ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – เเละลง Driver 300 บาท รวมกับ ซ่อมปกติเป็น 700 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ดูหนัง The Incredible Hulk 2008 มนุษย์ตัวเขียวจอมพลัง HD








บรู๊ซ แบนเนอร์ (เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) นักวิทยาศาสตร์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด เอาแต่คิดค้นวิธีเยียวยารักษาอารมย์ ในขณะที่พวกกระหายสงครามไม่ปล่อยให้เขาได้อยู่อย่างสันติ กับ เบตตี้ รอส (ลิฟ ไทเลอร์) หญิงคนรักของเขา ส่วนในโลกที่เต็มไปด้วยแสงสีและความเจริญ ดิ แอ็บโดมิเนชั่น (ทิม ร็อธ) ก็ไล่ล่าคุณหมออัจฉริยะอย่างไม่ลดละ เขานี่แหละคืออสรพิษร้ายตัวฉกาจที่จะต่อกรกับฮัลก์ให้ได้ (โดยใช้อาวุธยุโธปกรณ์จากบริษัท สตาร์ค อินดัสทรี่ ของไอร่อนแมนนั่นเอง)

ศึก ระหว่างคู่อริจากหนังสือการ์ตูนประทุขึ้น เมื่อ บรูซ แบนเนอร์ จำเป็นต้องอาศัยพลังยอดมนุษย์ในตัวเข้าช่วยมหานครนิวยอร์คที่ถูกถล่มแหลกราญ นักวิทยาศาตร์จะต้องจำใจเลือก ว่าจะใช้ชีวิตสงบสุขเป็น บรูซ แบนเนอร์ หรือจะเป็นฮัลก์ ยักษ์เขียวตัวประหลาดไปตลอดกาล
Share:

ดูหนัง The Hulk มนุษย์ยักษ์จอมพลัง HD



ดูหนังออนไลน์ The Incredible Hulk มนุษย์ตัวเขียวจอมพลัง [DVD Master]





เขาปกป้องคุณในยามที่คุณถูกอันธพาลข่มเหง ยามคุณถูกคุกคามโดยคนขับรถที่กำลังเดือดดาล ยามคุณถูกทำร้ายโดยโจรที่มาพร้อมกับมีด ณ วินาทีที่เต็มไปด้วยความเครียด และความรุนแรงที่ลุกลาม ใครคนหนึ่งปรากฏกายขึ้น เขาเป็นผู้แก้แค้น ที่อัดแน่นไปด้วยเชื้อเพลิงแห่งความโกรธ และมีความแข็งแกร่งที่ยากจะหาใครทัดเทียม เขาออกมาปราบศัตรู แก้ไขสิ่งผิด สะสางบัญชีแค้น เขาไร้ซึ่งความเสียใจ ไร้ซึ่งผลที่จะเกิดตามมา ไร้ซึ่งความทรงจำ

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใครคนนั้น... คือคุณเอง

ถ้าพูดกันแบบเบา ๆ นักวิทยาศาสตร์หนุ่ม ดร.บรู๊ซ แบนเนอร์ (อีริค บาน่า) มีปัญหาในเรื่องการควบคุมความโกรธ ชีวิตที่แสนเงียบเหงาของเขา ในฐานะนักค้นคว้าผู้เก่งฉกาจ ที่กำลังทำการค้นคว้าเรื่องเทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรม ได้ปิดซ่อนอดีตที่แสนเจ็บปวด และเกือบจะถูกลืมเลือนไป เบ็ตตี้ รอสส์ (เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่) เพื่อนนักค้นคว้าสาว ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวของบรู๊ซ รู้สึกเบื่อหน่ายในความเป็นคนเก็บกดอารมณ์ของเขา และตัดสินใจถอยห่างออกมา เป็นเพียงผู้เฝ้าสังเกตชีวิต ที่แสนเงียบเหงาของบรู๊ซอยู่อย่างสนใจ

