว เลยให้พนักงานในร้านช่วยกันจับตาดูไว้ และนำสร้อยออกมาให้ดู ทันทีที่ยื่นทองให้นายจำนงค์ก็คว้าทองแล้ววิ่งหนีออกมาจากร้านอย่างรวดเร็ว จึงวิ่งออกมาตะโกนให้คนช่วยกันจับ จนเจ้าหน้าที่สมารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้

จากการสอบสวน นายจำนงค์ ให้การรับสารภาพว่า ที่ก่อเหตุเพราะตนเป็นหนี้หวยใต้ดินกว่า 2 แสนบาท และไม่มีเงินไปใช้หนี้ให้กับเจ้ามือรายใหญ่ จึงตัดสินใจทำทีไปซื้อทองตามร้านทอง พอพนักงานเผลอก็หยิบทองแล้ววิ่งหนีไป นอกจากนี้เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งก่อเหตุลักลักษณะเดียวกันนี้ได้สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 3บาท จำนวน 2 เส้น ไปจากร้านทองเจริญมณี ซอยลาดปลาเค้า80 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. และวันนี้แต่เกิดย่ามใจก็เลยออกมาก่อเหตุซ้ำอีกจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.บางเขน ดำเนินคดีต่อไป
Share:

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

ตร.คุม 2 โจ๋ชิงทรัพย์-ฟันคอนักข่าว ฝากขัง

วันนี้ 22 มี.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  ร.ต.ท.เรืองศักดิ์ เนื่องกิจ  พนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนาย ปรีชา วารารัมย์  ชาวจ.บุรีรัมย์ และนาย ศรัณ ชูนิ่ม อายุ 22 ปี ชาวจ.นนทบุรี 2 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันชิงทรัพย์นายสุวัฒน์ หรือต้น ปัญจวงศ์ ผู้สื่อข่าวนสพ.ไทยโพสต์ มายื่นคำร้องฝากครั้งแรก
โดยระบุถึงพฤติการณ์สรุปว่า  เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 18 มี.ค.56 ขณะที่นาย สุวัฒน์ ผู้เสียหาย กำลังคุยโทรศัพท์ในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) นายศรัณ ได้พูดจากด้านหลังพร้อมกับจับโทรศัพท์ ที่ถืออยู่ในมือขวา และพูดขู่อีกว่า “เอาเป๋าตังค์มา” แต่ผู้เสียหายไม่ยอม และกำหมัดซ้ายเพื่อจะชกป้องกันตัว นายศรัณ จึงใช้มีดฟันที่ลำคอด้านซ้าย จนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ เซถอยหลัง นายศรัณ  ขณะที่นาย ปรีชา ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งขับจยย.ติดเครื่องยนต์ พูดว่า “ได้แล้วพอแล้ว” นายศรัณ จึงวิ่งขึ้นรถจยย.หลบหนีไปพร้อมโทรศัพท์มือถือ   จากนั้นมีรถแท็กซี่พาผู้เสียหายไปส่งที่รพ.เปาโล โชคชัย 4  เพื่อรักษาเบื้องต้น ก่อนส่งตัวไปรักษาต่อที่รพ.ลาดพร้าว และบิดาของผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน และขออนุมัติหมายจับที่ 496,497/2556 ลงวันที่ 21 มี.ค.56 ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ และให้การรับสารภาพ  พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนมาตลอด แต่ยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 6 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง และผลพิมพ์มือผู้ต้องหา ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. – 2 เม.ย.นี้
ท้ายคำร้องขอพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันเนื่องจากคดีมีอัตราโทษจำคุกสูง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราว อาจหลบหนี หรืออาจไปกระทำผิดซ้ำอีก ทั้งผู้ต้องหาที่ 2 ยังได้กระทำผิดคดีลักษณะเดียวกันนี้ ในท้องที่ สภ.บางใหญ่ และสภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรีด้วย
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้ว ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะการฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้มีมารดาของนายศรัณสังเกตการณ์ด้วย และเมื่อช่างภาพ บอกให้ผู้ต้องหาเงยหน้าเพื่อที่จะบันทึกภาพ ทางมารดาผู้ต้องหาก็เกิดอาการไม่พอใจถึงขั้นโวยวายว่า  “จะซ้ำเติมลูกฉันไปถึงไหนเด็กมันไม่ได้ตั้งใจ ลองเป็นลูกของคุณบ้างสิ”  แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ วันเดียวกันนี้ นายเชษฐ์ สุขสมเกษม รองเลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้กล่าว ขอบคุณ เจ้าพนักงานตำรวจ  ที่สามารถจับกุมคนร้ายที่แท้จริงมารับโทษตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว คลายความวิตกกังวลของสุจริตชนที่เคยหวาดกลัวต่อภยันตรายบนท้องถนน และเกิดใจกลางกรุงเทพมหานคร ผลการจับกุมครั้งนี้นำมาซึ่งความสงบสุขแก่ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งนายสุวัฒน์ นับเป็นประชาชนคนหนึ่ง แต่ก็เชื่อได้ว่า เจ้าพนักงานตำรวจจะได้ใช้ความรู้ความสามารถในการสืบสวนสอบสวนการจับกุมกับทุกคดีกับผู้เสียหายทุกคน.
Share:

