วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556
"ปวีณา"สั่งติดกล้องวงจรปิดบ้านเด็กทั่วไทยป้องกันหื่นกามเด็ก
ปวีณาพร้อมปลัดกระทรวงพัฒนาฯและอธิบดีกรมพัฒนาฯรุดเยี่ยมอาการเด็กหญิงวัย 4 ขวบที่ถูกกระทำชำเราในบ้านพักฯ จ.ชลบุรี มอบเงินช่วยเหลือ 30,000 บาท ย้ำคนผิดต้องรับโทษไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เตรียมบูรณาการระบบการทำงานของเจ้าหน้าที่บ้านพักฯ ทั่วประเทศทันที โดยติดกล้องวงจรปิดป้องกันซ้ำซอย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ก.ย.นางปวีณา หงสกุล รมว.ทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) พร้อมนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายปกรณ์ พันธุ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เดินทางไปที่รพ.ตำรวจ อาคารเฉลิมพระเกียรติราชินีเพื่อเยี่ยมอาการเด็กหญิงบี (นามสมมุติ) วัย 4 ขวบ ซึ่งถูกทำร้ายร่างกายข่มขืน กระทำชำเราภายในบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ชลบุรี
นางปวีณา กล่าวว่า ในวันนี้สภาพจิตใจของน้องบีดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งทางแพทย์ผู้รักษาแจ้งว่าอาการของเด็กดีขึ้นตามลำดับ และดูสดชื่น อาการไอและเป็นหวัดรวมถึงมีไข้สูงได้ลดลง สภาพจิตใจดีขึ้นอาจจะเป็นเพราะได้กลับมาอยู่กับแม่ อย่างไรก็ตามทางพ.ต.อ.ณรัชต์ ได้มอบเงินช่วยเหลือให้กับทางนางหน่อย มารดา เด็กหญิงบี 30,000 บาท รวมทั้งกระเช้าของขวัญด้วย ทั้งนี้รู้สึกสะเทือนใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการเอาผิดหัวหน้าบ้านพักฯและรวมถึงผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป โดยหลังเกิดเหตุนายปกรณ์ พันธุ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พส.) ได้ลงนามในคำสั่งย้ายนางสุดา สุหลง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ชลบุรีเข้ามาประจำส่วนกลางแล้ว
คาดว่าจะใช้เวลาในการสอบข้อเท็จจริงประมาณ 1 สัปดาห์ และในวันที่ 2 ก.ย.จะเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการ พม.ทั้งหมด มาร่วมหารือถึงระบบการทำงานของบ้านพักเด็กและครอบครัวทั้ง 77 จังหวัด และสถานสงเคราะห์สังกัดพม.ทุกแห่ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาโดยเฉพาะกรณีที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้ชายว่าสมควรที่จะดูแลหรือไม่ ซึ่งแนวทางเบื้องต้นมอบหมายให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เข้ามาควบคุมการทำงานบ้านพักเด็กฯ ทั้งหมด และจะให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด
อีกทั้งวันที่ 2 ก.ย. นี้ ทางตำรวจจะนำผลการสอบสวนมาสรุปในที่ประชุมว่ามีใครเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้จากหลักฐานที่มีพบว่ามีเพียงนายน้อย คำศรี อายุ 57 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ยศ ส.ต.ท.เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ได้ควบคุมตัวนายน้อยไปฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดพัทยาและคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่ร้ายแรง อย่างไรก็ตามหากพบผู้กระทำความผิดก็จะดำเนินการเด็ดขาด
พ.ต.อ.นพ.พงศธร สุโฆสิต นพ.สบ.5 หัวหน้ากลุ่มงานผู้ป่วยนอก กล่าวว่า ตอนแรกเด็กมาด้วยอาการมีไข้ ศีรษะฟกซ้ำ มีอาการบวม ได้รักษาตามขั้นตอนโดยการให้ยาฆ่าเชื้อ เด็กก็มีอาการดีขึ้น ขณะเดียวกันอาการหวาดกลัวผู้คนก็ลดลงจากเดิม อย่างไรก็ตามจะประสานนักจิตวิทยาเพื่อมาประเมินสภาพอาการของเด็กเป็นระยะๆ คาดว่าไม่เกิน 3 วันสามารถกลับบ้านได้
ผู้สื่อข่าวสอบถามถามว่ามีร่องรอยการข่มขืนหรือไม่ นพ.สบ.5 กล่าวสั้นๆว่า ไม่สามารถตอบได้ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็เป็นไปตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้
วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556
สั่งล่า2หมวดแก๊งอุ้มวิศว-สถาปนิกอิตาลี
ผู้การ น.5 สั่งล่า 2 ผู้หมวด แก๊งอุ้ม วิศวกร และ สถาปนิก 2
นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี เรียกค่าไถ่ มาดำเนินคดีเร็วที่สุด
ส่วนกบดานภาคใต้ภูมิลำเนา ยังไม่ยืนยัน
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกับชาวอุซเบกิสถาน
อุ้มสถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาลีไปรีดไถเงิน 2 ล้านบาท
โดยยัดข้อหาว่าชาวอิตาลีทั้ง 2 คนใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ปลอมกดเงิน
แต่ผู้เสียหายโทรแจ้งญาติที่ประเทศอิตาลีให้แจ้งตำรวจทำการช่วยเหลือ
จนกลุ่มคนร้ายไหวตัวหลบหนีไป
ซึ่งภายหลังสืบทราบว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นตำรวจสังกัด บก.น.5
จริงจำนวน 4 นาย และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม ด.ต.สถิตย์ จันทร์โสม
จ.ส.ต.ภูริพัศ ชื่นจำปา สอง ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ และนายมูฮิดดิน ชาริปอฟ
ชาวอุซเบกิสถานได้แล้ว 3 ราย ยังคงเหลือ ร.ต.ท.วิรัตน์ อินทร์ยอด กับ
ร.ต.ท.อัครเนตร มุฑาวัน ทั้งคู่เป็นรองสวป.ทำหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด
สน.ลุมพินี ที่ยังหลบหนีอยู่ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 25 ส.ค. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ร.ต.ท.วิรัตน์ กับ ร.ต.ท.อัครเนตร รองสวป.ลุมพินี ทำหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด สน.ลุมพินี สองผู้ต้องหายังคงหลบหนีอยู่ไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.5 และ สน.ลุมพินี แบ่งหน้าที่กันทำงานในการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน โดยให้ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ลงพื้นที่หาข่าวในพื้นที่กทม. ส่วน กก.สส.บก.น.5 นั้นให้ลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องรอบพื้นที่กทม.และตามต่างจังหวัด
พล.ต.ต.สืบศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าผู้ต้องหาทั้งคู่หลบหนีไปกบดานในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจาก ร.ต.ท.วิรัตน์ มีภูมินำเนาเดิมอยู่ที่ภาคใต้นั้นข้อมูลยังไม่แน่ชัด กำลังหาข่าวอยู่ อย่างไรก็ตามได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวทั้งคู่มาดำเนินคดีให้ เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังสั่งกำชับพนักงานสอบสวน ให้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทั้งภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว รวมถึงคำให้การของพยานทุกปาก เพื่อให้สำนวนมีความแน่นหนามากที่สุด ซึ่งขณะนี้เกือบสมบูรณ์แล้ว ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจ ทั้ง 4 คน ก็ได้กำชับว่าให้รีบรายงานผลมาให้ทราบให้เร็วที่สุดตามระเบียบของคำสั่ง..
ล่าสุดวันที่ 25 ส.ค. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ร.ต.ท.วิรัตน์ กับ ร.ต.ท.อัครเนตร รองสวป.ลุมพินี ทำหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด สน.ลุมพินี สองผู้ต้องหายังคงหลบหนีอยู่ไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.5 และ สน.ลุมพินี แบ่งหน้าที่กันทำงานในการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน โดยให้ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ลงพื้นที่หาข่าวในพื้นที่กทม. ส่วน กก.สส.บก.น.5 นั้นให้ลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องรอบพื้นที่กทม.และตามต่างจังหวัด
พล.ต.ต.สืบศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าผู้ต้องหาทั้งคู่หลบหนีไปกบดานในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจาก ร.ต.ท.วิรัตน์ มีภูมินำเนาเดิมอยู่ที่ภาคใต้นั้นข้อมูลยังไม่แน่ชัด กำลังหาข่าวอยู่ อย่างไรก็ตามได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวทั้งคู่มาดำเนินคดีให้ เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังสั่งกำชับพนักงานสอบสวน ให้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทั้งภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว รวมถึงคำให้การของพยานทุกปาก เพื่อให้สำนวนมีความแน่นหนามากที่สุด ซึ่งขณะนี้เกือบสมบูรณ์แล้ว ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจ ทั้ง 4 คน ก็ได้กำชับว่าให้รีบรายงานผลมาให้ทราบให้เร็วที่สุดตามระเบียบของคำสั่ง..
ปาเจโร่ชนสิบแปดล้อหวิดดับยกครัว
เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ซิ่งปาเจโร่ชนสิบแปดล้อหวิดดับยกครัว
เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 25 ส.ค. ร.ต.ท.ประธาน เล้าสุขสุวรรณ ร้อยเวร สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายที่ถนนสายเลี่ยงเมือง-ทางรถไฟ หมู่ 1 ต.ท่าระหัด ไปตรวจสอบพร้อม แพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกัน ที่เกิดเหตุเป็นทางสามแยกพบรถยนคฺ์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาวทะเบียน กฉ 6686 สุพรรณบุรี ถูกชนอัดติดกับรถบรรทุกพ่วงสิบแปดล้อยี่ห้อฮีโน่สีฟ้า ขาว ทะเบียนตัวแม่ 84- 4707 สุพรรณบุรี ตัวลูก 84-7165 สุพรรณบุรี จอดขวางเต็มกลางสามแยก สภาพด้านขวาพังยุบเสียหายทั้งแถบภายในรถมิตซู พบร่าง นายวโรดม ลีสุขสาม อายุ 35 ปีชาว อ.อู่ทอง ถูกคอนโซลรถอัดก๊อปปี้ติดพวงมาลัยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วย นำร่างออกมาได้ตรวจสอบพบขาขวาผิดรูป จึงรีบนำส่ง โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.ไปก่อนแล้ว 3 คนประกอบด้วย น.ส.ชญาณี ปานแก้ว อายุ 33 ปี ด.ญ.กวิสรา ลีสุขสาม อายุ 13 ปีและ ด.ญ.จุฑามาศ ลีสุขสาม อายุ 6 ปีทั้งหมดได้รับบาดเจ็บอาการไม่สาหัส
จากการสอบสวนทราบว่านายวโรดม เป็นเสี่ยเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ชื่ออู่ช่างหิน อู่ในเขต อ.อู่ทอง ก่อนเกิดเหตุได้รถพาครอบครัวกลับจากไปหาซื้อรถยนต์ ในเขต อ.เมืองสุพรรณบุรี มุ่งหน้ากลับบ้านพัก มาตามทางถึงที่เกิดเหตุ เป็นทางสามแยก ถูกบรรทุกพ่วงเลี้ยวตัดหน้าแล้วพุ่งชนด้านคนขับอย่างแรงลากรถปาเจโร่ไปจอด เกยอยู่ที่เกาะกลางทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวหลังเกิดเหตุส่วนคนขับรถ พ่วงอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนติดตัวมาดำเนินคดีตาม กฏหมายต่อไป..
วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556
จับแล้วให้ออกทันที2ตำรวจฉาวอุ้มปล้นชาวอิตาลี
จับแล้ว 2 ตำรวจฉาว อุ้มไถเงินสถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาลี ยังให้การภาคเสธ ยอมรับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุหลังภาพกล้องวงจรปิดมัด แต่ไม่ได้ร่วมก่อเหตุ โดนข้อหาร่วมปล้นเรียกค่าไถ่ สั่งออกราชการทั้ง 4 นาย รองผบช.น. สั่งล่าตัว 2 ตำรวจ และหนุ่มอุซเบฯ ลั่นเป็นลูกผู้ชายพอ ให้มอบตัว
กรณีที่มีตำรวจร่วมมือกับชาวอุซเบกิสถาน อุ้มสถาปนิก และวิศวกรชาวอิตาลีไปรีดไถเงิน 2 ล้านบาท โดยยัดข้อหาว่าชาวอิตาลีทั้ง 2 คนใช้บัตรปลอมกดเงิน เบื้องต้นทราบว่าเป็นตำรวจสังกัด บก.น.5 ยศร.ต.ท. 2 นายสังกัด สน.ลุมพินี และอีก 2 นายเป็นชั้นประทวน สังกัด สน.ทองหล่อนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมฝ่ายสืบสวนร่วมกันประชุมความคืบหน้าและติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.