นี่คือสิ่งที่เบ็ตตี้ค้นพบ ในระหว่างการทดลองครั้งหนึ่ง ในการค้นคว้าของแบนเนอร์ ความพลั้งเผลอเล็ก ๆ เพียงอย่างเดียว นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญ และบรู๊ซต้องทำการตัดสินใจ ในชั่วเศษเสี้ยววินาที แรงกระตุ้นที่หาญกล้าของเขา ได้ช่วยชีวิตหนึ่งเอาไว้ และตัวเขาเองไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ร่างกายของเขา กลับซึมซับรังสีแกมม่าเข้าไปในร่างกายในระดับที่ตามปกติแล้ว น่าจะส่งผลร้ายที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

...แต่บางสิ่งกำลังเกิดขึ้น ผลกระทบที่เกิดขึ้น เขามีอาการหน้ามืด ผลกระทบที่คาดไม่ถึงจากการทดลองเริ่มบังเกิด แบนเนอร์เริ่มรู้สึก ถึงบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวเขา เป็นคนแปลกหน้าที่เขารู้สึกคุ้นเคย เป็นตัวอันตราย ..แต่มีสิ่งดึงดูดใจ

สิ่งมีชีวิตตัวโต ที่มีความแข็งแกร่งจนแทบไม่น่าเชื่อ ซึ่งกลายมาเป็นที่รู้จักในชื่อ มนุษย์จอมพลัง (The Hulk) ยังคงปรากฏกายเป็นระยะๆ พร้อมกับทิ้งร่องรอยของการทำลายล้าง ไม่ว่าจะเป็นความวุ่นวาย ภายในห้องทดลองของแบนเนอร์ และบ้านของเขาที่กำแพงบ้านพังไม่มีชิ้นดี และนั่นทำให้กองทัพยื่นมือเข้ามาจัดการ ภายใต้การนำทีมของ นายพล ธันเดอร์บอลต์ รอสส์ (แซม เอลเลียตต์) พ่อของเบ็ตตี้ และนักค้นคว้าคู่ปรับ เกลนน์ ทัลบอต (จอช ลูคัส) ความพยาบาทส่วนตัว และความผูกพันในครอบครัว กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญ และเพิ่มทั้งอันตรายและเดิมพัน ในเหตุฉุกเฉินที่ขยายตัวมากขึ้น

เบ็ตตี้ รอสส์ มีทฤษฎีของเธอ เธอรู้ดีว่าบุคคลที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในอดีตของบรู๊ซ ก็คือพ่อของเขาที่ชื่อ ดร.เดวิด (นิก โนลเต้) เธออาจจะเป็นเพียงคนเดียว ที่เข้าใจถึงสิ่งเชื่อมโยง ระหว่างนักวิทยาศาสตร์และมนุษย์จอมพลัง แต่ความพยายามของเธอ ที่จะยุติการคุกคามของกองทัพ ที่ตั้งใจจะใช้อาวุธทั้งหมดที่มี ในการจับตัวมนุษย์จอมพลัง อาจจะสายเกินไป ...ที่จะช่วยทั้งแบนเนอร์ และมนุษย์จอมพลัง
Share:

ดูหนัง Safe โคตรระห่ำ ทะลุรหัส HD








เมื่อเป้าหมายการลักพาตัวเพื่อถอดรหัสเซฟที่เก็บเงินล้าน เจสัน สเตแธมจึงออกมาปกป้องเด็กสาวจากการถูกลักพาตัวในครั้งนี้ กำกับโดย โบซ ยากิน มือเขียนบทจาก Prince Of Persia: The Sand Of Time (2010) และในผลงานการกำกับจาก Remember The Titans (2000)