ประหารแก๊งยาเสพติดขับรถทับ ร.ต.อ.ดับ

วันนี้ (22 มี.ค.) ที่ห้องพิจารณา 712 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษา คดีฆ่าเจ้าพนักงาน  หมายเลขดำ อ.1002/2555 ที่ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาย อลงกรณ์ หรือบอย เริ่มประชาธิปไตย อายุ 26 ปี และ น.ส. ปรียานุช พุฒิกรณ์ อายุ 24 ปี สองสามีภรรยา เป็นจำเลยที่1- 2 ตามลำดับ ในความผิดฐาน ฆ่าและพยามฆ่าเจ้าพนักงาน, พ.ร.บ.ยาเสพติด ฯ
ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 5เม.ย.55 ระบุความผิดสรุปว่าเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2555 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองได้มีเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า จำนวน 200 เม็ดและยาไอซ์ จำนวน 4 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. สุทธิสารกับพวกล่อซื้อภายในซอยลาดพร้าว 48  จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์มาสด้า 2 ทะเบียน ฎฟ-7874  กทม. ซึ่งมีจำเลยที่ 2 นั่งคู่มาเพื่อส่งยา  เมื่อจำเลยที่ 1 ไหวทันว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุม จึงขับรถหลบหนีและพุ่งชนจยย.ทะเบียน สธม- 279 กทม. ซึ่งมีส.ต.ท.ศิรวิทย์  รวมจิตร เป็นผู้ขับ โดยมี ร.ต.อ.ทวีศักดิ์  ดาวเรือง รอง สว.สส.สน.สุทธิสาร  นั่งซ้อนท้าย  และทับร่างของ ร.ต.อ.ทวีศักดิ์  ดาวเรือง ถึงแก่ความตาย ส่วน ส.ต.ท.ศิรวิทย์   ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นอันตรายแก่กายและจิตใจ
ต่อมาจำเลยทั้ง 2 ถูกจับกุมได้ พร้อมยาเสพติดของกลางในที่เกิดเหตุเหตุเกิดภายในซอยลาดพร้าว 48 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.และ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด  จ.นนทบุรี เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4,7,8,15,66,102,  ป.อาญา มาตรา 138,289  ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ แต่ปฏิเสธสู้คดีในชั้นศาล
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า ฝ่ายโจทก์มีส.ต.ท.ศิรวิทย์   ผู้ขับขี่ จยย. ประจักษ์พยาน เบิกความถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเป็นประจักพยานที่เห็นเหตุการณ์อีก 2 ปาก ต่างเบิกความสอดคล้องกัน ว่า ขณะตำรวจแสดงตัวเข้าจับกุม จำเลยเข้าไปกลับรถภายในซอย ก่อนขับออกมาพุ่งชนร.ต.อ.ทวีศักดิ์   ที่ใช้รถ จยย.จอดขวางทาง  การกระทำของจำเลยที่ขับรถทับผู้ตาย และลากร่างไปไกล 15 เมตร ย่อมเล็งเห็นผลว่าผู้ตาย จะถึงแก่ความตาย ประกอบกับชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนที่จำเลยที่ 1 อ้างในชั้นศาลว่า ไม่ทราบว่า ผู้ตายเป็นตำรวจ และหลังที่ถูกจับกุมแล้วโดนทำร้ายร่างกาย และบังคับให้สารภาพนั้น เป็น ข้ออ้างลอยๆ  ไม่น่าเชื่อถือ   ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง
พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ลงโทษบทหนักสุดให้ประหารชีวิต และลงโทษฐานมียาเสพติดไว้ในครองครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 14 ปี ปรับ 7.5 แสนบาท  ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพฐานมียาเสพติดฯ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 7 ปี ปรับ 3.75 แสนบาท ส่วนข้อหาฆ่าเจ้าพนักงานฯ จำเลยให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ตลอดชีวิต ปรับ  3.75 แสนบาท ส่วนจำเลยที่ 2 มียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 14 ปี ปรับ 7.5 แสนบาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกไว้ 7 ปี ปรับ 3.75 แสนบาท และให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าขาดไร้ผู้อุปการะ และค่าใช้จ่ายในการปลงศพ แก่บิดา มารดาผู้ตายรวมเป็นเงิน 1.64 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปีด้วย  ยึดยาเสพติดของกลาง.
Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive