ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ
www.becomz.com

  • ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

    ซ่อมคอมถึงบ้าน,ซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงบ้าน,ซ่อมคอมนอกสถานที่,ซ่อมคอมพิวเตอร์ นอกสถานที่,วางระบบอินเตอร์เน็ต,วางระบบแลน,ระบบเน็คเวิร์ค,เขียนโปรแกรมเว็บไซด์,ดูแลคอมพิวเตอร์แบบรายเดือน-รายปี,พร้อมบริการด้านไอทีจ่าย. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • หากคุณกำลังมองหาสถานที่ รับซ่อมคอมถึงที่

    ราคือหน่วยรับซ่อมคอมพิวเตอร์ถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน บริษัท ห้าง ร้าน สถานสงเคราะห์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ เราจะไปบริการซ่อมให้ในราคาสุดประหยัด ถูกกว่ายกไปซ่อมที่ห้างหรือร้านซ่อมแน่นอน เนื่องจากทางร้านของเราไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ จึงสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • www.becomz.com ให้บริการถึงที่

    บริการซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ โดยไม่ต้องยก เครื่องคอมให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา การทำงานของคุณ เรา คือ ทางออกสำหรับคุณ ที่จะไป บริการถึงบ้าน ที่บ้าน หรือ อ๊อฟฟิต ( office ) และ คอนโด อาพาทเม้น ทุกสถานที่ พร้อม ทั้ง ให้ บริการซ่อมคอมพิวเตอร์ 24 ชั่วโมง สำหรับ ลูกค้าบางท่านที่สะดวก. สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • ค่าบริการ

    – ซ่อมโปรแกรม แก้ปัญหาด้านโปรแกรมทั่วไป เครื่องละ 500 บาท – เเละลง Driver 300 บาท รวมกับ ซ่อมปกติเป็น 700 บาท – อะไหล่เสีย จะแจ้งราคาอะไหล่ก่อนซ่อม (ลูกค้าสามารถจัดหาอะไหล่เองได้) เพื่อความมั่นใจ ซ่อมเสร็จเรารับประกันซอฟเเวร์ 7วัน พร้อมให้คำแนะนำ และบริการหลังซ่อม ตลอดการรับประกันน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

  • รับซ่อมทุกปัญหา โทรมาคุยกันก่อนได้ครับ

    – บริการอัพเกรดเครื่อง แก้ปัญหาเครื่องช้า รวนบ่อย ค้างบ่อย – บริการติดตั้ง แก้ปัญหา ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบแลน-อินเตอร์เน็ต – บริการลงวินโดว์, ลงโปรแกรม, แก้ไวรัส, แก้ปัญหาต่างๆ – บริการฝากซ่อม-เคลม อะไหล่คอมฯ และสินค้าไอที ทุกชนิด – บริการจัดสเป๊คเครื่อง จัดชุดคอมมือ1-2 พร้อมใช้งาน ติดตั้งให้ถึงที่ .สนใจติดต่อ 095-954-4524

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ศาลนัดไกล่เกลี่ยมรดก "คมน์ อรรฆเดช"

จากกรณีนางนุชนารถ ภิรมย์ หรือนก แพทย์หญิง หนึ่งฤทัย ภิรมย์ หรือหนึ่ง นายพิทักษ์ เล่งอิ๊ว หรืออาร์ม และ นายภูวเนตร เล่งอิ๊ว หรือโอ้ ซึ่งทั้ง 4 คน เป็นลูกของ ดร.สมคิด เล่งอิ๊ว " หรือ คมน์ อรรฆเดช ดารา ผู้จัดสร้างสร้างภาพยนตร์ และนักธุรกิจภาพยนตร์ เจ้าของโรงภาพยนตร์โคลิเซียม ห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง และอสังหาริมทรัพย์ ที่รวมมูลค่ากว่าหนึ่งพันล้านบาท ซึ่งมีข้อพิพาทเรื่องมรดกดังกล่าว กับนางพรพิมล มั่นฤทัย ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (30 พ.ย.) ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ แขวงและเขตบางนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนุชนารถพร้อมด้วยน้องสาว และน้องชายอีก 2 คน พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางมาตามที่ศาลนัดไกล่เกลี่ย เนื่องด้วยทางนางพรพิมลได้ยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายคมน์ จนทายาททั้ง 4 รายออกมาขอคำชี้แจง ส่วนทางด้านนางพรพิมล พร้อมด้วยทนายความ เดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนเข้าไปในห้องไกล่เกลี่ย โดยใช้เวลาไกล่เกลี่ยนานกว่า 3 ชม.