เม (แคทเธอรีน ชาน) เป็นอัจฉริยะคณิตศาสตร์ชาวจีนวัย 10 ขวบ ผู้ถูกลักพาตัวจากบ้านของเธอในนานกิง จากพวกองค์กรมืด เธอถูก ฮาน เจียว (เจมส์ ฮอง) หัวหน้าองค์กรมืดส่งตัวไปอเมริกา ที่ซึ่งเธอจะทำหน้าที่เป็น "เคาน์เตอร์" สำหรับกิจการขู่กรรโชกของพวกเขา ไม่มีทั้งคอมพิวเตอร์ และร่องรอยเอกสาร เธอเก็บตัวเลขทั้งหมดนั้นไว้ในหัวของเธอ หนึ่งปีให้หลัง ชาง (เร็จจี้ ลี) พ่อบุญธรรมคนใหม่ของเธอก็พาเธอมาด้วยเพื่อนับตัวเลข ขณะที่เขาจัดการเรื่องธุรกิจของตัวเอง ลุค ไวรท์ (เจสัน สเตแธม) เป็นนักสู้ชั้นสอง ในแวดวงศิลปะการต่อสู้ผสมผสานในนิวเจอร์ซีย์ เมื่อเขาทำให้แผนการล้มมวยพังพินาศ กลุ่มมาเฟียรัสเซียก็จัดการเชือดไก่ให้ลิงดู ด้วยการสังหารภรรยาของเขาและขู่จะฆ่าทุกคนที่เขาผูกมิตรหรือมีความสัมพันธ์ด้วย ตอนนี้ ลุค ที่เป็นคนบ้านแตก ยากแค้น และแปลกแยกจากคนในสังคม ได้ร่อนเร่ไปตามท้องถนนในนิวยอร์คราวกับวิญญาณ ที่ก้าวสู่ขอบเหวของการฆ่าตัวตาย
Share:

ดูหนัง Letters From Iwo Jima จดหมายจากอิโวจิมายุทธภูมิสู้แค่ตาย HD







Letters From Iwo Jima (จดหมายจากอิโวจิมายุทธภูมิสู้แค่ตาย) 2006
ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Letters from Iwo Jima