ต่อมาพล.ต.ต.ปริญญา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ออกหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ กับผู้ก่อเหตุแล้วทั้ง 5 ราย คือ1.ร.ต.ท.วิรัตน์ อินทร์ยอด รองสวป.สน.ลุมพินี หมายจับเลขที่ จ.588/2556 2.ร.ต.ท.อัครเนตร มุฑาวัน รองสวป.สน.ลุมพินี หมายจับเลขที่ จ.589/2556 3.ด.ต.สถิตย์ จันทร์โสม ผบ.หมู่.งานปป.สน.ทองหล่อ หมายจับเลขที่ จ.590/2556 4.จ.ส.ต.ภูริพัศ ชื่นจำปา ผบ.หมู่งานปป. สน.ทองหล่อ หมายจับเลขที่ จ.591/2556 และ 5.นาย MUHIDDIN SHARIPOV ชาวอุซเบกิสถาน หมายจับเลขที่ จ.592/2556
โดยขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว 2 นาย คือ ด.ต.สถิตย์ และ จ.ส.ต.ภูริพัศ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงว่าอยู่ในที่เกิดเหตุตามที่ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ แต่ไม่ได้ร่วมลงมือก่อเหตุ เหลือผู้ก่อเหตุอีก 3 คน ที่ยังหลบหนีอยู่ คาดว่ายังกบดานอยู่ในประเทศ
อย่างไรก็ตามได้มีคำสั่งให้ตำรวจที่ก่อเหตุออกจากราชการไว้ก่อน และแจ้งข้อหาร่วมปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และร่วมกันเรียกค่าไถ่ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้นำหลักฐานที่เป็นกล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายได้ภายในโรงแรมสวัสดี สุขุมวิทอินน์ ซอยสุขุวิท 57 ซึ่งเป็นภาพที่คนร้ายกำลังควบคุมตัวผู้เสียหายทั้ง 2 คน มาขังไว้ในโรงแรมดังกล่าว ในช่วงเวลา02.53 น. วันที่ 20 ส.ค. ทั้งนี้ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาที่จับกุมได้ไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ และคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเกรงจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน พร้อมทั้งจะประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อติดตามคนร้ายที่เป็นชาวต่างชาติ เพราะเกรงว่าจะหลบหนีออกนอกประเท
ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ปริญญา รองผบช.น. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกบก.เร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากทำให้ชื่อเสียงของตำรวจเสื่อมเสียมาก เบื้องต้นมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยพยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้เชื่อได้ว่าร่วมกันก่อเหตุจริง และหลักฐานก็เพียงพอที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ ส่วนจะเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ เพราะไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติม ทั้งนี้ผู้ต้องหา 2 คนที่จับกุมได้ ยังให้การภาคเสธ รับสารภาพไม่หมด ส่วนตำรวจอีก 2 คนที่หลบหนีคาดว่ายังอยู่ในพื้นที่ ยังไปได้ไม่ไกล แต่ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัว อย่างไรก็ตามหากรู้ตัวว่ากระทำความผิดจริงและเป็นลูกผู้ชายพอ ก็ขอให้เข้ามามอบตัว
ด้าน พล.ต.ต.สืบศักดิ์ ผบก.น. 5 กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้รองผบก.น.5 คนใด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ยังอยู่ระหว่างการร่างคำสั่ง คาดว่าในช่วงเย็นวันนี้น่าจะแล้วเสร็จ.