นางพรพิมล เปิดเผยภายหลังออกจากห้องไกล่เกลี่ยว่า เบื้องต้นการไกล่เกลี่ยในส่วนของมรดกยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องที่ดินที่เขาใหญ่ ตนยืนยันว่าก่อนทำการซื้อขายตนได้ลงนามยินยอมในการซื้อขายที่ดินในฐานะของการเป็นภรรยาของนาย คมน์ ด้วยอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามตนรู้สึกว่าการพูดคุยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นไปแนวทางที่ดีขึ้น และน่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้

ส่วนนางนุชนารถ เปิดเผยว่า การพูดคุยเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ มีการรับฟังกันมากขึ้นกว่าเดิม เบื้องต้นการไกล่เกลี่ยยังไม่ลงตัว อีกทั้งอยู่ในช่วงการตรวจสอบทรัพย์สินมรดกทั้งหมดก่อน เพื่อความโปร่งใส อย่างไรก็ตามทางศาลได้มีการนัดมาไกล่เกลี่ยเพิ่มเติมอีกครั้งวันที่ 18 ม.ค. 56 นี้ คาดว่าการตกลงจะเป็นไปได้ด้วยดี
 
Share:

ศาลสั่งถอนประกัน"ก่อแก้ว"ชี้เจตนาข่มขู่กดดันตุลาการรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (30 พ.ย.)ที่ห้องพิจารณา 704  ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่ง กรณีเพิกถอนคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวกลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.จำเลยคดีก่อการร้ายรวม 6 คน ประกอบด้วย นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 นพ. เหวง โตจิราการ จำเลยที่ 4  , นาย ก่อแก้ว พิกุลทอง จำเลยที่ 5 ,นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย จำเลยที่ 10  ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย , นาย การุณ  หรือเก่ง  โหสกุล  ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 9 และนายภูมิกิติหรือ พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง จำเลยที่ 11 โดยเฉพาะนายก่อแก้ว   ถูกนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์  และสำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้อง และส่งพยานวัตถุแผ่นซีดีการให้สัมภาษณ์สื่อต่าง ๆต่อศาลว่า   นายก่อแก้วมีพฤติการณ์ข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68  และตัดงบประมาณ ศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่ากระทำผิดเงื่อนไขการประกัน

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายก่อแก้ว จำเลยที่ 5 มีพฤติการณ์  ไม่นำพาต่อเงื่อนไขที่ศาลกำหนดเงื่อนไขไว้ ทั้งไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นในการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย เพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง จำเลยที่ 5 มีเจตนา ข่มขู่ คุกคาม กดดัน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัยคำสั่งของศาลเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ถึงขนาดทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในราชอาณาจักร   หรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน  ถือว่าเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขของศาลที่กำหนดไว้  กรณีมีเหตุสมควรที่จะมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายก่อแก้ว จำเลยที่ 5  หมายขังไว้จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