ชื่อภาษาไทย : จดหมายจากอิโวจิมา ยุทธภูมิสู้แค่ตาย

ผู้สร้าง : Clint Eastwood , Paul Haggis , Steven Spielberg , Robert Lorenz

ผู้กำกำกับ : Clint Eastwood

ผู้เขียนบท : Iris Yamashita , Paul Haggis

ผู้แสดง : Ken Watanabe , Kazunari Ninomiya , Tsuyoshi Ihara , Ryo Kase , 
Shidou Nakamura
Letters from Iwo Jima เมื่อฝรั่งสร้างหนังญี่ปุ่นได้น่าประทับใจ
เป็นเรื่องปกติที่ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์สงครามแต่ละเรื่อง โดยเฉพาะแนวแอคชั่นของฮอลลีวู้ด ที่จะถูกสงสัยว่าได้ให้ความเป็นธรรมกับประเทศคู่สงครามเพียงใด เมื่อ Clint Eastwood ได้สร้างเรื่อง Flags of our Fathers ของหนังสือชื่อเดียวกันของ James Bradley นั้น ภาพยนตร์ได้ออกมาในแนวดรามา หรือชีวิตความยากลำบากของฝ่ายอเมริกันในสงครามที่เกาะอิโวจิมา ที่จริงก็ไม่ได้กล่าวถึงฝ่ายญี่ปุ่นในทางที่ไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด แม้กระนั้น ด้วยความใจกว้างของคุณปู่คลินท์เอง ความแปลกประหลาดของวงการฮอลลีวู้ดก็บังเกิดขึ้น เมื่อพระเอกฝรั่งรุ่นปู่ท่านนี้ได้วางโปรเจคท์สร้างภาพยนตร์สงครามอีกเรื่องขึ้นมาควบคู่กับ Flags of our Fathers เป็นเรื่องเกี่ยวกับยุทธภูมิที่อิโวจิมาเช่นกัน ในมุมมองของทางฝ่ายญี่ปุ่น ใช้ดาราญี่ปุ่น และพูดภาษาญี่ปุ่นตลอดทั้งเรื่อง แม้แต่ในฉบับ DVD ก็มีแต่ Soundtrack ภาษาญี่ปุ่น ใครอยากดูรู้เรื่องก็ต้องเลือกซับไตเติลภาษาของตัวเองเอา เรียกได้ว่าถ้าพวกมนุษย์ตกข่าวหลังเขามาดูเข้าต้องนึกว่าเป็นหนังญี่ปุ่นแท้ๆ เอาเลย (แต่ในวีซีดีมีพาย์ไทยนะครับ) นั่นคือเรื่อง Letters from Iwo Jima ที่เราจะมาคุยกันในวันนี้
เรื่องเริ่มฉากแรกในปี 2005 (พ.ศ.2548) เมื่อคณะนักโบราณคดีญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งเข้ามาสำรวจถ้ำในเขาแห่งหนึ่งบนเกาะ Iwo Jima ที่ซึ่งทหารญี่ปุ่นเคยใช้เป็นฐานในการต่อสู้กับทหารอเมริกันในสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อคณะสำรวจพบสิ่งผิดปกติที่พื้นถ้ำบริเวณหนึ่งและพยายามจะขุด หนังก็ย้อนกระโดดกลับไปยังช่วงปี 1944 (พ.ศ.2487) Saigo พลทหารญี่ปุ่นหน้าเด็กรายหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเป็นคนทำขนมปังที่ถูกเกณฑ์มารบ กำลังขุดสนามเพลาะบนชายหาดของเกาะอิโวจิมา ระหว่างที่ขุดอยู่นั้นก็แอบบ่นไปต่างๆ นานา แต่ก็ไม่รอดพ้นจากการได้ยินของผู้กอง Tanida ไปได้ ขณะนั้นพอดีจังหวะที่นายพลโทคูริบายาชิ (Lieutenant General Tadamichi Kuribayashi) เดินทางมารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบนเกาะ และเดินสำรวจเกาะกับคณะนายทหารจนมาพบผู้กองทานิดะกำลังใช้ไม้เฆี่ยนตีซาอิโกะกับเพื่อนอยู่พอดี จึงสั่งห้ามและให้ผู้กองลงโทษวิธีอื่นแทน และสั่งยกเลิกการขุดสนามเพลาะชายหาดโดยสิ้นเชิง

นายพลคูริบายาชิ กับ พันโทนิชิ ก่อนเกาะอิโวจิมาถูกโจมตี

การมาของนายพลคูริบายาชิ สร้างความประทับใจให้กับซาอิโกะอย่างมาก แต่กับนายทหารที่จะต้องทำงานด้วยกันแล้ว ได้เกิดความขัดแย้งกับท่านนายพลเรื่องแนวคิดในการป้องกันเกาะ ซึ่งนายทหารส่วนใหญ่เห็นว่าควรสร้างแนวป้องกันที่ชายหาดเพื่อสกัดการบุกของทหารอเมริกันตั้งแต่แรก แต่นายพลคูริบายาชิซึ่งเคยศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เห็นว่าแสนยานุภาพของฝ่ายอเมริกันน่าจะมีมากพอที่จะทำลายแนวป้องกันของญี่ปุ่นได้ในเวลาอันสั้น และฝ่ายญี่ปุ่นจะไม่มีกองเรือรบมาสนับสนุนตามที่หน่วยเหนือสัญญาเนื่องจากสูญเสียไปแล้วจากการรบครั้งก่อนๆ ท่านนายพลจึงสั่งให้ทหารขุดอุโมงค์ในภูเขาซึ่งจะต้านทานการโจมตีได้ดีกว่าสนามเพลาะที่ชายหาด บรรดานายทหารต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้ ยังดีที่ความขัดแย้งนี้ไม่ได้บานปลายจนเป็นอุปสรรคกับการทำงาน ระหว่างเตรียมการตั้งรับนี้มีการเปิดตัวละครสำคัญอีกสองตัว คือ พันโทนิชิ (Lieutenant Colonel Takeichi Nishi) ผู้บังคับการหน่วยรถถังที่ปราศจากอะไหล่จนต้องเอามาตั้งวางเหมือนป้อมปืนขนาดย่อม กับชิมิสึ ทหารใหม่ในกองร้อยของซาอิโกะ อดีตทหารในหน่วย Kempeitai (ขอเรียกง่ายๆ ว่า "สารวัตรทหาร" ก็แล้วกันครับ แม้ว่าในรายละเอียดทหารหน่วยนี้อาจมีอะไรต่างจากสารวัตรทหารที่เราคุ้นเคยบ้างก็ตาม) ที่ถูกปลดเพราะขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ผู้พันนิชิเป็นทั้งนักเรียนนอกและอดีตนักกีฬาขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวางระดับเหรียญทองโอลิมปิคปี 1932 (พ.ศ.2478) ที่มาเป็นคู่คิดของท่านนายพลคูริบายาชิ (แต่ในวิกิบอกว่าในประวัติศาสตร์ทั้งสองไม่ค่อยถูกกัน) ส่วนชิมิสึความที่เป็นอดีตสารวัตรทหาร และบุคลิกที่เงียบขรึม ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ทำให้ถูกระแวงว่าเป็นสายของหน่วยเหนือ