จับแล้ว 2 ตำรวจฉาว อุ้มไถเงินสถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาลี ยังให้การภาคเสธ ยอมรับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุหลังภาพกล้องวงจรปิดมัด แต่ไม่ได้ร่วมก่อเหตุ โดนข้อหาร่วมปล้นเรียกค่าไถ่ สั่งออกราชการทั้ง 4 นาย รองผบช.น. สั่งล่าตัว 2 ตำรวจ และหนุ่มอุซเบฯ ลั่นเป็นลูกผู้ชายพอ ให้มอบตัว
กรณีที่มีตำรวจร่วมมือกับชาวอุซเบกิสถาน อุ้มสถาปนิก และวิศวกรชาวอิตาลีไปรีดไถเงิน 2 ล้านบาท โดยยัดข้อหาว่าชาวอิตาลีทั้ง 2 คนใช้บัตรปลอมกดเงิน เบื้องต้นทราบว่าเป็นตำรวจสังกัด บก.น.5 ยศร.ต.ท. 2 นายสังกัด สน.ลุมพินี และอีก 2 นายเป็นชั้นประทวน สังกัด สน.ทองหล่อนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมฝ่ายสืบสวนร่วมกันประชุมความคืบหน้าและติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.
ต่อมาพล.ต.ต.ปริญญา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ออกหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ กับผู้ก่อเหตุแล้วทั้ง 5 ราย คือ1.ร.ต.ท.วิรัตน์ อินทร์ยอด รองสวป.สน.ลุมพินี หมายจับเลขที่ จ.588/2556 2.ร.ต.ท.อัครเนตร มุฑาวัน รองสวป.สน.ลุมพินี หมายจับเลขที่ จ.589/2556 3.ด.ต.สถิตย์ จันทร์โสม ผบ.หมู่.งานปป.สน.ทองหล่อ หมายจับเลขที่ จ.590/2556 4.จ.ส.ต.ภูริพัศ ชื่นจำปา ผบ.หมู่งานปป. สน.ทองหล่อ หมายจับเลขที่ จ.591/2556 และ 5.นาย MUHIDDIN SHARIPOV ชาวอุซเบกิสถาน หมายจับเลขที่ จ.592/2556
โดยขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว 2 นาย คือ ด.ต.สถิตย์ และ จ.ส.ต.ภูริพัศ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงว่าอยู่ในที่เกิดเหตุตามที่ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ แต่ไม่ได้ร่วมลงมือก่อเหตุ เหลือผู้ก่อเหตุอีก 3 คน ที่ยังหลบหนีอยู่ คาดว่ายังกบดานอยู่ในประเทศ
อย่างไรก็ตามได้มีคำสั่งให้ตำรวจที่ก่อเหตุออกจากราชการไว้ก่อน และแจ้งข้อหาร่วมปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และร่วมกันเรียกค่าไถ่ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้นำหลักฐานที่เป็นกล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายได้ภายในโรงแรมสวัสดี สุขุมวิทอินน์ ซอยสุขุวิท 57 ซึ่งเป็นภาพที่คนร้ายกำลังควบคุมตัวผู้เสียหายทั้ง 2 คน มาขังไว้ในโรงแรมดังกล่าว ในช่วงเวลา02.53 น. วันที่ 20 ส.ค. ทั้งนี้ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาที่จับกุมได้ไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ และคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเกรงจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน พร้อมทั้งจะประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อติดตามคนร้ายที่เป็นชาวต่างชาติ เพราะเกรงว่าจะหลบหนีออกนอกประเท
ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ปริญญา รองผบช.น. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกบก.เร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากทำให้ชื่อเสียงของตำรวจเสื่อมเสียมาก เบื้องต้นมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยพยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้เชื่อได้ว่าร่วมกันก่อเหตุจริง และหลักฐานก็เพียงพอที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ ส่วนจะเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ เพราะไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติม ทั้งนี้ผู้ต้องหา 2 คนที่จับกุมได้ ยังให้การภาคเสธ รับสารภาพไม่หมด ส่วนตำรวจอีก 2 คนที่หลบหนีคาดว่ายังอยู่ในพื้นที่ ยังไปได้ไม่ไกล แต่ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัว อย่างไรก็ตามหากรู้ตัวว่ากระทำความผิดจริงและเป็นลูกผู้ชายพอ ก็ขอให้เข้ามามอบตัว
ด้าน พล.ต.ต.สืบศักดิ์ ผบก.น. 5 กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้รองผบก.น.5 คนใด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ยังอยู่ระหว่างการร่างคำสั่ง คาดว่าในช่วงเย็นวันนี้น่าจะแล้วเสร็จ.