สำหรับจำเลยที่ 3,4,9 , 10 และ 11   แม้จะได้ความว่าจำเลยทั้งห้า ได้กล่าวปราศรัยต่อประชาชน และร่วมทำกิจกรรมทางการเมืองหรือแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดที่แสดงว่าจำเลยทั้งห้า ได้กระทำการใด ๆ อันถือได้ว่า เป็นการกระทำผิดเงื่อนไขที่ศาลได้กำหนดไว้ในการปล่อยชั่วคราว   จึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งห้า  อย่างไรก็ตามศาลเห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งห้าเสียใหม่ โดยให้มีเงื่อนไขเดียวกัน โดยห้ามจำเลยทั้งห้า กระทำการใด ๆ อันมีลักษณะการดูหมิ่นผู้อื่น หรือยั่วยุ ปลุกปั่น  ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง หรืออาจก่อให้เกิดอันตราย กระทบต่อเกียรติยศชื่อเสียง  และความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น  หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำใด ๆ ให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมาย และห้ามจำเลยทั้งห้าเดินทางออกนแกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำสั่งนายก่อแก้วมีสีหน้าสลดชั่วครู่ โดยนายก่อแก้วสวมชุดสูทสีหน้ายิ้มแย้ม ชู 2 นิ้ว ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายก่อแก้วขึ้นรถตู้ เดินขึ้นรถตู้ของเรือนจำ ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ทันที
ภายหลังนางธิดา  ถาวรเศรษฐ์ ประธานนปช.กล่าวว่า เป็นสิ่งที่แกนนำคนเสื้อแดงต้องประสบคือศาล และคุก  หวังว่าแกนนำคนอื่นคงไม่ต้องประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกับนายก่อแก้ว  และขอให้คนเสื้อแดงยอมรับในคำสั่งศาล

ส่วนบรรยากาศภายหลังศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวนายก่อแก้ว  กลุ่มมวลชนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจแกนนำ นปช. อยู่บริเวณรั่วหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความเสียใจ ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ บางคนถึงกับกล่าวว่า  “ทำไมต้องทำกับคนเสื้อแดงด้วย” โดยคนเสื้อแดงบางคนถึงกับร้องไห้ลงไปนอนกับพื้นทางเดินเท้า แต่ไม่ได้เกิดความวุ่นวาย หรือความรุนแรงใดๆ
Share:

กลุ่มโจ๋แสบบุกถล่มยิงซ้ำอาสากู้ภัยบาดเจ็บสาหัส

วันนี้ ( 1 ธ.ค)  ร.ต.ต สมภพ รอดสุด พงส(สบ1) สน.ท่าข้าม รับแจ้งมีวัยรุ่นจำนวนหลาย 10 คน ใช้อาวุธปืนยิงใส่โรงพยาบาลพระราม 2 ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. จึงรายผู้บังคับบัญชา รีบไปตรงสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบ รถกระบะอีซูซุรุ่นดีแม๊ก สีขาวทะเบียน ตย 5521 กทม. ทราบชื่อเจ้าของคือ นายจารุทัศน์  กมลมหารูมิ อายุ 24 ปี มีรอยกระสูนปืน ขนาด.38 ยิงเข้าบริเวณท้ายรถด้านซ้ายจำนวน 1 นัด บริเวณป้ายทะเบียนหน้ารถอีก 1 นัด นอกจากนี้ยังพบว่า กระสูนได้ไปถูก กระจกของตัวโรงบาลส่งผลทำให้กระจกแตกจำนวน 3 บาน และร้าวอีก 2 บาน นอกจากนี้รอยกระสุนยังถูกรถที่จอดอยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลอีก 2 คัน จำนวน 2 นัด  ขณะเดียวกันพบหัวกระสุน 9 นัด อยู่ภายในโรงพยาล โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือ ถูกลูกหลงแต่อย่างใด
จากการสอบสวน นายจารุทัศน์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยของหน่วยกู้ภัยจราจรทางหลวงบางแค ให้การว่า ได้จอดพักรถอยู่บริเวณแยกถนนกาญจณาภิเษก ตัดถนนเอกชัย บางบอน จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุจยย.พลิกคว่ำที่บริเวณ ปากซอยเอกชัย 66/3 จึงไปตรวจสอบพร้อมพวก 7 คนโดยมีผู้ชายนั่งหลังกระบะ 3 คน ผู้หญิงอีก 3 คน พร้อมตนเองนั่งอยู่ภายในรถ
เมื่อมาถึงบริเวณฝั่งตรงข้ามปากซอยเอกชัย 66/3 พบกลุ่มวันรุ่นพร้อมจยย.หลาย10คันกำลังก่อเหตุทะเลาะวิวาท และมีเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด ซึ่งถูกยิงมากจากกลุ่มรถจยย. ยามาฮ่า มีโอ สีน้ำเงินคาดขาว หลังจากนั้นพบว่า น้องกู้ภัยที่นั่งมาด้วย คือ นางสาว สุมิตรา อธิธนบูรน์ อายุ 17 ปี ถูกลูกกระสูนปืนยิงเข้าที่บริเวณลำคอบาดเจ็บสาหัส จึงได้นำตัวส่งที่โรงพยาบาลบางประกอก 8 และ ส่งต่อมายังโรงพยาบาลพระราม 2 หลังจากส่งตัวนางสาว สุมิตราเสร็จก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลาย 10 คัน ขี่ จยย.มาถล่มยิงโรงพยาบาล โดยตนไม่คิดว่ากลุ่มวัยรุ่นหมายจะเอาชีวิต เพราะหากจะยิงตนก็คงยิงไปที่รถของตนซึ่งตนนั่งอยู่ภายในรถ อย่างไรก็ตามตนไม่เคยมีปัญหากับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้และยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เบื้องตนเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมปลอกกระสุนไปตรวจสอบ นอกจากนี้ยังประสานกับสน.บางขุนเทียน พื้นที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยเอกชัย 66/3 ให้สืบหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
Share:

บช.น.ประชุมเตรียมความพร้อมจัดงาน 5 ธันวา

วันนี้ (30 พ.ย.) ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ รอง ผบช.น. ดูแลงานกิจการพิเศษ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วม ประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดงานวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม หรือ "วันพ่อแห่งชาติ”

พล.ต.ต.สำเริง กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่ใช้เป็นเส้นทางในการเสด็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่จะเสด็จออกจากโรงพยาบาลศิริราช จะผ่านพื้นที่ 3 บก. คือสน.บางกอกน้อย บก.น.7 และบก.น.6 และพื้นที่สน.ดุสิต บก.น.1 โดยในส่วนของทหารรักษาพระองค์ ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากเดิมกองทัพภาคที่ 1 ได้จัดเตรียมกำลังทหารรักษาพระองค์ จาก 3 เหล่าทัพ 12 กองพัน รวม 2,162 นาย เพื่อเดินสวนสนามที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ก็ปรับแผนโดยจะย้ายทหารทั้งหมดเข้าไปอยู่ภายในพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อเปิดพื้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้าทั้งหมดให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมี

พล.ต.ต.สำเริง กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดการจราจรของผู้ที่จะเข้ามาร่วมงานทั้งหมดจะจัดให้หมุนรถมาส่งและทยอยมารับคน จะให้การจราจรบริเวณรอบลานพระบรมรูปทรงม้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด มีการวางแผนไว้แล้ว คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานประมาณ 2 แสน คน มีการวางกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน จัดกำลังจากบช.น. และยังมีกำลังของบก.สส. บก.จร. รวมกำลังที่ใช้ 16 กองร้อย สำหรับเส้นทางที่จะมีการปิดถนน หลังจากที่มีการประชุมเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ก็อาจมีการปรับแผนจากเดิมเล็กน้อยจากเดิมจะมีการปิดถนนให้เร็วขึ้นเพื่อเตรียมงาน แต่เนื่องจากวันที่ 4 พ.ย. ไม่ใช่วันหยุด เป็นวันที่ประชาชนยังต้องเดินทางไปทำงาน จึงลงความเห็นกันว่าจะปิดถนนบริเวณโดยรอบลานพระบรมรูปทรงม้า ในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 4 และห้ามไม่ให้นำรถมาจอด

“กรณีที่ประชาชนมาเป็นกลุ่มคณะและเช่ารถบัสมาด้วยกัน จะมีเจ้าหน้าที่บก.จร.จัดคิวรถในแต่ละด้าน และได้ประสานกับผู้ที่จะเดินทางมาร่วมงานแล้ว มีจราจรนำทางเข้ามาสู่พื้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และเมื่อส่งประชาชนเรียบร้อยแล้วตำรวจจราจรก็จะนำทางไปยังจุดที่ให้จอดรถ จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นพิธีก็จะให้ทยอยกันวนมารับ ไม่ให้สวนทางกัน ไม่เช่นนั้นจะทำให้การจราจรติดขัด การดูแลเรื่องจราจรมีบทเรียนมาหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อปี 2549 เราจึงนำมาปรับแก้ไข ส่วนกรณีที่ไม่เดินทางมาเป็นกลุ่มคณะแต่นำรถมาก็อย่านำไปจอดบริเวณใกล้เคียง ให้นั่งรถโดยสารสาธารณะมาลงจุดที่ใกล้กับลานพระบรมรูปทรงม้าหรือจุดที่มีการจัดงาน ประชาชนที่มาทางเรือก็ให้ขึ้นที่ท่าเรือเทเวศน์ แล้วนั่งรถโดยสารสาธารณะเข้าถนนราชดำเนินและมาที่ลานพระบรมรูปทรงม้า” รองผบช.น. กล่าว

รองผบช.น. กล่าวด้วยว่า สำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือบุคคลสำคัญ ก็จะจัดการจราจรอีกแบบ มีที่จอดรถเป็นสัดส่วนโดยมีบัตรจอดรถแจกให้ เพื่อจะได้รู้ว่ารถของตัวเองควรจะจอดที่จุดใด ซึ่งทั้งหมดบริหารจัดการโดยสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ก็วางแผนและดำเนินการร่วมกัน โดยผู้ที่แจกบัตรเชิญให้กับบุคคลวีไอพี จะมีการแนบบัตรจอดรถไปด้วย นอกจากนี้สำนักนายกรัฐมนตรียังได้จัดทีมงานประจำตามจุดที่เปิดให้ประชาชนเดินทางเข้ามา เพื่อแจกธงชาติไทยและธงภปร.ที่จัดเตรียมไว้  ทั้งนี้เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินกลับ แขกวีไอพีก็จะหมุนรถเข้ามารับออกจากบริเวณงาน ประชาชนทั่วไปก็เช่นเดียวกัน แต่การปิดการจราจรพยายามจะเร่งระบายรถไม่ให้ติดขัด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลางขับนำมารับและพาวนออกไปให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ผู้แทนองค์กรหน่วยงานต่างๆ ถวายพานพุ่มสักการะตามลำดับ ส่วนลานพระราชวังดุสิตทหารรักษาพระองค์ และราษฎร์ทุกหมู่เหล่า เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นเวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จออกพระที่นั่งอนันตสมาคม พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี เลขาธิการพระราชวัง ราชเลขาธิการ สมาชิกราชสกุล และสตรีผู้มีบรรดาศักดิ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยืนเฝ้าฯ ที่แท่นหน้าสีหบัญชร พร้อมแล้ว เจ้าพนักงานรัวกรับเปิดพระวิสูตร จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ชาวพนักงานกระทั่งแตรมโหระทึก ประโคมแตรฝรั่ง ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนพระบรมวงศานุวงศ์จบ เสด็จพระราราชดำเนินไปเฝ้าฯ ณ ห้องพระโรงหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพแล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทหารพลเรือน และราษฎรทุกหมู่เหล่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนสมาชิกรัฐสภา นายไพโรจน์ วายุภาพประธานศาลฎีกา เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนข้าราชการตุลาการ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กราบบังคมทูลพระกรุณาและกล่าวนำทหารรักษาพระองค์ถวายสัตย์ปฏิญาณจบ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จบเพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในมหาสมาคม ถวายความเคารพพร้อมกัน

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอบจบแล้ว ผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในมหาสมาคมทั้งหมดถวายความเคารพ ชาวพระพนักงานกระทั่งมโหระทึก ประโคมแตรฝรั่ง ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อเจ้าพนักงานรัวกรับและปิดพระวิสูตร ทหารดองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระยางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ ต่อมาเวลา 14.30น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามต่อไป

ส่วนพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 15.50 น. พสนิกรทุกหมู่เหล่ารวมพลบริเวณท้องสนามหลวงและศาลฎีกาเข้าประจำที่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แขกผู้มีเกียรติ คณะกรรมการจัดงานพร้อมกันที่บริเวณพิธี จนกระทั่ง เวลา 18.30 น. ภายหลังจากที่ริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะเข้ารวมพลตามจุดนัดหมายที่กำหนดผู้แทนจากองค์กรหน่วยงานต่างๆ ถวายพานพุ่มสักการะ จากนั้น 19.19 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ฐานะประธานในพิธีเดินทางมาถึงและเข้าประจำแท่นเกียรติยศในพิธี แล้วเวลา 19.29 น. ประธานพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายเครื่องราชสักการะและถวายความเคารพ และเริ่มจุดเทียนชัยเพื่อประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นนายกรัฐมนตรีรับมอบโคมเทียนแล้วนำร้องเพลงสดุดีมหาราช 2 จบ พร้อมกับผู้เข้าร่วมพิธี และประชาชนทั้งในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร กระทั่งจบเพลงมีการจุดพลุและดอกไม้ไฟเริ่มการแสดงมหรสพต่างๆ และในเวลา 23.49 พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าอาวาสวัดยานนาวา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราชฝ่ายสงฆ์เป็นประธานในพิธีดับเทียนชัย แล้วทุกเวทีการแสดงมหรสพต่างๆ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช กล่าวปิดงานเป็นอันเสร็จสิ้นงานทั้งหมด

มีรายงานระบุด้วยว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)ได้จัดกำลังการรักษาความปลอดภัยในการเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทั้งหมด 16 กองร้อย โดยได้จัดกำลังหน่วยต่างๆ สนับสนุนเพื่อถวายการรักษาความปลอดภัยงานเสด็จออกมหาสมาคมในวันที่ 5 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 05.00 น.  โดยจัดกำลังจากกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.)  และกำลังตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)2 กองร้อย ดูแลพื้นที่ภายในลานพระราชวังดุสิต ส่วนกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (บก.น.3) และกำลังตชด. 2 กองร้อย ซึ่งเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินตั้งแต่พระที่นั่งอนันตสมาคม ถ.อู่ทองใน– แยกราชวิถี-ถ.พระราม 5 จุด 1 ใช้กำลังกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) 1 กองร้อย และจุด 1 จากถ.พระราม 5 แยกวัดเบญจมบพิตร แยกพาณิชย์ ถึงแยกนางเลิ้ง ใช้กำลังกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) 1 กองร้อย รวมถึงตั้งแต่บริเวณแยกนางเลิ้ง ถ.นครสวรรค์ ถึงแยกผ่านฟ้า ใช้กำลังจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) 1 กองร้อย  จากนั้น บริเวณแยกผ่านฟ้า ถ.พระราชดำเนินกลาง ถึงสะพานพระปิ่นเกล้า ใช้กำลังจากองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) 1 กองร้อย และสะพานปิ่นเกล้า ถึงรพ.ศิริราช ใช้กำลังเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (บก.น.7) ดูแลพื้นที่จนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจ รวม 9 กองร้อย กำลังจากชุดสืบสวนลงพื้นที่อีก 270 นาย และชุดรักษาการณ์บริการประชาชน 22 ชุด 220 นาย

ส่วนการจัดกำลังเพื่อหน่วยต่างๆ เพื่อสนับสนุนการรักษาความปลอดพื้นที่สนามหลวง เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. บริเวณเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินและภายในสนามหลวงใช้กำลังจากบก.น.1จำนวน 1 กองร้อย และเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินไปพระบรมมหาราชวังใช้กำลังจากบก.น.4 -9 รวม 5 กองร้อย โดยในพื้นที่รักษาความปลอดภัยบริเวณพิธีการจุดเทียนชัยถวายพระพรภายในสนามหลวงนั้น ใช้กำลังจากบก.อคฝ. 1 กองร้อย รวมใช้กำลังดูแลความปลอดภัยช่วงเวลาดังกล่าว 7 กองร้อย
Share:

Disqus Shortname

Comments system

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ 095-954-4524

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Blog Archive

Post Top Ad

คลังบทความของบล็อก

Author Details

Menu - Pages

Business

Random Posts

Recent

Popular

Blog Archive