ชิมิสึ (ซ้าย) กับ ซาอิโกะ (ขวา) ขณะนั่งพักในอุโมงค์

หลังจากนั้นไม่นาน กองทัพสหรัฐฯ ก็เริ่มโจมตีอิโวจิมาทางอากาศ ทำให้บรรดาทหารญี่ปุ่นต้องหมกตัวกันอยู่แต่ในถ้ำและอุโมงค์ที่สร้างขึ้นมา ไม่กี่วันถัดมาก็เริ่มการยกพลขึ้นบก (ตามประวัติศาสตร์คือวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1945/พ.ศ.2488) รบกันจนถึงวันที่ 26 มีนาคม) นายพลคูริบายาชิสั่งให้ทหารรอจนทหารอเมริกันขึ้นมาเต็มชายหาดจึงเริ่มเปิดฉากการยิง หลังจากปะทะกันดุเดือด สิ่งที่ท่านนายพลคาดการณ์ไว้ไม่ผิด คือบรรดารังปืนกลที่พวกนายทหารขอต่อรองสร้างไว้ตามชายหาดบ้างถูกทหารอเมริกันกวาดล้างไปได้ในเวลาไม่นาน ส่วนกองกำลังที่ขุดอุโมงค์ในเขาซูริบาชิสามารถต้านทานข้าศึกได้นานกว่า แต่ในที่สุดด้วยกำลังพลและกระสุนปืนที่ร่อยหรอ พันเอกอาดาชิผู้บัญชาการกองกำลังที่เขาซูริบาชิได้ตัดสินใจสั่งให้ทหารสละชีพโดยไม่สนใจคำสั่งนายพลคูริบายชิที่ให้ถอนกำลังไปช่วยป้องกันที่มั่นอื่นทางเหนือ กองร้อยของผู้กองทานิดะพากันฆ่าตัวตายด้วยลูกระเบิดอย่างสยดสยอง เหลือแต่ซาอิโกะกับชิมิสึ ที่มีการถกเถียงกันเล็กน้อยก่อนจะพากันหนีไปสมทบกับกองร้อยของผู้กองอิโตะ เรื่องต่อจากนี้ขออนุญาตไม่เล่าละเอียดนะครับ ขอให้ชมจากภาพยนตร์เอาเอง โดยสรุปคือ ฝ่ายญี่ปุ่นสามารถต้านทานทหารสหรัฐฯ ไว้ได้ระยะหนึ่ง ก็ต้องประสบความพ่ายแพ้ ผู้พันนิชิได้รับบาดเจ็บจนตาบอดและฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา ผู้กองอิโตะพยายามนำทุ่นระเบิดไปดักทำลายรถถัง แต่ไม่สำเร็จและถูกจับเป็นเชลย ชิมิสึหนีไปยอมจำนนกับทหารอเมริกันในคืนหนึ่ง แต่ถูกทหารที่เฝ้ายิงเสียชีวิต นายพลคูริบายาชินำกำลังทหารที่พอมีเหลือเข้าปะทะข้าศึกแบบพลีชีพจนตายกันทั้งหมด ส่วนซาอิโกะรอดตายเนื่องจากท่านนายพลหลอกใช้ให้ทำหน้าที่ทำลายเอกสารในขณะที่ท่านนำทหารออกรบ โดยซาอิโกะไม่ได้ทำลายจริงๆ เพียงแต่นำเอกสารและจดหมายที่ทุกคนเขียนไว้ไปฝังที่พื้นในอุโมงค์แห่งหนึ่ง และต่อมาได้ถูกจับเป็นเชลย แล้วภาพยนตร์ก็ตัดกลับมาปี 2005 ที่นักโบราณคดีขุดพบเอกสารและจดหมายของบรรดาทหารที่ซาอิโกะฝังไว้นั่นเอง

การดำเนินเรื่องของ Letters from Iwo Jima เข้าใจง่ายกว่า Flags of our Fathers และดูมีรสมีชาติกว่า สงครามโหดโอกินาวา ของบริษัทโตโฮที่เคยนำเสนอมาแล้ว แนวคิดหลักของเรื่องนี้คือปัญหาความขัดแย้งระหว่างอุดมการณ์การต่อสู้จนตัวตาย ที่ตัวละครทหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยึดถือ กับปัญหาความเป็นมนุษย์ ดังเช่นความรักตัวกลัวตายเยี่ยงปุถุชนของซาอิโกะและชิมิสึ กับความเป็นผู้นำทางทหารของผู้บัญชาการที่เป็นนักเรียนนอกอย่างนายพลคูริบายาชิ และพันโทนิชิ ซึ่งความจริงไม่ได้ปฏิเสธการสละชีพโดยสิ้นเชิง แต่ได้คำนึงถึงความเป็นมนุษย์และหลักทางยุทธวิธีด้วย จะเห็นได้จากการที่ท่านนายพลช่วยซาอิโกะจากการลงโทษอย่างดุดันของผู้กองทานิดะ และผู้กองอิโตะ การออกคำสั่งให้ทหารที่รอดจากเขาซูริบาชิถอนกำลังไปช่วยป้องกันที่มั่นอื่นแทนการสละชีพ (ซึ่งถูกปฏิเสธในที่สุด) การที่ผู้พันนิชินำเชลยศึกอเมริกันชื่อแซมเข้ามารักษาในถ้ำและพูดคุยอย่างเป็นมิตร แต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตแซมไว้ได้ และท้ายที่สุดนายทหารทั้งสองก็ต้องสละชีวิตของตนเช่นกัน ส่วนรายที่จะว่าน่าสงสารหรือน่าสมเพชก็แล้วแต่มุมมองคือกรณีที่ผู้กองอิโตะ อุตส่าลงทุนเอาทุ่นระเบิดติดตัว เอาเลือดทหารมาทาหน้าตาเพื่อแกล้งทำเป็นตาย แล้วหวังจะให้รถถังข้าศึกมาทับแล้วระเบิดตายไปด้วยกัน จนแล้วจนรอดก็ไม่มีรถถังอเมริกันคันไหนซุ่มซ่ามมาทับ สุดท้ายต้องเซ็งกับการมีชีวิตต่อในฐานะเชลย คล้ายผู้เขียนจะบอกว่าอุดมการณ์พลีชีพนี้มันขัดกับความเป็นจริงของชีวิตที่บางทีกำหนดอะไรไม่ได้ เช่นอยากตายก็ไม่ได้ตายถ้ายังไม่ถึงเวลา
Share:

Disqus Shortname

Comments system

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive